
'เพื่อไทย'ลั่นขอเดินหน้าแก้รธน.
'เพื่อไทย'ไม่หวั่นจะมีใครยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นขอเดินหน้าแก้'รธน.' พร้อมร่อนเมลล์ถึงสื่อโต้'ปชป.'4 ประเด็น
13 เม.ย.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของ นายบวร ยสินทร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตาม มาตรา 68 กรณีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภากับพวกรวม 312 คน กระทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการตัดสิทธิของบุคคลในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า การรับคำร้องนี้ก็เหมือนกับกรณีที่กลุ่ม 40 สว.ร้องมาก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร มันเป็นทางของพวกเขา มั่นใจเราว่าชี้แจงได้ เพราะขณะนี้พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรผิด
"ส่วนการเตรียมตัวชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญกรณีที่กลุ่ม 40 สว.ร้องเรียนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเข้าข่ายทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 นั้น สส.พรรคเพื่อไทยจะชี้แจงกรณีดังกล่าวไปทำนองเดียวกัน โดยมอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ดำเนินการให้ หลักการที่ทีมกฎหมายจะชี้แจงมี 2 ประการหลักคือ 1.การปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยที่มาก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจที่ฝ่ายนิติบัญญัติดำเนินการได้ 2.การแก้ไขมาตรา 68 ไม่ใช่การตัดสิทธิประชาชน แต่แก้ไขเพื่อให้กระบวนการยื่นคำร้องตามมาตรา 68 มีความชัดเจน ไม่สับสนในการตีความอีก เพราะการยื่นกล่าวหาตามมาตรา 68 ถือเป็นเรื่องร้ายแรง เข้าข่ายกบฏ ดังนั้นจึงต้องมีคนกลั่นกรองเรื่องให้ก่อนถึงศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าให้ยื่นต่อศาลได้โดยตรง ต่อไปศาลก็จะลดความศักดิ์สิทธิ์ ดูไม่ขลัง" นายอนุสรณ์ กล่าว
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ หวังที่จะล้มมาตรา 68 เพื่อเปิดช่องโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรม นูญ มาตรา 291 วาระ 3 ที่ค้างอยู่ในสภา ว่า ถึงแม้จะเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ชาวบ้านรู้ทันหมด ว่าเป็นเกมเดิมๆ ที่หวังจะเตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น เป็นความกลัวล่วงหน้าที่สร้างกันขึ้นมาเอง การที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาถล่มกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว.สรรหาที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์และคณะ เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 กรณีเข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการนั้น
"ขอให้โชคดีให้ตลอด ขอให้ได้เย้ยหยันนายเรืองไกร ให้ได้นานๆ ระวังผีผลักไว้บ้างก็แล้วกัน วันนี้ที่ สส.และ สว.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เพื่อให้ประเทศชาติเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำตัวเป็นจระเข้ขวางการพัฒนาของประเทศ ที่สุดจะไม่มีผลกับการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสามร่างซึ่งอยู่ในชั้นกรรมาธิการ พรรคเพื่อไทย จะเดินหน้าแก้ไขต่อไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ และเห็นใจประชาชนที่สังคมการเมืองวันนี้เต็มไปด้วย พวกถือทำนอง พร้อมคำร้องกันเกลื่อนเมือง" นายอนุสรณ์ กล่าว
ร่อนเมลล์ถึงสื่อโต้'ปชป.'4 ประเด็นแก้รธน.-กู้ 2 ลล.- 3 จว.ใต้ - เขาพระวิหาร วอนอย่าเล่นการเมือง
นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนำนายกรัฐมนตรี ได้ส่งอีเมลล์ถึงผู้สื่อข่าวตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวถึงรัฐบาลในสี่ประเด็นคือ 1. เรื่องรัฐธรรมนูญ 2.พรบ.2ล้านล้านบาท 3.ปัญหาสามจังหวัดภาคใต้ และ4.เรื่องเขาพระวิหารนั้น
นายแพทย์ทศพร ระบุผ่านอีเมลล์ว่า ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท รัฐบาลได้พิจารณาและวางแผนอย่างรอบครอบ หนี้สาธารณะจะไม่เกิน 50 % ของจีดีพีแน่นอน ถึงแม้ว่าตัวเลขที่ ยอมรับกันได้ว่าหนี้สาธารณะต้องไม่เกิน 60 % ของจีดีพี แต่รัฐบาลก็จะควบคุมไว้ไม่เกิน 50 % ทั้งนี้การกู้เงินก็ไม่ได้เป็นการกู้ทีเดียวทั้ง 2 ล้านล้านบาท แต่จะเป็นการทยอยกู้ในแต่ละปี และจีดีพีของประเทศไทยก็มีการเติบโตขึ้นทุกปี รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ การเชื่อมโยง ต่างๆจะก่อให้เกิด รายได้อย่างมหาศาล จาการลดต้นทุนการขนส่ง การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลัก อย่างหนึ่งของประเทศก็จะเพิ่มขึ้นอีก การขนส่งพืชผลทางการเกษตรและสินค้าต่างๆ ทำได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดรายได้ การหมุนเวียน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการจ้างงานใหม่ๆ อย่างน้อย 5 แสนตำแหน่ง จากตัวโครงการนี้เอง ซึ่งมีผลให้จีดีพีของประเทศเติบโตขึ้นอีก ดังนั้นหนี้สาธารณะ เมื่อเทียบกับจีดีพีที่เติบโตขึ้น จึงไม่เกิน50% อย่างแน่นอน และรัฐบาล ก็จะสามารถจัดเก็บภาษี รายได้ ได้มากยิ่งขึ้น มีโอกาสที่จะชำระหนี้ได้ก่อนกำหนด
" การที่นายอภิสิทธิ์ จะขอแปรญัญติ นั้นเป็นเรื่องที่ดี ขอขอบคุณนายอภิสิทธิ์ที่จะมาช่วยดูแลตรวจสอบ แต่ไม่อยากเห็นการแปรญัตติทุกมาตรา มาตราละเป็นร้อยคนเหมือนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังคงค้างในสภา ซึ่งจะทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย กับการทำงาน ของสภาฯ"โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
นพ.ทศพร กล่าวต่อว่า ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรนูญนั้น เป็นเรื่องของสมาชิกผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา รัฐบาลคงไม่สามารถเข้าไปสั่งการหรือชี้นำอย่างไรได้ ส่วนเรื่องปัญหาภาคใต้นั้นท่านนายกรัฐมนตรีดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว สองวันที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ลงไปปฎิบัติงานในพื้นที่ ถึงแม้จะยังมีความรุนแรงเกิดขึ้นการเจรจากจำเป็นต้องดำเนินต่อไป ส่วนประเด็นสุดท้ายคือเรื่องเขาพระวิหาร โฆษกฯ กล่าวว่า คงไม่ต้องมากล่าวโทษกันว่ารัฐบาลไหนผิดหรือถูก ก็ต้องเดินหน้าร่วมแรงใจช่วยกัน
" ไม่ว่าเรื่องภาคใต้ หรือเรื่องเขาพระวิหาร เป็นเรื่องของประเทศชาติ เป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ควรจะเป็นเรื่องการเมือง ไม่ควรจะเป็นเรื่องของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทุกฝ่ายต้องถอดหมวกออก แล้วร่วมแรงร่วมใจกันอย่างมีสติ ในการนำประเทศหลุดพ้นจากปัญหา " โฆษกฯ กล่าว



