ข่าว

ท่องโลกเกษตร : ชมผืนป่าสักทอง

ท่องโลกเกษตร : ชมผืนป่าสักทอง

14 เม.ย. 2556

ท่องโลกเกษตร : ตามกรมป่าไม้ชมผืนป่าสักทอง ดูวิธีขยายพันธุ์ที่ 'สถานีวิจัยงาว' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 

                         ผลจากข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมป่าไม้กับองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศของประเทศเดนมาร์กในการดำเนินการปรับปรุงพันธุ์ไม้สักในประเทศไทย เมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณลักษณะต่างๆ ของไม้สักสู่เชิงพาณิชย์นั้น ปัจจุบันมีความก้าวหน้าถึงขั้นได้ไม้สักพันธุ์ดีกว่า 10 สายพันธุ์ที่พร้อมจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการเกษตร ก่อนเตรียมเพาะกล้าเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่สนใจปลูกต่อไป

                         "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ตามคณะผู้บริหารกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย อำนวยพร ชลดำรงค์กุล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจัดการและควบคุมป่าไม้ กรมป่าไม้ขึ้นเหนือดูงานวิจัยและขยายพันธุ์ไม้สักที่สถานีวนวัฒนวิจัยงาว อ.งาว จ.ลำปาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกล้าพันธุ์ไม้สักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรพัฒนาระหว่างประเทศของประเทศเดนมาร์ก (DANIDA) ที่สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือในการปฏิบัติงานการปรับปรุงพันธุ์ไม้สัก พร้อมตั้งศูนย์บำรุงพันธุ์ไม้สักขึ้นที่ ต.บ้านหวด อ.งาว จ.ลำปาง (สถานีวนวัฒนวิจัยงาวในปัจจุบัน)

                         "เป้าหมายหลักของการตั้งสถานีวิจัยแห่งนี้มีอยู่ 4 ประการ 1.เพื่อทดสอบถิ่นกำเนิดไม้สัก 2.เพื่อคัดเลือกแม่ไม้สัก 3.เพื่อสร้างสวนเมล็ดพันธุ์ และ 4.เพื่อสร้างไม้สักสายพันธุ์ใหม่มาส่งเสริมชาวบ้านปลูกสร้างสวนป่า โดยขณะนี้กรมป่าไม้ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์ไม้สักพันธุ์ดีมากกว่า 10 สายพันธุ์ที่เหมาะกับการปลูกในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยใช้รหัสว่าปม 1-1 ถึงปม 1-10 และอยู่ในระหว่างการขอยื่นจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการเกษตร ก่อนจะนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกในเชิงพาณิชย์ต่อไป"

                         อำนวยพร เผยข้อมูลระหว่างนำคณะเยี่ยมชมจุดต่างๆ ของสถานีวนวัฒนวิจัยงาว ก่อนนำไปชมห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งอยู่ด้านหลังของสำนักงานที่ทำการสถานี โดยมี ดร.สาโรจน์ วัฒนสุขสกุล หัวหน้าสถานีวนวัฒนวิจัยงาว อธิบายถึงกระบวนการทำงานการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ไม้สัก ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาโครงการปรับปรุงไม้สักได้เน้นหนักในด้านการคัดเลือกแม่ไม้จากป่าสักธรรมชาติในท้องที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือของประเทศเป็นหลัก

                         โดยมีทั้งแบบไม่อาศัยเพศด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการปักชำ เริ่มต้นด้วยการเก็บกิ่ง ตา จากไม้สักมงคลมาติดตากับต้นตอใหม่ (เหง้าสัก) ที่มีอายุไม่มาก เพราะถ้าอายุมากเกินไปไม่เหมาะที่จะนำไปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่การที่นำตาจากกิ่งต้นพันธุ์มาติดตาเหง้าสัก ก็จะได้ยอดที่เหมาะสมจะนำไปฟอกเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นวิธีการที่ได้จากการวิจัยแล้วว่าเหมาะสมที่สุด

