
ปชป.เตือน'ปู'ปมแก้รธน.ปลุกรุนแรง
'ปชป.'ขอ'ยิ่งลักษณ์'ใช้วันหยุดสงกรานต์ทบทวนการทำงาน 4 ข้อ เตือนระวังปมแก้รธน.ชนวนเหตุรุนแรง ไม่แปลกใจคำร้อง'เรืองไกร'ยุบพรรคถูกยก
12 เม.ย.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้อยากฝาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ทบทวนแนวทางการบริหารราชการ 4 ประเด็นคือ 1.ทบทวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะนำพาประเทศไปสู่วิกฤติ หรือตัดไฟเสียแต่ต้นลม เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชน แต่เป็นไปเพื่อผู้ที่มีคดีความอาญาติดตัว และการเดินหน้าเพื่อมุ่งไปสู่การนิรโทษกรรม อันจะนำประเทศไปสู่ความรุนแรง 2.ทบทวนการกู้เงิน จำนวน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้ประเทศมีภาระหนี้อีก 50 ปี ทั้งที่สามารถดำเนินการได้ภายใต้การจัดทำงบประมาณปกติ
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 3.ทบทวนแนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีการเจรจากับกลุ่มผู้ก่อเหตุ เพราะการเจรจาที่เป็นอยู่ไม่ได้เป็นแนวทางที่จะนำไปสู่สันติสุขในระยะสั้น กลาง และยาว อีกทั้ง สิ่งที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่พูดจากลับไปกลับมาว่าจะมีการเลื่อนการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นออกไป เพราะติดการเลือกตั้งของมาเลเซีย แต่เมื่อถูกโจมตีว่าการเลือกตั้งกับมาเลเซียไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของไทย ก็กลับคำพูดว่าสามารถเจรจาต่อได้ ทั้งนี้พฤติกรรมดังกล่าวยิ่งสร้างความสับสนและความไม่มั่นใจ ความไม่เชื่อมั่นให้กับการทำงานของภาครัฐ ดังนั้นจึงอยากให้นายกฯทบทวนแนวทางการทำงาน โดยหากยังใช้การตลาด มาแก้ปัญหาอยู่ ชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่จะถูกสังเวยอีกจำนวนมาก 4.ทบทวนกรณีปราสาทพระวิหาร ที่จะมีการพิจารณาคดีรอบที่ 2 ในวันที่ 15 เม.ย.นี้ โดยพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้คนไทยทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน และให้กำลังใจทีมทนายความ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะร่วมกันหาทางออกเพื่อไม่ให้ไทยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบต่อไป
ไม่แปลกใจคำร้อง “เรืองไกร”ยุบพรรคถูกยก
นายชวนนท์ แถลงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องของ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ที่ต้องการให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ส่งสมาชิกเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย เพราะคำร้องดังกล่าวของนายเรืองไกรเป็นเรื่องไร้สาระ ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นคำร้องที่ต้องการส่งผลกระทบถึงความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นว่าการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมี2มาตรฐาน ให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น เป็นเทคนิคเดิมๆของกลุ่มคนเดิมๆ ที่ต้องการกดดันองค์กรอิสระ ทั้งนี้ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กระทำการใดที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเลย แต่เป็นการดำเนินการเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ป้องกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 อันเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน จนนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญใน มาตรา 291 เปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
ท้า “จตุพร-วิเชียร” เปิดชื่อคนเผาศาลากลาง 4จังหวัดภาคอีสาน
นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ปราศรัยบนเวทีการชุมนุมรำลึกวันที่ 10 เมษายน 2553 โดยอ้างว่ามีรองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้บอกกับนายวิเชียร ขาวขำ แกนนำคนเสื้อแดงว่า ผู้ที่เผาศาลากลาง จ.อุดรธานี ไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดงนั้นว่า ตนขอให้นายวิเชียร หรือรองผู้ว่าฯ ยืนยันข้อเท็จจริงให้ชัดไปเลยว่าเป็นใครกันแน่ และถ้าไม่มีใครทราบตนจะบอกให้ว่า ใครเป็นผู้เผาศาลากลาง จ.อุดรธานี รวมถึง อีก 3 จังหวัดในภาคอีสาน ได้แก่ อุบลราชธานี ขอนแก่น มุกดาหาร เป็นใคร ทั้งนี้เมื่อย้อนเหตุการณ์จะพบว่า มีการสั่งดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุไปแล้ว อาทิ ที่ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่19 พ.ค.53 มีการออกหมายจับ 22 ผู้ต้องหา ที่เผาศาลากลาง สร้างความเสียหายรวมเป็นเงิน 203ล้านบาท ในวันที่ 28 พ.ค.54 มีการจับกุมผู้ต้องหา 5 รายที่วางเพลิง สถานที่ราชการ ซึ่งขณะนี้ได้มีการพิพากษาไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการเผาศาลากลางที่ จ.อุบลราชธานี มุกดาหาร ขอนแก่นด้วย ดังนั้นตนจึงอยากให้นายจตุพร ไปถามบุคคลที่ถูกจับไปว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ หรือนายจตุพรจะปฏิเสธ อ้างว่าคนที่ถูกจับเป็นกลุ่มแดงเทียมหมายความว่า กำลังจะตัดหางปล่อยวัดพวกเขาอีก



