ข่าว

พ.ร.ก.กู้เงินฉลุยเพิ่มเชื่อมั่นเร่งอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ

พ.ร.ก.กู้เงินฉลุยเพิ่มเชื่อมั่นเร่งอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ

03 มิ.ย. 2552

สบน.เดินหน้าแผนกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เตรียมออกพันธบัตร 3 หมื่นล้านขายประชาชนทั่วไป นักวิชาการ-เอกชนชี้เป็นเรื่องดี เพิ่มความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลมากขึ้น เชื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หอการค้ามองจีดีพีปีนี้ติดลบ 2.5-3.5%

 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กระทรวงการคลังจะนำพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวเข้าสู่การประชุมรับสภาเพื่อให้รับรองในวันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ หลังจากนั้นจึงจะสามารถกู้เงินได้ตามแผนที่วางไว้

 ทั้งนี้ ตามแผนการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้น จะแบ่งเป็นการกู้เงินภายในปีนี้ 2 แสนล้านบาท จากนั้นจะทยอยกู้เงินเพิ่มเติมในปีถัดไป โดยการกู้เงินลอตแรกจะเป็นการออกพันธบัตรออมทรัพย์เพื่อไทยเข้มแข็ง อายุ 5 ปี วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท โดยจะให้สถาบันการเงินเข้ามาเป็นตัวแทนในการจัดจำหน่ายให้แก่ประชาชน และจะจูงใจให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเล็กน้อย เพื่อเป็นทางเลือกในการออมให้แก่ประชาชน และจำกัดวงเงินซื้อขั้นสูงไว้ที่ 10 ล้านบาทต่อราย เพื่อให้รายย่อยสามารถเข้าถึงได้

 นอกจากนี้ จะกู้เงินอีก 1.7 แสนล้านบาท ในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้ จากตลาดเงินและสถาบันการเงิน ในรูปของตั๋วสัญญาใช้เงิน (พีเอ็น) อัตราดอกเบี้ยลอยตัว อายุ 3 ปี และการออกพันธบัตรระยะยาว รวมถึงการออกตั๋วเงินคลังอีกตามความเหมาะสมของช่วงเวลา

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นว่า การเดินหน้าร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน จะส่งผลดี ทำให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะมีเสถียรภาพต่อไป และทำให้กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินมาใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามแผนที่วางไว้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยน่าจะเริ่มกู้เงินได้ภายในเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะช่วยให้จีดีพีไตรมาส 4 เป็นบวกได้ และทั้งปีน่าจะติดลบเพียง 2.5-3.5% เท่านั้น

 ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลจะมีมากขึ้น เพราะหลายฝ่ายจับตามองเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และการที่นายกรัฐมนตรีจะให้มีการประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณา นับเป็นเรื่องดี เพราะเมื่อการกู้เงินได้รับอนุมัติ รัฐบาลจะได้รีบวางแผนใช้เงินกู้ ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะสามารถใช้จ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาสที่ 4 ปีนี้ และจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้พอสมควร