
วิบากกรรมของชาวเวเนซุเอลา
เปิดโลกวันอาทิตย์ : อาหารขาดแคลน-ลักพาตัว วิบากกรรมของชาวเวเนซุเอลา : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา / ที่มาข้อมูล - บลูมเบิร์ก , เอพี
ในวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายนนี้ ชาวเวเนซุเอลาจะออกไปหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ แทนนายฮูโก ชาเวซ ที่ถึงแก่อสัญกรรมจากโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งโพลล์หลายสำนักชี้ว่า นายนิโคลาส มาดูโร รักษาการประธานาธิบดีและทายาทการเมืองนายชาเวซ มีภาษีดีกว่าคู่แข่ง นายเอนริเก กาปริเลส ผู้ว่าการรัฐมิรันดาโดยน่าจะได้รับเลือกด้วยคะแนนห่างทิ้งห่างราว 10 %
ศึกเลือกตั้งที่แม้ไม่มีชื่อ ฮูโก ชาเวซ อยู่บนบัตรลงคะแนนครั้งแรกในรอบสองทศวรรษ แต่ก็ยังเป็นการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับผู้นำที่ล่วงลับอยู่ดี ชาวเวเนฯ จะเลือกระหว่างการสืบทอดมรดกที่นายชาเวซเรียกว่า การปฏิวัติสังคมนิคมแห่งศตวรรษที่ 21 หรือการผสมผสมการเมืองเอียงซ้าย การใช้จ่ายหนักมือของรัฐบาลเพื่อช่วยคนจน และการเพิ่มบทบาทของรัฐในการควบคุมเศรษฐกิจ หรือจะลองของใหม่ตามที่คู่แข่งนายกาปริเลส ท้าให้เลือกระหว่างความเป็นกับความตาย เลือกการเปลี่ยนแปลงหากต้องการอนาคต
แต่ขณะที่สองฝ่ายหาเสียงโต้คารมกันอย่างดุเดือด เสียงบ่นของชาวบ้านร้านตลาดที่ได้ยินเป็นประจำทุกวันนี้ คืออาหารขาดตลาด เมื่อไปจับจ่ายซื้อของ อาจต้องเตรียมใจว่าอาจไม่มีน้ำตาลทราย แป้งข้าวโพดสำหรับทำอาเรปาส ของโปรดของชาวเวเนฯ
เอร์มิส โรดริเกซ วัย 76 ปี กล่าวขณะเดินซื้อของในตลาดกัวอีกาปูโร ในกรุงคารากัส ว่า หาซื้ออะไรไม่ได้เลย ผมเคยกาคะแนนให้ชาเวซ แต่ไม่ลงคะแนนให้มาดูโร อะไรๆ แย่ลงไปหมด
การปฏิรูปที่ดินและภาคเกษตร เป็นเสาหลักในการปฏิวัติสังคมนิยมของอดีตประธานาธิบดีชาเวซ ผู้เคยประกาศจะพลิกเวเนซุเอลาเป็นมหาอำนาจด้านการส่งออกอาหาร และพึ่งตนเองได้ แต่เหตุใด ทุกวันนี้ สเต๊กก็มาจากบราซิล กล้วยหอมมาจากสาธารณรัฐโดมินิกัน ข้าวจากแอฟริกาใต้ พาร์เมซาน ชีส จากอรุกวัย ข้าวโอ้ต จากชิลี แม้แต่กาแฟ สินค้าที่เคยขึ้นชื่อของเวเนฯ เอง จำนวนไม่น้อยก็นำเข้าจากโคลัมเบีย
รัฐบาลที่ได้รับการคำชื่นชมว่าทำเพื่อคนยากจนและกลายเป็นต้นตำรับประชานิยมที่ผู้นำหลายประเทศเลียนเบบ ได้ยึดคืนที่ดินทำการเกษตรที่นายชาเวซอ้างว่านำไปใช้ผิดทาง 14 ล้านไร่ จากนั้นยึดบริษัทผลิตอาหารหลายแห่งมาเป็นของรัฐ โดยอ้างว่าเจ้าของบริษัทเหล่านั้นเอาเปรียบประชาชน ทำให้รัฐควบคุมสัดส่วนตลาดอาหารหลายชนิด อาทิ ข้าวและกาแฟ เพิ่มจาก 40% เป็น 70%
7 ปีที่ผ่านมา เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ขาดแคลนอาหารพื้นฐานอย่างนม เนยเป็นระยะ และประเทศที่มีประชากร 30 ล้านคนยังต้องนำเข้าอาหารเกือบ 70% ที่น่าสนใจคือ ต้องนำเข้าอาหารที่ไม่ต้องนำเข้าก่อนหน้าชาเวซเข้ามาบริหารประเทศ อย่างเนื้อวัว กาแฟ และข้าว
