
'ปู'ไร้ภารกิจเกาะติด'พระวิหาร'
'ยิ่งลักษณ์' ไร้ภารกิจ เกาะติดศาลโลกคดี 'พระวิหาร' ทางทีวีที่เชียงใหม่ งดให้สัมภาษณ์ สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องมอนิเตอร์ติดตามคดีใกล้ชิด
15 เม.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ (15 เม.ย.) ซึ่งยังอยู่ในช่วงวันหยุดของเทศกาลสงกรานต์ ที่นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (ไปป์) บุตรชาย ยังคงใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวพักผ่อนอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งนายกฯไม่มีภารกิจอย่างเป็นทางการและไม่มีกำหนดการที่จะลงพื้นที่เพื่อช่วย นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาวและผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมชิงตำแหน่งส.ส.เขต3จังหวัดเชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทย โดยตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (14เม.ย.) หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด ช่วยนางเยาวภา หาเสียงในช่วงครึ่งวันเช้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอปฏิบัติภารกิจส่วนตัวอยู่กับครอบครัว โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางไปยังบ้านพักของนางเยาวภา ที่สนามกอล์ฟกรีน วัลเล่ย์ อ.แม่ริม ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า จะขอพักผ่อนและไปดูโทรทัศน์ติดตามข่าวสารบ้านเมือง
แหล่งข่าวใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ของดการให้สัมภาษณ์ทุกประเด็น พร้อมแจ้งว่า จะติดตามสถานการณ์อยู่ในโรงแรมที่พักในเมืองเชียงใหม่ โดยเฉพาะในช่วงเวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ที่ตัวแทนประเทศกัมพูชา จะให้การทางวาจาเพิ่มเติมต่อศาลอาญาระหว่างประเทศหรือศาลโลก กรณีที่กัมพูชายื่นตีความ คดีประสาทพระวิหาร ซึ่งนายกฯจะชมการถ่ายทอดสดจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ พร้อมจะใช้โทรศัพท์สื่อสารติดตามสถานการณ์ในภาพรวม
สำหรับบรรยากาศบริเวณโรงแรมที่พักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขณะที่นายกรัฐมนตรี ยังคงพักผ่อนอยู่ในโรงแรมดังกล่าว ส่วนน้องไปป์ บุตรชาย จะใช้เวลาช่วงเช้าออกรอบตีกอล์ฟกับเพื่อน ที่สนามกอล์ฟอัลไพรท์ จ.เชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ วันที่ 15 เม.ย. ที่อยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น ชาวล้านนาทางภาคเหนือจะถือวันนี้เป็นวัน "พญาวัน" เถลิงศกเริ่มต้นปีใหม่ ที่ชาวล้านนาจะพากันเข้าวัดทำบุญ สรงน้ำพระ ตระเวนรดน้ำ ดำหัวผู้ใหญ่ และจะไม่พูดจาหยาบคาย หรือพูดปด
สั่งมอนิเตอร์ 'คดีพระวิหาร'
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมต่อการแถลงคดีด้วยวาจา กับองค์คณะผู้พิพากษา ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ต่อคำร้องขอตีความคำพิพากษาของศาลเมื่อปี พ.ศ.2505 ในคดีปราสาทพระวิหารว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ช่วยมอนิเตอร์ จึงได้มีศูนย์ประสานงานทำเนียบรัฐบาล เพื่อทำหน้าที่ประสานงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดสัปดาห์ที่มีการแถลงรวมถึงรายงานต่อนายกรัฐมนตรี และจะมีการประเมินข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆ หรือคำถามต่างๆจากสาธารณชน ซึ่งเราจะช่วยทำความเข้าใจ
นายสุรนันทน์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นศูนย์หลักในการติดตามข่าวสาร และการกระจายข้อมูลข่าวสารให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีที่ขณะนี้ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่จ.เชียงใหม่ ก็ได้มีการติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง โดยจะติดตามผ่านทางโทรทัศน์และทางเว็บไซต์ ที่กระทรวงการต่างประเทศนำข้อมูลขึ้น ในส่วนของตนและพล.ต.ท.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะทำการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆหากมีความจำเป็น
นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ในช่วงนี้จะเป็นการติดตามเพื่อรับทราบการแถลงของฝ่ายกัมพูชาก่อน ส่วนฝ่ายไทยจะแถลงในวันที่ 17 เม.ย. โดยจะเป็นการรวบรวมข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งทีมทนายและนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ และพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม จะอยู่ประจำที่ศาลโลก ฉะนั้นการตัดสินใจต่างๆจะเป็นเรื่องของทีมงาน ในการแถลงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดี หรือข้อมูลข่าวสารเพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความจำเป็นต้องติดต่อกับนายกรัฐมนตรี เพื่อขอคำแนะนำหรือไม่ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้คงยังไม่มี เพราะวันนี้ เป็นการแถลงวันแรก ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้แถลงเพียงฝ่ายเดียว โดยประเทศไทยจะแถลงอีกครั้งในวันที่17เม.ย.นี้ ทำให้ยังมีเวลาในการเตรียมตัว และกำหนดท่าทีที่ชัดเจน แต่ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าคณะรัฐมนตรีและรัฐบาล มีความมั่นใจในท่าทีที่คณะที่ปรึกษากฎหมายและฝ่ายทนายของไทยได้กำหนดไว้ เราเชื่อมั่นในท่าทีและจุดยืนของไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเชื่อมั่นนั้น เชื่อมั่นในลักษณะของผลที่จะออกมา หรือลักษณะของการต่อสู้ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า เราเชื่อมั่นในข้อมูลหลักฐานต่างๆที่ฝ่ายไทยมี ซึ่งตรงนี้ต้องรอให้มีการแถลง และตนคิดว่าเมื่อเริ่มต้นแถลงจะมีข้อมูลต่างๆ ที่สามารถขึ้นในเว็บไซต์ เป็นข้อมูลที่สามารถเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ ซึ่งเป็นข้อกำหนดของทางศาล ตรงนี้จะทำให้เกิดความกระจ่างชัดมากขึ้น รวมทั้งสิ่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ได้ยื่นแถลงไปแล้วนั้น ตรงนี้ขอให้มีการศึกษากันให้ดี ที่สำคัญเราหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากศาล ส่วนผลคดีจะออกมาอย่างไร ถ้าตรงนั้นเป็นธรรมและมีเหตุมีผล เราเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปน่าจะเป็นไปอย่างสันติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรกับความได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะคณะทำงานของไทยที่เป็นทีมเดิม แต่คณะในส่วนของศาลโลกมีความเปลี่ยนแปลง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เรายังบอกไม่ได้ว่าได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เราเชื่อว่าเรามีจุดยืนที่มั่นคง ท่าทีของเราแข็งแรง แข็งแกร่ง พอที่จะต่อสู้ในชั้นศาลได้ และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่จะนำเสนอนั้น เป็นจุดยืนที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด ส่วนข้อสงสัยที่ว่าทางกัมพูชาแถลงก่อน เราจะได้เปรียบหรือไม่ ตนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของทางศาล เพราะกัมพูชาเป็นผู้ที่ร้องในกรณีนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้อยแถลงของกัมพูชาที่เป็นภาษากฎหมาย เราจะทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณแนวชายแดน นายสุรนันทน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราคุยกันอยู่ ซึ่งการแถลงของ 2 ฝ่ายก็จะแถลงเป็นภาษากฎหมาย และเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้มีอำนวยความสะดวก ในการแปลช่วงที่มีการแถลงเป็นภาษาฝรั่งเศสให้เป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย ส่วนที่จะทำการสื่อสารกับประชาชน ทางกระทรวงการต่างประเทศ จะมีกระบวนการในการทำความเข้าใจ และทางศูนย์ประสานงานที่ทำเนียบจะช่วยทำความเข้าใจด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การดูแลประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน และการให้ข้อมูลข่าวสาร รัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้าง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนนี้ พล.