ข่าว

ข้อเรียกร้อง-คณะทำงานกัมพูชา-ไทย

ข้อเรียกร้อง-คณะทำงานกัมพูชา-ไทย

13 เม.ย. 2556

'พระวิหาร'ขึ้นศาลโลก เปิดข้อเรียกร้อง-คณะทำงานกัมพูชา-ไทย


           ในช่วงสัปดาห์หน้าเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ (15 เม.ย.) เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของไทยและกัมพูชา เมื่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลกเปิดรับฟังคำร้องของกัมพูชาที่ยื่นเรียกร้องให้ศาลโลกพิจารณากำหนดเขตแดนที่ชัดเจนในพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตรโดยรอบปราสาทพระวิหาร โดยอ้างอิงจากคำตัดสินของศาลโลกเมื่อปี 2505 ที่ชี้ว่าปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา พร้อมกันนั้นศาลโลกก็จะได้รับฟังคำค้านจากตัวแทนฝ่ายไทยในกรณีดังกล่าวด้วยเช่นกัน

           ทั้งนี้เมื่อปี 2505 ศาลโลกได้ชี้ว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในดินแดนอันเป็นเอกราชของกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ไทยต้องถอนทหารและพลเรือนออกจากพื้นที่ตัวปราสาทและบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร นอกจากนั้นไทยยังต้องส่งคืนโบราณวัตถุและวัตถุที่นำออกมาจากปราสาทพระวิหารให้กับกัมพูชาตามคำสั่งของศาลโลก

           ขณะที่คำร้องของกัมพูชาที่ยื่นต่อศาลโลกเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554 เพื่อให้ศาลโลกชี้ชัดพื้นที่เขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาโดยอ้างอิงตามคำสั่งศาลโลกในปี 2505 นั้น กัมพูชาได้ระบุในคำร้องว่าเขตแดนระหว่างประเทศถูกกำหนดอย่างชัดเจนโดยเส้นเขตแดนบนแผนที่เขตพนมดงรักอัตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ซึ่งเป็นแผนที่ฉบับเดียวกันกับที่กัมพูชาใช้ยื่นต่อศาลโลกเมื่อปี 2505 และชนะคดีฝ่ายไทย นอกจากนั้นกัมพูชายังได้ยื่นคำร้องขออำนาจศาลโลกให้มีคำสั่งกำหนดให้ไทยถอนทหารและพลเรือนออกจากพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารอีกครั้งหนึ่ง

           ในครั้งนี้ฝ่ายกัมพูชาได้เตรียมความพร้อมในการแถลงคำร้องต่อศาลโลกมาอย่างดี โดยตั้งคณะทำงานที่มีนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นผู้นำคณะทำงานร่วมกับทีมทนายความคดีระหว่างประเทศอีก 3 คน ประกอบไปด้วย นายฌอง-มาร์ค ซอเรล เซอร์แฟรงกลิน เบอร์แมน และ นายรอดแมน บันดี

           นายฮอร์เป็นผู้หนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในการทูตและมีประสบการณ์สูง โดยอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน มาตั้งแต่ปี 2533 ทั้งยังมีความรู้ด้านกฎหมายเป็นอย่างดีจากการศึกษาด้านกฎหมายระดับปริญญาเอกจากประเทศฝรั่งเศส แต่นายฮอร์ไม่ค่อยได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายบ่อยครั้งนัก

           เขาเริ่มต้นอาชีพนักการทูตในฐานะนักการทูตประจำสถานทูตกัมพูชาประจำกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 2510 และต่อเนื่องมาโดยตลอด ก่อนที่จะเข้ามาสู่วงการเมืองเมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาหลังจากรัฐบาลเขมรแดงล่มสลายเมื่อปี 2523

           แม้นายฮอร์ไม่ได้ทำงานเกี่ยวข้องกับกฎหมายมาโดยตลอดแต่เป็นผู้ที่ติดตามและมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีเขาพระวิหารมาโดยตลอด

           ส่วนคณะทำงานฝ่ายกัมพูชา ที่ประกอบไปด้วยนายฌอง-มาร์ค โซเรล ศาสตราจารย์ทางกฎหมายระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยปารีส จบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยซอร์บอร์น (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยปารีส) และผ่านการศึกษาหลากหลายสาขา โดยนายฌอง-มาร์ค มีความชำนาญในการว่าความในภาษาอังกฤษ

           ขณะที่เซอร์แฟรงกลิน เบอร์แมน เนติบัณฑิตอังกฤษ และศาสตราจารย์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคปทาวน์ และ คิงส์ คอลเลจ ณ กรุงลอนดอน เคยผ่านการทำงานในศาลแห่งเมืองเอสเซกซ์และมีความเชี่ยวชาญในการไกล่เกลี่ยและให้คำปรึกษาในด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และมีความชำนาญในการว่าความภาษาฝรั่งเศสและเยอรมัน

           ด้านนายรอดแมน บันดี นักกฎหมายที่มีประสบการณ์ในการเป็นที่ปรึกษาและทนายความ ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยมีประสบการณ์การทำงานต่อศาลโลกในคดีความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาต่อกรณีกลุ่มชาติพันธุ์มาแล้ว และมีความเชี่ยวชาญในการว่าความในภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส


คณะทำงานฝ่ายไทยประสบการณ์สูง

           คณะทำงานฝ่ายไทยในคดีเขาพระวิหารครั้งล่าสุดนี้ ประกอบไปด้วยทีมงาน 4 คน นำโดยนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ นายเจมส์ ครอว์ฟอร์ด นายโดนัลด์ เอ็ม แมคเร และนายอแลง เพลเลท์

           นายวีรชัย พลาศรัย เป็นนักการทูตที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ที่มีประสบการณ์ในคดีความระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยมาแล้วหลายคดี ก่อนหน้านี้นายวีรชัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และได้รับการมอบหมายให้เป็นสมาชิกคณะทำงานด้านกฎหมายระหว่างประเทศจากรัฐบาลไทยหลายสมัยในคดีที่เกี่ยวข้องกับองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) และเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความกรณีปราสาทพระวิหารมาอย่างยาวนาน

           ด้านนายเจมส์ ครอว์ฟอร์ด ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในสหราชอาณาจักร เขาเป็นชาวออสเตรเลียที่ย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศอังกฤษ และเป็นผู้พิพาษาเฉพาะกิจในหลายคดีในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ(International Tribunal of the Law of the Sea: ITLOS) ทั้งยังเคยเป็นที่ปรึกษาให้แก่รัฐบาลมาเลเซียในคดีพิพาทพื้นที่พาเลา บาตู ปูเตะห์ ในปี 2551 ด้วย โดยมีความชำนาญในการว่าความภาษาอังกฤษ 

           ส่วนนายโดนัลด์ เอ็ม แมคเร ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย ที่มีความเชี่ยวชาญในกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นที่ปรึกษาให้แก่กระทรวงการต่างประเทศแคนาดา และให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลแคนาดาในคดีความเกี่ยวกับข้อขัดแย้งด้านการประมงในน่านน้ำระหว่างประเทศและข้อพิพาทเรื่องเขตแดนมาแล้วหลายคดี โดยมีความเชี่ยวชาญในการว่าความในภาษาอังกฤษ

           ขณะที่นายอแลง เพลเลท์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัย Paris Ouest Nanterre-La defense มีความชำนาญในด้านกฎหมายเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ และเป็นที่ปรึกษาให้แก่รัฐบาลหลายประเทศ รวมทั้งฝรั่งเศส เคยผ่านการว่าความกว่า 40 คดีในศาลโลก และอนุญาโตตุลาการที่เกี่ยวข้องกับการขัดแย้งด้านการลงทุน โดยมีความเชี่ยวชาญในการว่าความในภาษาฝรั่งเศส


สรุปเหตุการณ์ความขัดแย้งกรณีปราสาทพระวิหาร

           2549  มกราคม 2549  กัมพูชายื่นขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