มานูเอล ซีปรีอาโน ประธานสมาคมผู้เลี้ยงปศุสัตว์แห่งชาติ กล่าวว่า 15 ปีก่อน เวเนซุเอลาผลิตเนื้อวัวเกือบพึ่งตนเองได้ แต่ปัจจุบันต้องนำเข้าเกือบครึ่งเพื่อบริโภค เฉพาะปีที่แล้วปีเดียว การนำเข้าเนื้อวัวแช่แข็งเพิ่มขึ้นเกือบ 150% ส่งผลให้ราคาเนื้อเพิ่มสูงขึ้น
ด้าน นายเกร์ราร์โด บาร์เรโต ประธานสภาอุตสาหกรรมรัฐการาโบโบ ทางภาคกลาง บ่นว่า กาแฟของเวเนฯ เคยขึ้นชื่อยอดเยี่ยม แต่เดี๋ยวนี้มีค่าเท่าขยะ เพราะเมล็ดกาแฟไม่ได้ผ่านการคัดคุณภาพ วิชาความรู้ด้านนี้สูญหายไป เพราะชาเวซทำลายอุตสาหกรรมกาแฟของเวเนซุเอลา ด้วยการตัดสิทธิบริษัทรายใหญ่ที่คร่ำหวอดและมีความชำนาญหลายสิบปี แทนที่ด้วยกลุ่มบริษัทของรัฐที่ขาดความเชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ การดึง "อะโก อิสเลนา" บริษัทผลิตปุ๋ยและเชี่ยวชาญด้านเมล็ดพันธุ์ ไปเป็นของรัฐสมัยชาเวซ ก็กระทบต่อผลผลิตการเกษตรเช่นกัน ปุ๋ยที่รัฐบาลนำเข้าทุกวันนี้กลับราคาแพงกว่าเดิม หรือซื้อหาไม่ได้เลย ห่วงโซ่การผลิตยุ่งเหยิงไปหมด
นายโฆเซ ออกุสติน กัมโปส ประธานสมาพันธ์ชาวนาและผู้เลี้ยงปศุสัตว์แห่งชาติ ที่สนับสนุนรัฐบาล ได้กล่าวปกป้องนโยบายของนายชาเวซในการแถลงข่าวเมื่อสองสัปดาห์ก่อนว่า นายชาเวซลดอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมแก่เกษตรกร ช่วยชาวนาให้ลงทุนได้ ทั้งยังประกาศใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำกับแรงงานภาคชนบทเท่ากับแรงงานในเมือง เพื่อกระตุ้นให้แรงงานไม่ทิ้งถิ่นฐาน
สมาพันธ์เชื่อว่าการพึ่งพาอาหารนำเข้า เป็นปัญหาเก่าที่มีมาก่อนหน้าชาเวซ
ความพยายามปฏิรูปการเกษตรในคริสต์ทศวรรษที่ 1960 ล้มเหลว เมื่อรัฐบาลขณะนั้นจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรหน้าใหม่แต่ไม่ได้ให้ความชำนาญและเงินทุนที่ต้องใช้ ทำให้การผลิตทำได้น้อย สมัยที่นายชาเวซได้รับเลือกในปี 2542 ผลสำรวจพบว่าร้อยละ 90 ของที่ดินทำกินที่เคยมอบแก่เกษตรกรยากจน กลับไปอยู่มือของเจ้าของที่ดินรายใหญ่แล้ว
ชาเวซ สัญญาว่าจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำเดิมเมื่อยึดที่ดินกลับคืน แต่คนยากจนยังหลั่งไหลเข้าไปหางานทำในเมือง ส่งผลให้ที่ทำการเกษตรผลิตได้น้อยลงเรื่อยๆ เพราะขาดผู้รู้ และกลายเป็นที่ร้าง
ขณะเดียวกันผู้ผลิตอาหารเอกชน ทั้งรายใหญ่และรายย่อยต้องขาดทุนเพราะการควบคุมราคาสินค้าหลายร้อยรายการที่นายชาเวซนำมาบังคับใช้ ขณะต่อสู้กับเงินเฟ้อพุ่งกระฉูด รัฐบาลพยายามคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่จำเป็นต่อการนำเข้ายาฆ่าแลง ปุ๋ย อาหารสัตว์และเครื่องจักรที่ล้วนผลิตในต่างประเทศ
