ข่าว

หาเงินแต่งงานรับงานฆ่า'แกนนำบ่อขยะ'

หาเงินแต่งงานรับงานฆ่า'แกนนำบ่อขยะ'

16 เม.ย. 2556

หาเงิน...แต่งงาน รับงานฆ่า 'แกนนำบ่อขยะ' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ


              หลังนายประจบ เนาวโอภาส หรือ "ผู้ใหญ่จบ" อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา แกนนำคนสำคัญในการต่อต้านบ่อขยะพิษแปดริ้ว ถูกมือปืนลั่นไกสังหารเสียชีวิตนาน 40 วัน ในที่สุดตำรวจก็สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้วยกแก๊ง โดยมือปืนเป็นทหารอากาศ ขณะที่ผู้ใช้จ้างวานเป็นข้าราชการระดับ 8 สำนักจัดการน้ำ กรมโรงงานอุตสาหกรรม

              ย้อนลำดับเหตุการณ์คดีลอบสังหารแกนนำต้านบ่อขยะพิษคดีนี้ไปเมื่อบ่ายวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะผู้ใหญ่จบเข้าไปทำธุระส่วนตัวในอู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่ง หลังตลาดศูนย์การค้าศิริพนม ได้มีคนร้าย 2 คน ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีดำ เข้ามาจอดก่อนที่มือปืนจะชักอาวุธปืนออกมายิงใส่ร่างของผู้ใหญ่จบจนเสียชีวิตแล้วหลบหนีไป

              หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 สั่งการให้ พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข ผบก.สส.ภ.2 จัดกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนฝีมือดีออกติดตามไล่ล่าคนร้าย โดยตั้งปมสังหารไว้ในเรื่องความขัดแย้งเกี่ยวกับบ่อขยะพิษใน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งผู้ตายเป็นแกนนำชาวบ้านในการต่อต้านไม่ให้มีการสร้างบ่อขยะพิษในพื้นที่

              ข้อมูลการสอบสวนของตำรวจพบว่า การต่อต้านบ่อขยะพิษซึ่งมีผู้ตายเป็นแกนนำรายสำคัญ ทำให้กระทบต่อการทำธุรกิจของผู้สูญเสียผลประโยชน์ 4 กลุ่ม แต่กลุ่มที่น่าสงสัยที่สุด คือนายภูธร กวีพันธ์ ข้าราชการระดับ 8 สังกัดสำนักจัดการน้ำ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และยังเป็นเจ้าของบริษัทฟิวชั่น ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับการกำจัดขยะของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม มีที่ตั้งโรงงานกำจัดขยะอยู่ใน ต.หนองแหน ซึ่งนายประจบเคยนำชาวบ้านประท้วงขับไล่ จนโรงงานแห่งนี้ถูกหน่วยงานราชการสั่งปิด ส่งผลให้เจ้าของกิจการเสียหายหลายล้านบาท และเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมายังถูกดำเนินคดีอีกหลายคดี

              ตำรวจชุดสืบสวนได้ขยายผลทราบว่านายภูธร มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ใน จ.สุราษฎร์ธานี มีความสนิทสนมกับ จ.อ.ยุทธนัย นาแจ้ง หรืออ้วน ทหารอากาศ สังกัดกองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเคยก่อเหตุลอบทำร้ายตำรวจนายหนึ่ง

              ตำรวจชุดคลี่คลายคดีจึงเดินทางไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบพฤติการณ์ของทหารอากาศรายนี้ ซึ่งพบว่า จ.อ.ยุทธนัย ใช้รถยนต์ฮอนด้าซีวิค สีดำ ซึ่งสอดคล้องกับรถยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นพาหนะ และมักจะเปลี่ยนป้ายทะเบียนบ่อยครั้ง

              พล.ต.ต.กิตติพงษ์ จึงสั่งการให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดี ขอความร่วมมือไปยังเจ้าของโรงแรมและสถานที่พักต่างๆ ใน จ.ฉะเชิงเทรา และใกล้เคียง เพื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด และรายชื่อผู้เข้าพัก รวมถึงรถยนต์ที่ใช้ พบว่า จ.อ.ยุทธนัย เข้าพักในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา หลายครั้ง และยังมีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา หลายแห่งที่สามารถบันทึกภาพรถยนต์ฮอนด้าซีวิค ของ จ.อ.ยุทธนัย ไว้ได้

