ข่าว

'หมอชิต-หัวลำโพง'คึกคัก!

'หมอชิต-หัวลำโพง'คึกคัก!

12 เม.ย. 2556

'หมอชิต-หัวลำโพง' คึกคัก! ประชาชนแห่กลับภูมิลำเนาช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ ด้าน บขส.สั่งเพิ่มเที่ยวรถไว้รองรับ คาดทะลักกว่า 2 แสนคน

 

                     12 เม.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 มีประชาชนมาใช้บริการอย่างคึกคัก เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยบริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) กล่าวว่า มีการเพิ่มเที่ยวรถไว้รองรับประชาชนที่คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางกลับภูมิลำเนาในวันนี้มากถึง 2 แสนคน

ส่วนที่สถานีรถไฟหัวลำโพงช่วงเช้าวันนี้ มีประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางกลับต่า

                     จังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างหนาแน่น ทำให้การจองตั๋วเกือบทุกเที่ยวเต็ม ส่วนการจราจรรอบสถานีรถไฟหัวลำโพงยังใช้การได้และคล่องตัว

 

อ่างทอง-การจราจรสายเอเชียมีรถหนาแน่น!

 

                     ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสำรวจการจราจรบนถนนสายเอเชียบริเวณ หมู่ที่ 10 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง ก็พบว่าการจราจรยังมีรถที่ออกจากกรุงเทพมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือยังมีรถเป็นจำนวนมากเต็มทั้ง 4 ช่องการจราจรแต่ก็ยังสามรถใช้ความเร็วได้ แต่ก็มีบางช่วงที่รถติดขัดเพราะเกิดการชะลอตัวเมื่อมีรถออกจากซอย หรือปั้มน้ำมัน ทำให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยวีอาร์จังหวัดอ่างทองต้องระดมกำลังกันคอยโบกรถเพื่อเร่งระบายการจราจร ในทางกลับกันรถที่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครกลับมารถบางตาอย่างเห็นได้ชัด โดยคาดว่ารถจะมากอีก 1 วัน สำหรับในส่วน 7 วันอันตรายในพื้นที่จังหวัดอ่างทองเกิดอุบัติเหตุเพียง 1 ครั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

 

ขอนแก่น-การจราจรหนาแน่น แต่เคลื่อนตัวได้ดี

 

                      รายงานจากสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ว่า สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพขาเข้าขอนแก่น ช่วงเช้ายังบางตาแต่เริ่มหนาแน่นมากขึ้นในช่วงสายจนถึงเที่ยงวัน และคาดว่าจะหนาแน่นมากขึ้นจนถึงช่วงเย็น เนื่องจากมีการเดินทางกลับจากภาคกลางเป็นวันแรก อย่างไรก็ตามการระบายยังคงเคลื่อนตัวได้ดี แต่ถ้าหากว่าการจราจรแน่นขึ้นอาจจะมีการปรับใช้สัญญาณจราจรมือแทนสัญญาณไฟ เพื่อแก้ปัญหาให้ระบายได้คล่องตัวยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงเวลา 12.00 น. ยังไม่มีรายงานอุบัติเหตุเกิดขึ้น

                      ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในเขตตัวเมืองขอนแก่นถนนมิตรภาพขาเข้าการจราจาหนาแน่นเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะช่วงระหว่างแยกเลี่ยงเมืองกุดกว้างจนถึง แยกสะพานเลี่ยงเมืองขาออกไปจังหวัดอุดรธานี แต่ในจุดที่เป็นสี่แยกจะแน่นถึงขั้นติดขัดเนื่องจาก มีสี่แยกไฟแดงหลายจุด โดยเริ่มติดขัดตั้งแต่แยก เจริญศรี บิ๊กซี เซ็นทรัล สามเหลี่ยม จนถึงสามแยกกังสดาลและสามแยกมอดินแดง แต่เคลื่อนตัวในช่วงหลังสี่แยกมอดินแดงจะไปกระจุกอีกรอบที่บริเวณโลตัสเอ็กซตรา เนื่องจากมีประชาชนเข้าไปจับจ่ายใช้สอยซื้อของกินเพื่อนำไปสังสรรค์กัน เช่นเดียวกับทุกห้างที่จะมีการจราจรติดขัดรวมทั้งสถานที่บริการจอดรถไม่เพียงพอ ทั้งศูนย์ค้าส่งประตูน้ำ แม็คโคร บิ๊กซี โลตัสสาขาเมืองเก่า และศูนย์การค้าเซ็นทรัล

                      ส่วนบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ โดยรวมยังมีการเล่นประปราย เนื่องจากส่วนใหญ่บอกว่าเกรงว่าจะมีน้ำไม่เพียงพอ และเก็บแรงไว้เล่นเต็มที่ในวันที่ 13-15 เมษายน ที่จะเป็นวันเล่นน้ำ และคาดหวังว่าการประปาจะปล่อยน้ำให้เล่นเต็มที่ ขณะเดียวกันเทศบาลนครขอนแก่นก็ได้เร่งเตรียมสถานที่ถนนข้าวเหนียวไว้รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

 

บุรีรัมย์-คนแห่กลับฉลองสงกรานต์ รถทุกเที่ยวล่าช้า 3-4 ชม.

