ข่าว

ทหารปรับแผนรปภ.รับมือโจรล่าครูเกินเวลาต้องแจ้ง-แยกแยะจนท.จริง/ปลอม

ทหารปรับแผนรปภ.รับมือโจรล่าครูเกินเวลาต้องแจ้ง-แยกแยะจนท.จริง/ปลอม

04 มิ.ย. 2552

หลังกลุ่มโจรใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม นางอัชราพร เทพษร ครูโรงเรียนบ้านดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ซึ่งตั้งครรภ์ 8 เดือน และนางวารุณี นวกะ ครูโรงเรียนริแง อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตอย่างสยดสยอง และน่าเศร้าสลด เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ขวัญกำลังใจของครูใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็กระเจิดกระเจิงอีกครั้ง เพราะ 2 ศพล่าสุดนับเป็นศพที่ 2 และ 3 แล้วนับตั้งแต่เปิดเทอมปี 2552 เป็นต้นมา และเป็นศพที่ 113 แล้วในยอดรวมของครูที่ต้องเซ่นสังเวยไฟใต้ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา !!!

 ความสูญเสียครั้งนี้ นายสงวน อินทรักษ์ ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส สะท้อนว่า เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ข้าราชการครูในพื้นที่ได้มากที่สุด ไม่แพ้กรณีของ น.ส.จูหลิง ปงกันมูล หรือ "ครูจูหลิง" เมื่อเดือนพฤษภาคม 2549

 นายสงวน บอกว่า หลังเกิดเหตุ ครูในพื้นที่ถึงกับช็อกที่คนร้ายยิงครูที่เป็นผู้หญิงเสียชีวิตถึง 2 คนในคราวเดียวกัน ที่สำคัญหนึ่งในนั้นยังกำลังตั้งครรภ์ใกล้ถึงกำหนดคลอดอีกด้วย

 ส่วนรูปแบบวิธีการลงมือของคนร้ายก็แนบเนียน และ "เลือดเย็น" มาก ทั้งการแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธปืนครบมือ ยืนรอเหยื่ออย่างใจเย็นอยู่ริมถนน ก่อนจะโบกมือให้รถจอดแล้วกราดยิงอย่างโหดเหี้ยม

 ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส ระบุว่า จากการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าคนร้ายรู้ข้อมูล และเวลาการเดินทางของคณะครูมาก่อนแล้ว เนื่องจากปกติครูจะปฏิบัติหน้าที่ และเดินทางกลับตามกำหนดที่ถูกจัดวางไว้ตามแผน รปภ.ของทหาร

 แต่เนื่องจากวันดังกล่าวครูทั้งหมดปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องไปจนถึงเย็น เพื่อเตรียมงานและความพร้อมรับการประเมินผลของคณะบุคคลภายนอก จึงต้องเดินทางกลับเย็นกว่าปกติ กลายเป็น "ช่องโหว่" ให้คนร้ายลงมือได้สำเร็จ

 "เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ครูในพื้นที่ทั้งหมดต่างตกอยู่ในความหวาดผวา เพราะเชื่อว่าคนร้ายคงแฝงตัวอยู่ทุกที่ถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของเหยื่อทุกฝีก้าวก่อนลงมือ” ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส สะท้อนสภาพจิตใจของครูในพื้นที่ ณ เวลานี้

 ขณะที่ พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) ซึ่งรับผิดชอบแผน รปภ.ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวยอมรับว่า เหตุการณ์ความสูญเสียดังกล่าวเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรู้สึกเสียใจ และไม่ขอปฏิเสธการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 หลังจากเกิดเหตุมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์แผน รปภ.ครูในพื้นที่ร่วมกับชุดเฉพาะกิจ 38 เพื่อทบทวนและตรวจสอบแผน รปภ.ครู อย่างน้อย 3 แผน 4 ห้วงเวลา คือ รปภ.ก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง ระหว่างสอน และการดูแลครูรายบุคคล

 โดยเฉพาะกรณี "เดินทางนอกเวลากำหนด" จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย หากยึดตามแผนที่กำหนดจะไม่พบช่องโหว่ให้คนร้ายลงมือแต่อย่างใด

 กรณีล่าสุดเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่ามีครูติดค้างอยู่ในโรงเรียน จากการสอบถามทราบว่าครูทั้งหมดทราบว่าทำงานเกินเวลาที่กำหนดในแผน รปภ. คือ ระหว่างเวลา 15.00-17.00 น. เจ้าหน้าที่จึงโยกกำลังเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติภารกิจอื่นแทน

 ช่วงเวลาที่ครูเดินทางกลับ และเจ้าหน้าที่โยกกำลังไปปฏิบัติภารกิจที่อื่น จึงเป็น "ช่องโหว่" ให้คนร้ายลงมือ ซึ่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นความประมาทเพียงเสี้ยวนาทีของทุกฝ่ายเท่านั้น

 เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมี "ข่าวรั่ว" หรือไม่ พล.ท.กสิกร ตอบว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่น่าจะเป็นเพราะคนร้ายคอยหาโอกาสลงมืออยู่ตลอดเวลา เมื่อรถของคณะครูผ่านมาถึงจุดที่คนร้ายซุ่มรออยู่ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่คุ้มกัน จึงสบโอกาสลงมือทันที

 ส่วนการปรับแผน รปภ.ครูหลังจากนี้ พล.ท.กสิกร ระบุว่า ได้ขอความร่วมมือให้ข้าราชการครูในพื้นที่ประสานงานกับเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดมากขึ้น และขอให้ปฏิบัติตามแผน รปภ.อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกรณีที่ทำงานเกินเวลา ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบตลอดเวลา

 ประเด็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งในการก่อเหตุครั้งนี้ คือ คนร้ายแต่งกาย "คล้ายทหารพราน" ในพื้นที่ เพื่อให้เหยื่อตายใจ และโยนความผิดไปให้เจ้าหน้าที่ เพื่อหวังผลเชิงจิตวิทยามวลชนในพื้นที่อีกด้วย

 พล.ท.กสิกร จึงต้องการอุดช่องโหว่นี้ ด้วยการเรียกประชุมครูในพื้นที่ จ.นราธิวาส ในวันที่ 5 มิถุนายน นี้ โดยจะให้ความรู้ ตลอดจนข้อแนะนำเกี่ยวกับการแยกแยะเจ้าหน้าที่ด้วยว่า เป็น "เจ้าหน้าที่จริง" หรือ "โจรปลอมตัวมา" กันแน่

 เป็นการ "ทำงานเชิงรุก" เพื่อ "อุดช่องโหว่" ยุทธวิธีของคนร้าย ที่พยายามปรับรูปแบบวิธีการลงมือ เพื่อเอาชนะการทำงานของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ทางเจ้าหน้าที่เองก็ต้องปรับรูปแบบการทำงาน เพื่อไล่ล่า หรือนำหน้าโจรล่าครูให้ได้เช่นกัน

ทีมข่าวความมั่นคง