
'ปู'สั่งทส.ลุยสางปมฆ่าช้างป่า
"ยิ่งลักษณ์" สั่งกระทรวงทรัพย์ฯ ลุยสางปมฆ่าช้างป่าแก่งกระจาน ปลัด ทส.ชี้ไม่ปกติเวลาไม่ถึง 2 ปี เจอซาก 4 ตัวใกล้อ่างเก็บน้ำของพื้นที่บ้านป่าเด็ง
12เม.ย.2556 หลังจากพบช้างเพศเมียตั้งท้องถูกฆ่าตายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ถือเป็นช้างป่าตัวที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งถูกฆ่าตายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหาดังกล่าว
นายโชติกล่าวว่า เรื่องช้างถูกฆ่าตายถึง 2 ตัว ในป่าแก่งกระจาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ และมอบหมายให้ทีมงานโทรศัพท์มาที่สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมให้รายงานปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด หลังจากพ้นช่วงเทศกาลวันหยุดสงกรานต์แล้ว โดยจะต้องนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงเรื่องช้างถูกฆ่าตาย ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องปกตินัก เพราะตั้งแต่ต้นปี 2555 ถึงเดือนเมษายน 2556 มีช้างป่าแก่งกระจานถูกฆ่าตายรวม 4 ตัว และยังอยู่ในบริเวณพื้นที่เดียวกัน คือ แถวอ่างเก็บน้ำของพื้นที่บ้านป่าเด็ง ทั้งนี้จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมปศุสัตว์ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เข้ารายงานและหารือถึงมาตรการแก้ไขปัญหาช้างในภาพรวมด้วย
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการตรวจสอบ และรับฟังปัญหาจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อดูว่าสาเหตุการตายของช้างเกี่ยวกับวิธีการทำงานด้วยหรือไม่ ต้องยอมรับว่าบางครั้งการทำงานที่เข้มงวดของนายชัยวัฒน์ อาจสร้างปัญหา หรือเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ แต่เรื่องการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง และผู้ต้องหาที่ฆ่าช้างตายจะให้อำนาจอย่างเต็มที่กับเจ้าพนักงานสอบสวน
"ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ยังยืนยันว่ากำลังคน และงบประมาณไม่ได้เป็นปัญหาอย่างแน่นอน หลังจากนี้จะหารือกับนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าอาจจะใช้เงินรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมมาใช้ในการตั้งหน่วยพิทักษ์ป่าเพิ่มอีก 1-2 จุด ในพื้นที่บ้านป่าเด็ง และจุดที่มีช้างลงมาหากินแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันการแอบลักลอบฆ่าช้างในอนาคต" นายโชติระบุ
ส่วนที่นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าปัญหาการฆ่าช้างในป่าแก่งกระจาน เพราะต้องการย้ายนายชัยวัฒน์ออกนอกพื้นที่นั้น นายโชติยืนยันว่า คงไม่เกี่ยวกัน โดยเฉพาะเรื่องการลงขันย้ายนายชัยวัฒน์ ส่วนการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ยังไม่ได้ย้ายนายชัยวัฒน์ไปที่อื่น ไม่ได้ถือว่าเป็นการดำเนินการสองมาตรฐานกับกรณีอื่นๆ ขณะนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เพราะหากข้อมูลไม่เพียงพอแล้วย้ายกะทันหันจะทำให้เจ้าหน้าที่ขาดขวัญ กำลังใจหรือไม่ และอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่ใส่เกียร์ว่าง และไม่กล้าทำงานทุ่มเท เพราะกลัวจะถูกย้าย ซึ่งจะมีผลกระทบกับงานรักษาป่า
"ผมเคยทำงานและพูดคุยกับคุณชัยวัฒน์ เชื่อว่าเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน และทุ่มเทกับการดูแลสัตว์ป่าและรักษาป่าแก่งกระจานอย่างเต็มที่ ดังนั้นคงต้องให้ความเป็นธรรม และต้องไปดูว่าเขามีวิธีการทำงานอย่างไร ปัญหาอยู่ตรงไหน เพื่อให้หาทางออกและวางมาตรการแก้ไขต่อไป" นายโชติกล่าว
ที่ห้องประชุมปฏิบัติการ ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี นายมณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรชาติ รื่นเริง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.อ.อดิศร โครพ ผบ.ฉก.ทัพพระยาเสือ นายขจรศักดิ์ สมบูรณ์ นายอำเภอแก่งกระจาน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายอรรถพล เรืองแจ้ง นายก อบต.ป่าเด็ง พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวกรณีช้างตาย
