
รวบทีมฆ่า'ผู้ใหญ่จบ'ปมต้านบ่อน้ำเสีย
รวบทีมฆ่า'ผู้ใหญ่จบ'ซี 8 กรมโรงงานจ้าง 1 ล้านฆ่าเหตุต้านโรงงานบำบัดน้ำเสีย
13 เม.ย.56 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.นิวัฒน์ รัตนาธรรมวัฒน์ รองผบช.ภ.2 พล.ต.ต.สมบัติ บัวเรือง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและจับกุม บช.ภ.2 ร่วมแถลงข่าวคดีฆ่า นายประจบ เนาวโอภาส ผู้ใหญ่บ้าน ม.14 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 3 ราย ทราบชื่อคือ นายภูธร กวีพันธ์ อายุ 42 ปี ข้าราชการซี 8 สำนักจัดการน้ำ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และหนึ่งในกรรมการโรงงานบำบัดน้ำเสีย เป็นผู้จ้างวาน อยู่บ้านเลขที่ 9/73 ม.บ้านปรีชา ซ.รามคำแหง 158 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง ตามหมายศาลจังหวัดฉะเชิงเทราที่ 255/2556 ลง 10 เม.ย. โดยจับกุมได้ที่บ้านพักดังกล่าว พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง กล้องถ่ายภาพ 1 เครื่อง จ่าอากาศเอกยุทธนัย นาแจ้ง อายุ 32 ปี คนขับรถและจัดหาอาวุธปืน อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.2 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทราที่ 257/2556 ลงวันที่ 10 เม.ย. โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก พร้อมของกลางอาวุธขนาด 11 มม. ยี่ห้อโคลด์ 1 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน 4 ซอง เครื่องกระสุนปืนขนาด 11 มม. 22 นัด อาวุธปืนลูกซองยาวเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 8 นัด โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง พร้อมซิมการ์ด 8 อัน และทรัพย์สินอื่นๆ อีก 37 รายการ และจ่าอากาศเอกอนุ บุญเพ็ง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130/38 ม.5 ต.มะลวน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทราที่ 256/2556 ลงวันที่ 10 เม.ย. ถูกจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 12 ม.1 ต.ท่าสะอาด อ.เซกา จ.บึงกาฬ และตรวจยึดมือถือพร้อมซมการ์ด 1 เครื่อง โดยจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมกันในวันที่ 12 เม.ย.ผ่านมา
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน กค -8045 สุราษฏร์ธานี ได้ที่ลานจอดรถ แฟลตข้าราชการทหารอากาศ ประทวน 8 แขวงทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ซึ่งเชื่อว่าเป็นรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ส่วนปืนที่ยึดไว้ได้ส่งให้พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบว่าเป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานายภูธร ในความผิดฐานเป็นผู้ใช้ จ้างวาน หรือ สนับสนุน ให้ผู้อื่น ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืนยิง โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร และยิงอาวุธปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน และแจ้งข้อหาจ่าอากาศเอกยุทธนัย และจ่าอากาศเอกอนุ ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืนยิง โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร และยิงอาวุธปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ตำรวจมีความตั้งใจในการสืบสวนคดีดังกล่าว จนสามารถคลี่คลายคดีได้เร็ว โดยคดีนี้ถือเป็นความสำเร็จของผบช.ภ. 2 ที่ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ รองผบ.ตร. และพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ช่วยติดตามพร้อมทั้งให้คำแนะนำจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ และได้หลักฐานทุกเรื่องที่นิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกันสามารถมัดตัวผู้กระทำผิดได้ โดยเชื่อว่าพยานหลักฐานที่มีจะเอาผิดผู้ต้องหาทั้งหมดได้
พล.ต.ท.วินัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากคดียิงนายประจบ ตนได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐาน รวมถึงนำหลักฐานให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว จึงได้ขออนุญาตศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย คือ จ่าอากาศเอกอนุ เป็นผู้ลงมือยิง จ่าอากาศเอกยุทธนัย คนขับรถพาหลบหนี และนายภูธร เป็นผู้จ้างวานฆ่า โดยจ่าอากาศเอกยุทธนัยและนายภูธรยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีก 1 ราย เป็นทหารยศจ่าอากาศเอกที่จะเข้ามาร่วมลงมือด้วย ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดตามรวบรวมหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำดังกล่าวอย่างไร ทั้งนี้ เบื้องต้นจากข้อมูลการสืบสวนทราบว่าสาเหตุการฆ่านายประจบไม่ได้เป็นการลงขันเพื่อจ้างวานฆ่าแต่อย่างใด แต่เป็นการจ้างของผู้ที่มีความขัดแย้งกันในเรื่องส่วนตัวและปัญหาโรงงานบำบัดน้ำเสียและสารเคมีภาคอุตสาหกรรมที่ลักลอบทิ้งสารเคมีลงในบ่อบำบัดน้ำเสีย ทำให้มีสารเคมีไหลลงมาในแหล่งน้ำที่ชาวบ้านใช้อยู่ เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนจึงร่วมกันต่อต้านการกระทำดังกล่าว โดยผู้ตายเป็นแกนนำหลักในการต่อต้านและมีการทะเลาะชกต่อยกันและฟ้องร้องในชั้นศาลมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานการติดต่อกันระหว่างนายภูธรและผู้ร่วมก่อเหตุให้ฆ่านายประจบ ถือเป็นหลักฐานสำคัญในการมัดตัวผู้กระทำผิด อย่างไรก็ตาม จะนำตัวนายภูธรไปฝากขังที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราภายในวันนี้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย จะนำตัวไปฝากขังในวันที่ 15 เม.ย.นี้ ต่อไป
จากการสอบสวนนายจ่าอากาศเอกอนุ ให้การรับสารภาพว่า พวกตนได้รับการว่าจ้างให้ฆ่านายประจบเป็นเงินจำนวน1 ล้านบาท โดยจ่าอากาศเอกยุทธนัย ได้นำไปใช้ซื้อรถยนต์และปืนที่ใช้ในการก่อเหตุดังกล่าว 300,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือได้นำมาแบ่งกัน โดยตนได้รับเงินค่าจ้างในครั้งนี้ 300,000 บาท ทั้งนี้ หลังตกลงรับจ้างแล้ว พวกตนและเพื่อนอีกหนึ่งคนที่ยังจับตัวไม่ได้ไปซุ่มดูพฤติกรรมนายประจบอยู่ 3 ครั้ง แต่ละครั้งซุ่มดูนานเกือบหนึ่งอาทิตย์ และได้ติดต่อกับนายภูธรตลอดเวลา โดยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 18-25 ก.พ.ที่ผ่านมา พวกตนได้มาพักที่โรงแรมในจังหวัดฉะเชิงเทรา แต่ก่อนจะลงมือเพื่อนอีกคนได้ขอถอนตัวไป ทั้งนี้ รถคันที่ใช้ก็เหตุเป็นรถทะเบียนปลอม เมื่อก่อเหตุเสร็จเรียบร้อยแล้วได้นำแผ่นป้ายทะเบียนที่นำมาสวมทับในวันที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งไว้ที่ จ.นครนายก ส่วนปืนที่ก่อเหตุนำไปฝากไว้ที่กรมทหาร เพื่อปกปิดความผิด
ด้านนางอรุณรัตน์ เนาวโอภาส อายุ 41 ปี ภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า วันนี้ตนเองพร้อมครอบครัว และประชาชนในพื้นที่กว่า 80 รายทราบข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ยิงสามีได้ จึงได้เดินทางมาขอบคุณ โดยได้นำช่อดอกไม้ และมะม่วงน้ำดอกไม้ สินค้าส่งออกมอบให้ ตนเชื่อว่าการจับกุมคนจ้างวานรายนี้ เป็นการจับกุมที่ถูกตัวแล้ว เพราะก่อนสามีเสียชีวิต 2-3 สัปดาห์ ได้บอกเอาไว้ว่า ถ้าเกิดเสียชีวิตไปก็เป็นฝีมือของนานยภูธรอย่างแน่นอน เพราะไม่เคยมีเรื่องกับใครที่ไหนอีก นอกจากนี้ยังเคยมีปากเสียงทะเลาะกันหลายครั้ง ตั้งแต่เข้าทำงานเกี่ยวกับต่อต้านการทิ้งขยะเมื่อปี 2552 โดยสามีออกมาเรียกร้อง กระทั่งมีการฟ้องร้องกันในศาล สามีถูกนายภูธรฟ้องในข้อกล่าวหา ใช้เครื่องขยายเสียงหมิ่นประมาท แต่ศาลยกฟ้อง หลังจากนั้นก็มีปัญหากันมาตลอด ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่จับกุมตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว
"ส่วนเรื่องการต่อต้านโรงงานดังกล่าว นายจร เนาวโอภาส อายุ 45 ปี ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หนองแหน(อบต.) พี่ชายสามีและชาวบ้าน ได้ออกมาเคลื่อนไหวโดยตลอด จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ต้องอาศัยน้ำจากภายนอกพื้นที่มาใช้ บางคนต้องไปซื้อน้ำมาใช้ หลังจากที่สามีเสียชีวิต ตนยังคงต้องลำบาก เพราะไม่ได้มีอาชีพอะไร โดยมีลูกทั้งหมด 3 คน ชาย 1 คน หญิง 2 คน ลูกชายคนโตต้องออกจากโรงเรียนมารับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว อย่างไรก็ตาม สามีเป็นคนดีชอบช่วยเหลือคนอื่น ไม่คิดว่ามาเสียชีวิตแบบนี้ ทั้งนี้ จะไม่ใครยอมแพ้ ยืนยันว่าจะต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านต่อไป"นางอรุณรัตน์กล่าว