 

                     บรรยากาศการเดินทางกลับของผู้คนและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ที่จังหวัดบุรีรัมย์คึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าวันหยุดวันแรก ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและคาดว่าวันนี้จะมีผู้คนเดินทางกลับหนาแน่นตลอดทั้งวัน ขณะรถโดยสารประจำทางประสบปัญหาล่าช้า 3-4 ชั่วโมง เนื่องจากมีสภาพรถติดตามเส้นทางสายหลักที่ออกจากกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะสาย 24 โชคชัย-เดชอุดม และ 226 นครราชสีมา-บุรีรัมย์ ทางด้านสถานีขนส่งผู้โดยสาร ได้มีมาตรการตรวจความพร้อมสภาพร่างกาย และวัดระดับแอลกอฮอล์พนักงานขับรถทุกคัน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และลดการสูญเสียชีวิตทรัพย์สินของประชาชนที่เดินทางกลับอย่างเข้มงวด

                     อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้จองตั๋วเที่ยวกลับเต็มไปจนถึงวันที่ 16 เมษายนแล้ว และคาดว่าก่อนสิ้นสุดวันหยุดจะมีผู้จองตั๋วเดินทางกลับไปจนถึงวันที่ 18 เมษายน โดยทางสถานีเดินรถบุรีรัมย์ ได้จัดเตรียมรถเที่ยวเสริมไว้รองรับบริการประชาชนที่จะเดินทาง 100 เปอร์เซ็นต์ จากปกติวิ่งให้บริการวันละ 35 เที่ยว หากไม่เพียงพอก็ได้จัดเตรียมรถสำรองไว้รองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับไว้เพิ่มอีก 20 คัน เพื่อลดปัญหาผู้โดยสารตกค้างให้ทันต่อการทำงานหลังกลับจากเที่ยววันหยุดเทศกาลสงกรานต์ดังกล่าวด้วย

                     ด้านนายนภดล สุทธิจิตร นายสถานีเดินรถบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในช่วงนี้รถโดยสารประจำทาง ได้ประสบปัญหาล่าช้าคันละ 3 - 4 ชั่วโมง เนื่องจากรถติดตั้งแต่ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต และตามถนนสายหลักต่างๆ ทำให้ผู้โดยสารต้องเสียเวลาในการเดินทาง และคาดว่าวันนี้จะมีผู้เดินทางกลับหนาแน่นตลอดทั้งวันเนื่องจากเป็นวันหยุดวันแรก

 

พิจิตร-7 วันอันตราย สังเวยแล้ว 1 ศพ สาเหตุหลักเมาแล้วขับ

 

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่แขวงการทางพิจิตร ต้องทำการแก้ไขเวลาไฟสัญญานจราจร สีต่างๆ บนถนนสายหลักอย่าง สาย AH13 หรือทางหลวงสายเอเชีย เลขที่ 113 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลัก หมายเลข 117 ที่เชี่อมระหว่าง นครสวรรค์-พิษณุโลก- เชียงใหม่ ให้ไฟสัญญานไฟสีเขียว ทางด้าน ขาขึ้นสู่ภาคเหนือ มีเวลายาวนานขึ้น จาก 70 วินาที เป็น 120 วินาที เพื่อเป็นการระบายรถที่จะเดินทางจากกรุงเทพขึ้นสู่ภาคเหนือ ได้มากขึ้น โดยยังใช้เวลาในขาล่องเข้ากรุงเทพที่เวลา 70 วินาทีเท่าเดิม แต่ไปลดเวลาในถนนสายรอง หมายเลข 115 ซึ่งเป็นถนนเชื่อมระหว่างจังหวัด ลดลงเหลือ 40 วินาทีแทน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการจราจร ที่จะมีรถวิ่งขึ้นเหนือมีปริมาณมากขึ้น

                     โดยในขณะนี้ สภาพการจราจร ขาขึ้น กเริ่มมีปริมาณรถ มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ เริ่มหนาแน่นขึ้นมากแล้ว แต่การจราจรยังคงคล่องตัว ตลอดเส้นการเดินทาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอปพร. คอยกวดขันการจราจรเนื่องจากเกรงว่า จะเกิดการหลับในของประชาชน เนื่องจากถนนที่ผ่านจังหวัดพิจิตรเป็นถนนสายตรงและยาวเป็นอย่างมาก

