
"โฆสิต"ชี้เอสเอ็มอีประคองตัวรอดได้
"โฆสิต" เชื่อเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ประคองตัวอยู่รอดได้ภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจ หากคุมรายจ่ายลดการสร้างหนี้ ด้านศูนย์พยากรณ์สำรวจพบ 81% มีปัญหาสภาพคล่องอยู่ได้แค่ 8 เดือน
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การค้าโลกที่หดตัวลงอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย เพราะไทยพึ่งพาการส่งออกถึง 70% และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ถูกมองว่าได้รับผลกระทบหนักสุด แต่จากการพบปะลูกค้าพบว่า เอสเอ็มอีบางกลุ่มได้รับผลกระทบไม่มากเพราะมีหนี้สินน้อยและมีฐานลูกค้าชัดเจน ส่วนกลุ่มที่มียอดขายลดลง 30-40% ก็สามารถปรับตัวหารายได้มาทดแทนส่วนที่หายไป ขณะที่บางกลุ่มใช้วิธีคุมรายจ่ายแทนทำให้ส่วนใหญ่ยังประคับประคองตัวต่อไปได้
ส่วนกลุ่มที่มีปัญหาสภาพคล่องจากยอดขายลดลงและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น ธนาคารจะรีบเข้าไปให้การช่วยเหลือและปรับโครงสร้างหนี้ร่วมกัน จึงมองว่าภาพรวมปัญหาของเอสเอ็มอีนั้นยังบริหารจัดการได้ แต่การจะฟื้นกลับไปเหมือนเดิมคงใช้เวลา 1-2 ปีและต้องระวังการเป็นหนี้สินควรดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย กล่าวว่าจากผลสำรวจความคิดเห็นของเอสเอ็มอี พบว่าส่วนใหญ่ หรือ 81% มีปัญหาขาดสภาพคล่อง จากยอดสั่งซื้อที่ลดลง และกว่า 54% ต้องการสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและขยายธุรกิจ นอกจากนี้ เอสเอ็มอี 85% ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินยากเนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือตัวเลขทางบัญชีไม่สวย ทำให้หันไปกู้นอกระบบ โดยหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นผู้ประกอบการ 70% ระบุว่าสามารถประคองธุรกิจต่อไปได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น