ต.ท.ธวัช ที่มีหน้าที่ประสานกับฝ่ายความมั่นคง ได้ทำการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เราเชื่อว่าประชาชนเข้าใจและได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร นี่คือเหตุผลที่กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลตัดสินใจที่จะให้มีการถ่ายทอดสดทั้งหมด เพื่อที่จะให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารพร้อมๆกันไป โดยสิ่งที่จะต้องขอความกรุณา คือ เมื่อได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารแล้ว จะต้องใช้เหตุผลในการรับฟัง และต้องช่วยกันคิด เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศไทย เป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศต้องร่วมมือร่วมใจกัน ในการตั้งสติให้มั่น และฟังเหตุผล ขณะเดียวกันเราต้องช่วยกันให้กำลังใจกับทีมงานทนายและที่ปรึกษากฎหมาย รวมถึงทีมงานของนายสุรพงษ์ เพื่อที่จะได้ต่อสู้อย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับรายงานถึงบรรยากาศตามแนวชายแดนหรือไม่ว่าเป็นอย่างไร นายสุรนันทน์ กล่าวว่า บรรยากาศตามแนวชายแดนเงียบสงบ ตนยังไม่อยากให้เกิดการตื่นตระหนกอะไร เพราะยังไม่มีอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ เป็นการแถลงครั้งสุดท้ายต่อศาลของทั้ง 2 ฝ่าย และคำตัดสินคงจะมาในอีกช่วงเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่คิดว่านายกรัฐมนตรี อยากเห็นคือไทยกับกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านกัน เราคงหนีไปไหนกันไม่พ้น ไม่ว่าศาลตัดสินอย่างไร เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดของทั้ง 2 ประเทศ ที่จะให้ดำเนินชีวิตต่อไปด้วยสันติและสงบ และสิ่งที่เราเป็นห่วงคืออาจจะมีกลุ่มการเมืองไปกระตุ้น ความรู้สึกต่างๆ ซึ่งไม่อยากให้เกิด เพราะวันนี้เราต้องต่อสู้ในศาลให้เต็มที่ อีกทั้งเราต้องการให้เกิดสันติภาพในภูมิภาคนี้ เพราะเรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี2015 ฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สันติภาพเป็นเรื่องสำคัญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เรากำลังต่อสู้ทางคดี แต่มีฝ่ายรัฐบาลบางคนออกมาระบุว่ากังวลว่าถ้าแพ้ จะต้องดึงฝ่ายค้านช่วยกันรับผิดชอบ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าไปกังวลว่าจะแพ้หรือชนะ ตนว่าไม่มีใครแพ้ใครชนะ เพราะเรื่องแพ้หรือชนะเป็นเรื่องที่ใช้คำพูดไป แต่สิ่งที่เราต้องการคือความเป็นธรรมจากศาล ส่วนผลการตัดสินจะออกมาอย่างไรค่อยว่ากัน
"การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ที่ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต้องร่วมมือกัน เราคงไม่ไปโทษใคร ฝ่ายค้านเองก็พยายามที่จะบอกว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบตรงนั้น ตรงนี้ แต่ในขณะเดียวกันผมต้องติงฝ่ายค้าน ฝ่ายที่ต่อต้านและฝ่ายที่คัดค้านในหลายๆเรื่อง ว่าทุกอย่างเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2505แล้ว และรัฐบาลต่างๆที่ผ่านมาอาจจะมีการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ตนคิดว่าเราต้องรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น คงไม่ไปโทษใคร แต่ต้องรู้ว่าทำไมวันนี้ประเทศต้องกลับไปสู่ศาลโลกอีกครั้งหนึ่ง และตนคิดว่าฝ่ายค้านน่าจะเป็นฝ่ายที่ตอบได้ดีที่สุด"
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความห่วงใยกับประเด็นใหม่ ตามที่กัมพูชาจะนำเสนอต่อศาลโลกในครั้งนี้หรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ต้องติดตามและฟังดูว่าทางกัมพูชาจะแถลงด้วยวาจาอย่างไร และตนมีโอกาสได้ติดต่อไปยังทีมงานที่กรุงเฮก ทุกคนยังไม่คิดว่าจะมีอะไรใหม่พิเศษ แต่ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอน เพราะทุกอย่างนั้นเป็นความลับ เราจะทราบเมื่อเริ่มแถลง แต่ทั้งนี้การแถลงมีหลายวัน วิธีการของศาลและวิธีการกำหนดวาระต่างๆ ทำให้มีเวลาที่จะประเมิน แก้ไข และชี้แจง