                         "การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจะใช้เวลาเลี้ยงดูประมาณ 6 เดือน ก็ได้ยอดที่สมบูรณ์และเหมาะที่จะนำไปฟอก ฆ่าเชื้อ และเลี้ยงในขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการ ซึ่งต้องมีการควบคุมเรื่องแสงและอุณหภูมิ จากนั้นก็ย้ายต้นกล้าจากขวดเลี้ยงเนื้อเยื่อลงถาดเพาะชำ เพื่อชักนำให้เกิดราก ในเรือนพ่นหมอก ที่ต้องควบคุมความชื้นและอุณหภูมิประมาณ 15-20 วัน เมื่อต้นกล้าเริ่มออกรากมากพอแล้ว ก็ย้ายจากเรือนพ่นหมอกเพื่อปรับสภาพ 5-7 วัน ก่อนจะย้ายชำลงถุง และนำไปเลี้ยงในแปลงเพาะชำ จากนั้นใช้เวลาเลี้ยงดูประมาณ 4 เดือน ก็จะมีขนาดโตพอที่จะจ่ายแจกให้ประชาชนนำไปปลูกได้" หัวหน้าสถานีวนวัฒนวิจัยงาวเผยขั้นตอนการเพาะเลี้ยงกล้าพันธุ์สัก

                         ขณะที่ จำนรรจ์ เพียรอนุรักษ์ นักวิชาการชำนาญการพิเศษ กรมป่าไม้ ประจำสถานีวนวัฒนวิจัยงาว กล่าวเสริมว่า การขยายพันธุ์สักโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ถือเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการที่จะเพิ่มจำนวนกล้าไม้ให้ได้จำนวนมากๆ และรวดเร็ว แต่ต้องใช้เทคนิคสูง โดยเฉพาะการนำเนื้อเยื่อจากยอดพันธุ์มาเพาะเลี้ยงในขวดนั้นจะต้องใช้ความชำนาญในการใช้มีดที่คมและปราศจากสิ่งปลอมปน ต้องทำในห้องปลอดเชื้อ ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดสรรงบประมาณในการสร้างห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย และปลอดเชื้อมาตั้งแต่ปี 2542 และได้พัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน

                         สำหรับแนวทางการดำเนินการต่อไปในอนาคนนั้น จำนรรจ์ระบุว่า จำเป็นจะต้องใช้เทคโนโลยีที่มีการพัมนาในการปรับปรุงพันธุ์เช่นการทดสอบลูกหลานสามารถปรับให้เป็นสวนผลิตเมล็ดพันธุ์โดยการทำ Index selection ควบคู่กับการใช้ Forward selection เพื่อให้มีความทันสมัย มีความแม่นยำในการคัดเลือกพันธุ์ มีการผสมพันธุ์ที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นและให้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากขึ้นด้วย รวมทั้งการนำเทคโนโลยีโมเลกุลเข้ามาช่วยในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ไม้สักในขั้นต่อไป

                         นอกจากนี้จะต้องมีเพิ่มการวิจัยที่จะช่วยสนับสนุนการปรับปรุงพันธุ์ให้มีประสิทธิภาพ เช่นการ NIDA ในการวิเคราะห์คุณสมบัติเนื้อไม้ของสายพันธุ์ไม้สักเพื่อใช้คัดเลือกพันธุ์ไม้สักที่มีคุณภาพเนื้อไม้ที่มีคุณภาพต่อไปด้วย สนใจเยี่ยมชมสถานีวนวัฒนวิจัยงาว อ.งาว จ.ลำปาง ติดต่อสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ โทร.0-2561-4292 ต่อ 474 ในวันและเวลาราชการ

 

 

---------------------

(ท่องโลกเกษตร : ตามกรมป่าไม้ชมผืนป่าสักทอง ดูวิธีขยายพันธุ์ที่ 'สถานีวิจัยงาว' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)