              "จากการขยายผลทราบว่า ในการเข้ามาพักในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ของ จ.อ.ยุทธนัย มีทหารอากาศอีกคนเข้ามาพักด้วยคือ จ.อ.อนุ บุญเพ็ง ซึ่งสังกัดเดียวกัน ทีมคลี่คลายคดีจึงนำภาพถ่ายของบุคคลทั้งสองไปให้พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุขณะผู้ใหญ่จบถูกยิงดู พยานหลายปากยืนยันตรงกันว่ามือปืนมีตำหนิรูปพรรณตรงกับ จ.อ.อนุ ชุดสืบสวนจึงประสานพนักงานสอบสวนทำสำนวนเสนอขออำนาจศาลจังหวัดฉะเชิงเทราออกหมายจับ นายภูธร จ.อ.ยุทธนัย และ จ.อ.อนุ" แหล่งข่าวในชุดคลี่คลายคดี บอก
 
              กระทั่งวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ออกหมายจับที่ 255-257/2556 ลงวันที่ 10 เมษายน 2556 ทำให้ตำรวจมีอำนาจในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน โดยสามารถจับกุมนายภูธร ได้ที่บ้านพักในหมู่บ้านปรีชา ย่านรามคำแหง กรุงเทพมหานคร ขณะที่ จ.อ.ยุทธนัย จับได้ที่บ้านพักใน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ส่วน จ.อ.อนุ จับกุมได้ขณะพักอาศัยอยู่กับแฟนสาว ที่บ้านพักใน อ.เซกา จ.บึงกาฬ ซึ่งนายภูธร และจ.อ.ยุทธนัย ให้การปฏิเสธ แต่ จ.อ.อนุ ยอมรับสารภาพ

              "ต้องการเงินไปแต่งงานกับแฟนสาว โดย จ.อ.ยุทธนัย ชักชวนรับงานสังหารได้ค่าจ้าง 1 ล้านบาท ผมได้ส่วนแบ่ง 3 แสน โดยก่อนหน้านี้มีทหารอากาศอีกรายสนใจจะรับงานแต่เปลี่ยนใจถอนตัวไป ผมจึงต้องรับงานแทน ก่อนลงมือไปพักใน จ.ฉะเชิงเทรา หลายวัน เพื่อซุ่มดูเป้าหมาย มีการติดต่อกับนายภูธรเป็นระยะ กระทั่งวันลงมือ จ.อ.ยุทธนัย ใช้ป้ายทะเบียนปลอมติดรถยนต์ขับพาไปก่อเหตุ เสร็จแล้วนำป้ายทะเบียนปลอมไปทิ้งในพื้นที่ จ.นครนายก หลังจากนั้นจึงขับรถไปจอดไว้ที่แฟลตทหารอากาศย่านดอนเมือง" จ.อ.อนุ กล่าวอ้าง

              ด้าน พล.ต.ท.วินัย ให้ข้อมูลว่า ปมสังหารมาจากปัญหาโรงงานบำบัดน้ำเสียและสารเคมีภาคอุตสาหกรรมที่ลักลอบทิ้งสารเคมีลงในบ่อบำบัดน้ำเสีย ทำให้มีสารเคมีไหลลงมาในแหล่งน้ำที่ชาวบ้านใช้อยู่ เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนจึงร่วมกันต่อต้านโดยผู้ใหญ่จบเป็นแกนนำ ส่วนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธก็ถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ เป็นหน้าที่ของชุดคลี่คลายคดีที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆ ให้มีความรัดกุมเพื่อให้ดิ้นไม่หลุด เช่นเดียวกับกรณีที่ จ.อ.อนุ ให้การซัดทอดถึงทหารอากาศอีกคนที่ถอนตัวจากการรับงานสังหารไป ก็จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

.................

(หมายเหตุ : หาเงิน...แต่งงาน รับงานฆ่า 'แกนนำบ่อขยะ' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)