ขณะถูกโจมตีว่ารัฐบาลบริหารนโยบายอาหารผิดพลาด นายมาดูโรได้โบ้ยความผิดไปให้อาลิเมนโตส โปลาร์ ผู้ผลิตอาหารเอกชนรายใหญ่สุดของเวเนซุเอลา ว่าทำลายตลาดอาหารในประเทศ พร้อมเตือนว่าทุกอย่างมีจุดยุติ แต่ไม่ได้ขยายความ
โปลาร์ ซึ่งว่าจ้างคนงาน 4.8 หมื่นคนทั้งในแผนกที่เกี่ยวข้องกับอาหารโดยตรงและทางอ้อม มีสัดส่วนผลิตอาหารในประเทศราว 10% รวมทั้งธัญพืช ซอส ชีส อาหารกระป๋อง แยม อาหารสัตว์ และอาหารอื่นๆ ได้ออกแถลงการณ์ที่แข็งกร้าวผิดปกติว่าคำพูดของนายมาดูโร คือการขู่คุกคาม และยืนยันว่ากำลังผลิตอย่างเต็มศักยภาพแล้วท่ามกลางข้อจำกัดมากมายจากรัฐบาล
นอกจากนี้ โปลาร์ กล่าวว่า รัฐบาลเป็นหนี้บริษัท 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการนำเข้า รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการผลิตและขนส่งโดยไม่เคยคำนึงถึงความต้องการผู้บริโภค และรัฐบาลก็คือฝ่ายที่ทำให้ผลผลิตแป้งข้าวโพดปั่นป่วนทั่วประเทศเอง ด้วยการสั่งให้โปลาร์ส่งผลผลิตส่วนใหญ่เข้าไปในเมืองหลวง
โปลาร์ ระบุด้วยว่าการส่งอาหารทุกอย่างที่บริษัทผลิต จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลก่อน ราคาสินค้าหลายชนิดไม่เคยปรับตลอดสองปี ทั้งที่เงินสกุลโบลิวาร์เสื่อมค่าลง และเงินเฟ้อพุ่ง 23% ทำให้บริษัทต้องแบกรับขาดทุนในการผลิตและจำหน่ายสินค้าบางชนิด รวมทั้งแป้งข้าวโพด ข้าว น้ำมันข้าวโพด และพาสตา
เพราะการควบคุมจากรัฐบาลอย่างไม่สอดรับกับต้นทุนและความเป็นจริงนี้เอง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดกัวอีกาปูโร เจ้าหนึ่ง ขายเนื้อไก่และไข่ไก่ ในราคาสูงกว่าราคาควบคุม 50% โดยป้ายบอกราคาควบคุมถูกหันกลับไม่ให้ลูกค้าเห็น แต่พอเจ้าหน้าที่มาตรวจก็จะหันป้ายนั้นกลับมาอย่างรวดเร็ว
อาชญากรรม-ลักพาตัว
อาชญากรรมเป็นอีกปัญหาใหญ่สุดที่ชาวเวเนซุเอลาต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งหลายฝ่ายระบุว่า ส่วนหนึ่งมาจากการปล่อยให้คนผิดลอยนวล เพราะสถาบันที่รับผิดชอบทำงานไม่ได้
คอนโทรล ริสค์ กลุ่มวิจัยมีสำนักงานในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ระบุว่า เวเนซุเอลามีสถิติลักพาตัวสูงสุดในโลก ตามด้วยไนจีเรีย เม็กซิโก อินเดีย และปากีสถาน โดยที่กรุงคารากัส เมืองหลวงของประเทศนี่เองที่เป็นจุดอันตรายที่สุดแห่งหนึ่ง
สถิติจากสหประชาชาติระบุว่าอัตราฆาตกรรมในระหว่างที่นายชาเวซครองอำนาจ 14 ปี พุ่งขึ้น 4 เท่าเป็น 16,030 รายในปี 2555 จาก 4,550 ในปี 2541 แซงแชมป์ประเทศอันตรายที่สุดในอเมริกาใต้อย่างโคลัมเบียมาตั้งแต่ปี 2549
องค์กรพัฒนาเอกชนที่จับตาเหตุรุนแรงในเวเนซุเอลา ระบุว่า เวเนฯ มีอัตราฆาตกรรมอยู่ที่ 73 ต่อประชากร 100,000 คน สูงกว่าในสหรัฐ 14 เท่า แต่เชื่อว่าเหยื่อเหตุฆาตกรรมที่รัฐบาลไม่ได้รายงานในปีที่แล้ว มีประมาณ 21,692 คน หรือ 59 คนต่อวัน
