
วินัยจราจร
วินัยจราจร : เลียบค่าย โดยคมพิทักษ์ราษฎร์
ช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ ที่มิได้เดินทางไปเที่ยวงานสงกรานต์ต่างจังหวัด จะมีความสุขในการเดินทางด้วยรถยนต์เพื่อไปทำธุระตามที่ต่างๆ เพราะการจราจรมีความคล่องตัว ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์หายไปจากถนนในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก
สุขภาพจิต ได้รับการเยียวยาบ้าง แม้จะระยะสั้นๆ
วันนี้ก็กลับสู่สภาพเดิมแล้ว คือขับรถกันอย่างไร้วินัยจราจร การแก่งแย่งกันใช้ทางอย่างไร้มารยาท และการแข่งกัน เพื่อเอาเปรียบผู้ร่วมใช้ทางที่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร
การจราจรในกรุงเทพฯ ปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤติ ที่ทำให้คนในกรุงเทพฯ พากันเป็นโรคประสาทแทบทุกคน
รถติดกันวินาศสันตะโร เกิดจากอะไรกัน ?
รถยนต์คันแรก เพิ่มปริมาณรถบนท้องถนนอีกหลายแสนคัน ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ขับกันเก้ๆ กังๆ เกิดอุบัติเหตุจราจรกันแทบจะทุกถนน และจากการปล่อยปละละเลยของตำรวจจราจร ที่ทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียนิสัย จะขับรถย้อนศร ขับฉวัดเฉวียนไปตามช่องว่างของรถยนต์ทั้งที่จอดรอหรือขับเคลื่อนที่ เกิดเฉี่ยวชนกันหลายร้อยคันในแต่ละวัน แต่เรื่องไม่ถึงโรงพักเพราะหนีทุกราย เว้นแต่ชนกันรุนแรง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ นอนชี้ฟ้ากลางถนนไปไหนไม่ได้ เรื่องจึงถึงตำรวจ
นี่เป็นเพราะตำรวจจราจรไม่ทำหน้าที่ เอาแต่ตั้งด่านลอยเพื่อตรวจอุปกรณ์รถ หรือใบขับขี่เพื่อทำยอด
พระราชบัญญัติจราจร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 8 พ.ศ.2551 มาตรา 33 ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้ายและต้องไม่ล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถ ฝ่าฝืนผิดมาตรา 151 ปรับ 200-500 บาท มาตรา 35 รถวิ่งช้าต้องขับขี่รถยนต์ชิดขอบทางด้านซ้าย, รถจักรยานยนต์ต้องขับขี่ในช่องทางเดินรถซ้ายสุด ฝ่าฝืนผิดมาตรา 157 ปรับ 400-1000 บาท
โทษน้อย แต่ก่ออันตรายต่อกายและสภาพจิตของผู้ขับขี่ร่วมทางจราจรมากที่สุด จนจะเป็นโรคประสาทกันทั้งเมืองอยู่แล้ว
หากตำรวจนครบาลทำไม่ได้ ให้โอนให้กรุงเทพมหานครทำก็แล้วกัน เห็นว่าพร้อมจะรับโอนไปดำเนินการ (ถ้าหากผู้ว่าฯ ไม่พ้นออกจากตำแหน่งเสียก่อน)