                     ในขณะที่มาตรการ 7 วันอันตราย ที่จังหวัดพิจิตร พบว่ามีอุบัติเหตุ เกิดขึ้น 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งเกิดจากเมาสุรา และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือนายบุญลือ โต้งค่อม อายุ 69 ปี เสียชีวิตระหว่างผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ ที่ ถนนทางหลวงหมายเลข 1069 บางมูลนาก-ดงขุย บริเวณบ้านวังกะทะ ต.วงังิ้วใต้ เจ้าหน้าที่สรุปสาเหตุ เกิดจาก เมาสุรา แล้วขับรถเร็วและขับในลักษณะตัดหน้ากระชั้นชิดประกอบกับฝนตกถนนเปียก

                     ส่วนผลการดำเนินการกวดขันวินัยการจราจร ตามมาตรการ ผบว่า ดำเนินคดีผู้กระทำผิดมากถึง 298 ราย โดยมีคดีที่มีผู้กระทำผิดมากที่สุดคือ สวมหมวกนิรภัย จำนวน 131 คน และคดี ไม่มีใบอนุญาติขับขี่มีมากถึง 103 ราย

 

พิษณุโลก-เฝ้าระวัง 7 วันอันตราย ตายแล้ว 1

 

                     เทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2556 ประชาชนเริ่มเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จังหวัดพิษณุโลกได้เฝ้าระวังการเดินทางและการใช้ถนนของประชาชนใช่วงขับขี่ปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ 10-17 เมษายน 2556 โดยเน้นการตั้งด่านตรวจ ด่านสกัด การอำนวยความสะดวกประชาชน ถนนสายหลักและถนนสายรอง ผลการเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2556 ถึงเวลา 24.00 น.ของวันที่ 11 เมษายน 2556 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในพิษณุโลก 8 ครั้ง บาดเจ็บ 7 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

                     โดยเมื่อเวลา 07.00น.ของวันที่ 11 เมษายน 2556 เกิดอุบัติเหตุ จยย.ชนกับรถปิกอัพ ที่บริเวณหลักกิโลเมตร104-105 ถ.พิษณุโลก-นครสวรรค์ ขาเข้าจังหวัดพิษณุโลก ที่บริเวณ แยกบ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ผู้เสียชีวิตชายอายุ 21 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากางแยกตัดหน้า ทำให้รถกระบะเฉี่ยวชน นับเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกในจังหวัดพิษณุโลกช่วงรณรงค์ 7 วันปลอดภัยของ จ.พิษณุโลก

                     ขณะที่จังหวัดพิษณุโลกได้ตั้งจุดตรวจ 26 จุด ยานพาหนะถูกเรียกตรวจ 7,237 คัน แยกเป็นมอเตอร์ไซต์ 2,644 คัน ปิคอัพ 1,947 คัน ระตู้ 509 คัน รถโดยสาร 218 คัน 6 ล้อ 201 คันแท็กซี่และอื่นๆ

 

พังงา-7วันอันตรายตายแล้ว 1 เจ็บ 11 ราย

 

                     นายสมเกียรติ อินทรคำ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา เปิดเผยสถานการณ์อุบัติภัยบนท้องถนนช่วงสงกรานต์ว่า สรุปอุบัติเหตุตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ 11 เมษายน 2556 ซึ่งเป็นวันแรกของช่วง 7 วันอันตรายในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ปี 2556 นั้น จังหวัดพังงา เกิดอุบัติเหตุรวม 8 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 11 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 คน

                     สำหรับอำเภอที่เกิดอุบัติเหตุคือ อำเภอกะปง 1 ครั้ง บาดเจ็บ 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย อำเภอเมือง 2 ครั้ง บาดเจ็บ 2 ราย อำเภอท้ายเหมือง 3 ครั้ง บาดเจ็บ 5 ราย อำเภอตะกั่วป่า 2 ครั้ง บาดเจ็บ 3 ราย โดยอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนทางหลวงแผ่นดิน 5 ครั้ง ทางหลวงชนบท 1 ครั้ง ถนนในหมู่บ้านและเขตเทศบาล 2 ครั้ง โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 11 เมษายน ซึ่งได้มีฝนตกทั่วทั้งจังหวัดพังงา ทำให้ถนนลื่น ทั้งนี้ อุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต เกิดขึ้นในช่วงเวลา 17.30 น.วันที่ 11 เมษายน ที่บริเวณทางโค้ง ลงจากเขาศก ม.2 ต.รมณีย์ อ.กะปง จ.พังงาคือ  นายสุรัตน์ แปลงงาน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 ม.6 ต.คลองศก อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี หลังขับรถยนต์กระบะแหกโค้งตกเหวจนเสียชีวิต