           2550   มีนาคม 2550   ไทยแสดงความกังวลต่อพื้นที่ทับซ้อนโดยรอบปราสาทพระวิหารที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิครอบครอง
 
           มิถุนายน 2550  ระหว่างการประชุมที่เมืองไครสต์เชิร์ช ไทยให้การสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกหลังกัมพูชายืนยันจะไม่นำพื้นที่ทับซ้อนเสนอขึ้นทะเบียนด้วย


           2551  มกราคม-มีนาคม 2551 ไทยและกัมพูชาเปิดการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนเพื่อยืนยันว่าพื้นที่ทับซ้อนที่ติดอยู่กับปราสาทพระวิหารไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก
 
           พฤษภาคม 2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ที่พันธมิตรกล่าวหาว่ายกดินแดนให้แก่กัมพูชาโดยการสนับสนุนข้อเสนอการขึ้น      ทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชา
 
           18 มิถุนายน 2551 นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (เวลานั้น) ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ให้การสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของฝ่ายกัมพูชา
 
           24 มิถุนายน 2551 พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคฝ่ายค้านในเวลานั้น ยื่นคำร้องคัดค้านการลงนามในเอ็มโอยูระหว่างไทย-กัมพูชาโดยนายนพดล ปัทมะ
 
           27 มิถุนายน 2551  ศาลปกครองมีคำสั่งให้เอ็มโอยูฉบับนายนพดล ปัทมะ ลงนาม ไม่มีผลบังคับใช้
 
           28 กรกฎาคม 2551 คณะกรรมการมรดกโลกยกย่องปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามคำร้องของกัมพูชา
 
           ธันวาคม 2551  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำหน้าที่แทนคณะรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชาชนทำ     ให้รัฐบาลนายสมชายหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ

           2552   มิถุนายน 2552 ไทยคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร แต่ไม่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
 

           2553  กรกฎาคม 2553 ไทยเดินหน้าคัดค้านแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหาร


           2554  มกราคม 2554  พันธมิตรชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และเรียกร้องให้เพิ่มแรงกดดันกัมพูชาต่อกรณีพื้นที่พิพาทเขาพระวิหาร

           มกราคม 2554  เกิดการปะทะไม่รุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
 
           4 กุมภาพันธ์ 2554  เกิดการปะทะระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายบริเวณชายแดนใกล้ปราสาทพระวิหาร
 
           5 กุมภาพันธ์ 2554 อาเซียนเสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยยุติความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา
 
           8 กุมภาพันธ์  2554 ไทยขัดขวางยูเนสโกเข้าตรวจปราสาทพระวิหาร
 
           14 กุมภาพันธ์  2554 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ประชุมหารือในประเด็นความขัดแย้งเขาพระวิหาร
 
           7 เมษายน 2554 อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียน จัดการประชุมระหว่างไทย-กัมพูชาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งชายแดนเขาพระวิหาร แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
 
           22-25 เมษายน 2554   เกิดการปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทตาเมือนทม ที่อยู่ห่างจากปราสาทพระวิหารราว 150 กิโลเมตร
 
           28 เมษายน  2554  กัมพูชายื่นคำร้องต่อศาลระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) เพื่อตีความคำตัดสินกรณีเขาพระวิหารเมือปี 2505 
 
           18 กรกฎาคม 2554  ไอซีเจกำหนดเขตปลอดทหารและพลเรือนโดยรอบปราสาทพระวิหาร
 
           18 กรกฎาคม 2555  ไทยและกัมพูชา ปรับลดกำลังทหารที่ประจำการโดยรอบปราสาทพระวิหารและพื้นที่พิพาท
 
           15-19 เมษายน 2556   ไอซีเจเปิดรับฟังคำร้องและคำโต้แย้งในคดีที่กัมพูชาเสนอให้ตีความคำตัดสินกรณีเขาพระวิหารเมื่อปี 2505

...........

(หมายเหตุ : 'พระวิหาร'ขึ้นศาลโลก เปิดข้อเรียกร้อง-คณะทำงานกัมพูชา-ไทย)