ส่วนการลักพาตัว แม้สถิติอย่างเป็นทางการจะไม่มีออกมา แต่รัฐบาลยอมรับว่าช่วยสางคดีลักพาตัวมากกว่าวันละหนึ่งคดีเมื่อปีที่แล้ว โดยช่วยให้ตัวประกันกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ รวมทั้งสิ้น 413 คน
ขณะข้อมูลที่นายนิโคลาส วัตสัน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ชาวละตินอเมริกาที่กลุ่มวิจัย คอนโทรส ริสค์ รวบรวมเผยว่า เวเนซุเอลา มีเหตุลักพาตัวระหว่าง 625 ถึง 1,970 รายเมื่อปีที่แล้ว อาชญากรรมเหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญในการทำธุรกิจในเวเนซุเอลา เพราะจะต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อคุ้มครองสถานที่และทรัพย์สินไว้ตลอดเวลา
อาชญากรมักมุ่งเป้าเหยื่อฐานะดี และครอบครัวชนชั้นกลางที่พอจะมีปัญญาดิ้นรนหาเงินสดหรือเครื่องเพชรพอจ่ายค่าไถ่ได้ เหยื่อมักถูกนำไปกักตัวรอค่าไถ่ราว 8 ชั่วโมง พอติดต่อครอบครัวเจรจาตกลงเรื่องค่าไถ่เรียบร้อย ก็จะนำเหยื่อไปปล่อยแถวชานเมือง
สถานการณ์ที่แทบทุกคนมีสิทธิจะถูกลักพาตัวได้ตลอดเวลา ทำให้ครอบครัวและมิตรสหายใช้วิธีลงขัน เป็นกองทุนไว้จ่ายค่าไถ่ได้อย่างรวดเร็ว หากหนึ่งในสมาชิกถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่โดยไม่ต้องให้ทางการเข้ามาเกี่ยวข้อง
มีครอบครัว 4 ครอบครัวในเมืองบาร์กีซีเมโต เมืองใหญ่อันดับ 4ในเวเนฯ ที่รู้จักมักคุ้นกันนานกว่า 5 ปี ได้ร่วมตั้งกองทุนที่ขณะนี้มีเงินกว่า 6 หมื่นดอลลาร์แล้ว ส่วนหนึ่งฝากไว้เป็นบัญชีเงินฝากธนาคารและเงินสดส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่บ้าน พวกเขาตั้งกองทุนหลังจากมีสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มถูกลักพาตัวไปเมื่อสองปีก่อน และถูกกักตัวไว้นานเกือบสัปดาห์
แม้โครงการด้านสังคมที่นายชาเวซจัดทำขึ้น ช่วยลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำลงได้ แต่กองกำลังตำรวจกลับถูกละเลย จำนวนไม่มากพอและขาดอุปกรณ์เหมาะสมที่จะบังคับใช้กฎหมายได้
นายโฮลเดอร์ กล่าววา อาชญากรรมกับความไม่เท่าเทียมทางสังคมไม่เกี่ยวพันโดยตรง แต่เป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญในการลดอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรง เมื่อความเหลื่อมล้ำทางสังคมลด แต่สถาบันกลับถดถอย เมื่อรัฐบาลมีเอกภาพและเข้มแข็ง แต่สถาบันต่างๆ กลับอ่อนแอลง เวเนซุเอลาไม่มีระบบยุติธรรมที่เป็นอิสระ และหากสถาบันทำงานไม่ได้ อย่างอื่นก็จะเข้ามาแทนที่ และอย่างนั้นก็มักจะเป็นแก๊งอาชญากรรม
---------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : อาหารขาดแคลน-ลักพาตัว วิบากกรรมของชาวเวเนซุเอลา : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา / ที่มาข้อมูล - บลูมเบิร์ก , เอพี)



