
แกะรอย'ไฟมรณะ'ย่างสด!ผู้อพยพ(2)
คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : แกะรอย...ไฟมรณะ ย่างสด! ผู้อพยพบ้านแม่สุริน (ตอน2) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ซากปรักหักพังและกลิ่นไหม้จากกองเถ้าถ่าน ภายหลังเกิดอัคคีภัยครั้งใหญ่เผาผลาญเพิงพักผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งกินเนื้อที่นับร้อยไร่ ทิ้งไว้แต่บรรยากาศเวิ้งว้างชวนให้ผู้พบเห็นสลดหดหู่
ท่ามกลางความโกลาหลของผู้รอดชีวิตที่ต้องกลายเป็นผู้สูญเสีย เพิงพักที่เคยใช้อยู่อาศัยมานานหลายปีวายวอดไปกับกองเพลิง ต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพียงชั่วเวลาไม่กี่ชั่วโมงนับตั้งแต่เกิดเหตุเพลิงพิโรธ
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ต่างกุลีกุจอให้การช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ซึ่งเป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากมีผู้บาดเจ็บนับร้อยคน ในจำนวนนั้นมีไม่น้อยที่ถูกไฟไหม้พุพองแทบทั่วเรือนร่าง
ขณะที่สภาพอากาศบริเวณนั้นยังขะมุกขะมัว ปกคลุมไปด้วยหมอกควัน และฝุ่นละอองจากกองเพลิงที่ยังคงลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ประกอบกับระยะทางที่ค่อนข้างไกลและทุรกันดาร ยิ่งเพิ่มความยากลำบากต่อการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุของทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ทีมพิสูจน์หลักฐาน ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. และ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว จตร.(สบ8) ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ให้เข้าไปเร่งตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ รวมถึงภารกิจการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลยืนยันตัวผู้เสียชีวิต ต้องทำงานอย่างรีบเร่ง ในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ป้องกันไม่ให้หลักฐานสำคัญที่จะสาวไปถึงชนวนเหตุเพลิงมรณะสูญหายหรือถูกทำลาย
ภารกิจการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของตำรวจพิสูจน์หลักฐานทีมนี้ สามารถยืนยันผู้เสียชีวิตได้ 24 ศพ ส่วนที่เหลืออีก 12 ศพ ยังไม่สามารถยืนยันได้เนื่องจากสภาพศพถูกเพลิงไหม้จนดำเป็นตอตะโกไม่หลงเหลือตำหนิรูปพรรณหรือหลักฐานอื่นใดที่เพียงพอต่อการจดจำ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและทีมแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงทีมแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ต้องใช้วิธีการดูดเลือดจากหัวใจ และการตัดเอากระดูกโคนขา ไปสกัดดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันตัวบุคคลต่อไป
โจทย์ข้อใหญ่ที่ทีมพิสูจน์หลักฐานชุดนี้ ต้องร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.ขุนยวม ในฐานะเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุต้องเร่งตีให้แตกคือ เพลิงมรณะ! ที่คร่าชีวิตผู้อพยพจากการหนีภัยการสู้รบ ไปเกือบครึ่งร้อยชีวิตครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด
ไฟป่า? อุบัติเหตุ? หรือลอบวางเพลิง?
ทีมพิสูจน์หลักฐานได้ใช้โปรแกรมกูเกิลแม็พ จัดทำแผนที่ที่เกิดเหตุ โดยอาศัยภาพถ่ายทางอากาศบริเวณจุดเกิดเหตุ มาจำลองพื้นที่การเกิดเพลิงไหม้ เพื่อวางแผนในการเข้าเก็บหลักฐานในพื้นที่จริง
ทั้งนี้ ศูนย์อพยพผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุริน แบ่งพื้นที่อยู่อาศัยออกเป็น 4 โซน หรือที่ผู้อพยพที่อาศัยอยู่นั้นเรียกขานเป็นภาษาถิ่นว่า "ป๊อก" ไล่เรียงกันไปตามแนวของหุบเขาและธารน้ำ โดยป๊อก 2 และป๊อก 3 อยู่ทางตอนเหนือ เยื้องไปทางตะวันตก ขณะที่ ป๊อก 1 และป๊อก 4 ไล่เรียงกันมาทางตอนใต้เยื้องไปทางตะวันออก
"จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าต้นเพลิงเกิดจากบริเวณกลางพื้นที่ป๊อก 1 ก่อนจะไหม้ลุกลามไปทั่วพื้นที่ของป๊อก 1 แล้วลามต่อมายังพื้นที่ของป๊อก 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้พักอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เพราะเป็นโซนที่ตั้งของสถานพยาบาลและโรงเรียน ซึ่งพบว่าบริเวณป๊อก 4 มีผู้เสียชีวิตมากถึง 35 ศพ" พล.ต.ท.จรัมพร ให้ข้อมูล
ศูนย์อพยพผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุรินตั้งอยู่บริเวณแนวร่องเขา มีลำธารไหลผ่านบริเวณด้านล่างของศูนย์อพยพตลอดแนว ขณะเกิดเหตุมีลมพัดแรงลัดเลาะตามแนวหุบเขาจากตะวันตกไล่ไปยังตะวันออก เมื่อเกิดเพลิงลุกไหม้ในพื้นที่ป๊อก 1 แรงลมจึงโหมให้เปลวเพลิงลุกไหม้ลามไปยังพื้นที่ป๊อก 4 ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นทิศที่อยู่ใต้ลม ขณะที่พื้นที่ป๊อก 2 และป๊อก 3 ซึ่งอยู่ทางเหนือค่อนไปทางตะวันตกเป็นทิศทางเหนือลมจึงไม่ได้ถูกเพลิงไหม้
"ป๊อก 2 และป๊อก 3 อยู่ทางเหนือค่อนไปทางตะวันตกเป็นทิศเหนือลมจึงทำให้พื้นที่บริเวณนั้นไม่ถูกเพลิงไหม้ จุดต้นเพลิงอยู่บริเวณป๊อก 1 ซึ่งอยู่ทางใต้ลงมาเมื่อเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณนี้ แรงลมได้โหมไปทางทิศตะวันออก ทำให้เปลวเพลิงลุกลามไปยังป๊อก 4 ส่วนสาเหตุที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วเป็นเพราะบ้านพักในศูนย์อพยพทั้งหมดมุงและกั้นด้วยวัสดุที่เรียกว่า ใบตองตึง ซึ่งทำมาจากใบไม้ จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี" พล.ต.ท.จรัมพร บอก
จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ป๊อก 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นเพลิงมีบ้านเรือนตั้งอยู่ 207 หลัง มีผู้อพยพอาศัยอยู่ 1,123 คน หลังเพลิงสงบพบว่าบ้านเรือนบริเวณนี้ถูกเผาไหม้เสียหายทั้งหมด และร่างไร้วิญญาณ 1 ใน 36 ศพ พบในบริเวณนี้
ขณะที่ป๊อก 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในทิศใต้ลม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของป๊อก 1 ทำให้เพลิงลุกลามเผาไหม้เสียหายไปทั้งโซนเช่นกัน โดยป๊อก 4 มีบ้านเรือนตั้งอยู่ 213 หลัง มีผู้อพยพอาศัยอยู่ 1,207 คน โดย 35 ศพที่เหลือ เจ้าหน้าที่พบเสียชีวิตอยู่บริเวณเนินเขาท้ายหมู่บ้านซึ่งเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างสูงชัน
ส่วนพื้นที่ป๊อก 2 มีบ้านพักปลูกอยู่ 130 หลัง มีผู้อพยพอาศัยอยู่ 560 คน ขณะที่ป๊อก 3 มีบ้านพักปลูกอยู่ 140 หลัง มีผู้อพยพอาศัยอยู่ 687 คน พื้นที่ทั้ง 2 โซน ไม่มีร่องรอยการเกิดเพลิงไหม้
มหาอัคคีภัยที่เกิดขึ้นในศูนย์อพยพผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุริน เกิดขึ้นได้อย่างไร...ติดตามตอนหน้า
--------------------
(ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : pippodeco : isnap - csi thailand ไฟไหม้ศูนย์อพยพ
- http://www.youtube.com/watch?v=HCNvhyTURCQ
หมายเหตุ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : แกะรอย...ไฟมรณะ ย่างสด! ผู้อพยพบ้านแม่สุริน (ตอน2) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