นายมณเฑียรกล่าวว่า กรณีที่มีช้างป่าตายในพื้นที่บ้านป่าเด็ง ทุกฝ่ายให้ความเป็นห่วงทั้งภาคราชการและเอกชน และเพื่อให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกันจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานในการดูแลและป้องกันปัญหาช้างป่าขึ้นที่ อบต.ป่าเด็ง เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีกซ้ำซ้อน ส่วนการตายของช้างเพศเมียตัวล่าสุดมีลูกช้างอยู่ในท้องด้วยนั้น จะเร่งสืบหาข้อเท็จจริงของสาเหตุให้ได้ และขอตั้งเงินรางวัลสำหรับผู้ที่ให้เบาะแสนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้เป็นเงินรางวัลตัวละ 1 แสนบาทรวม 2 แสนบาท
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้ประกาศตั้งเงินรางวัลผู้ให้เบาะแสในการตายของช้างแม่ลูกอ่อนตัวแรกไว้แล้ว 1 แสนบาท
นายขจรศักดิ์ สมบูรณ์ นายอำเภอแก่งกระจาน กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ ได้แต่งตั้งปลัดอำเภอเข้าไปร่วมสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนของฝ่ายตำรวจแล้ว โดยในเบื้องต้นการตั้งประเด็นก็จะอยู่ในส่วนที่พบหลักฐานปรากฏ และจากผลการตรวจพิสูจน์ซากช้าง
พล.ต.ต.พีระชาติ รื่นเริง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี กล่าวว่า ในการวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้ช้างตาย ขณะนี้ก็มีหลายฝ่ายตั้งประเด็นไว้ในหลายสาเหตุ ตำรวจเก็บรวบรวมประเด็นต่างๆ ไว้ทั้งหมด จากนั้นจะค่อยๆ ตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องหรือที่มีน้ำหนักน้อยทิ้งไปเรื่อยๆ จนเหลือประเด็นหลัก แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอจากผลการตรวจพิสูจน์ซากช้างเสียก่อน สำหรับเรื่องอาวุธปืนที่ตำรวจได้ขออนุญาตศาลออกหมายค้นและตรวจยึดมาจำนวนกว่า 100 กระบอก ขณะนี้อยู่ระหว่างการยิงตรวจสอบหัวกระสุน และปลอกกระสุนเพื่อเปรียบเทียบกับหลักฐานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ
พ.อ.อดิศร โครพ ผบ.ฉก.ทัพพระยาเสือ กองกำลังสุรสีห์ กล่าวว่า ทหารจากชุดฉก.ทัพพระยาเสือ ได้บูรณาการในการทำงานร่วมกับอุทยานฯ โดยตลอด เรามีการลาดตระเวนร่วมกัน ยืนยันว่าหน่วยเราทำงานร่วมมือกันด้วยดี อีกทั้งขณะนี้ ผบ.กองกำลังสุรสีห์ได้เล็งเห็นปัญหาสภาพพื้นที่รับผิดชอบที่มีบริเวณกว้าง ตลอดแนวตะเข็บชายแดนที่อุทยานมีพื้นที่ติดต่อกว่า 121 กิโลเมตร จึงได้อนุมัติเพิ่มอัตรากำลังเพิ่มเติมเข้ามาทำงานอีก 100 กว่านาย ดังนั้น ทางหน่วยเชื่อว่าการดูแลจะทำได้อย่างคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม และขณะนี้การบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยที่มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเรื่องนี้ที่ อบต.ป่าเด็ง จะทำให้การทำงานคล่องตัว และมีทิศทางในการทำงานไปได้ด้วยดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน
ขณะที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า ในการทำงานของอุทยานเองซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบ 1 ล้านแปดแสนไร่ เรามีอัตรากำลังจำกัด แต่ก็ได้ความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งจากหน่วยทหารกองกำลังสุรสีห์ ตำรวจตระเวนชายแดน และงบประมาณจากทางจังหวัดเข้ามาช่วยเหลือ จึงทำให้เราสามารถเดินหน้าทำงานได้ และยังยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ต่อไปไม่มีย่อท้อ
ต่อมา นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางลงพื้นที่ หมู่ 3 บ้านป่าแดง ต.ป่าเด็ง บริเวณอ่างเก็บน้ำกะหร่างสาม เพื่อดูจุดที่เกิดเหตุและซากช้างที่ตาย โดยอยู่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังโรยปูนขาวและเตรียมฝังกลบและเผาเพราะอยู่ติดกับแหล่งน้ำเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ



