
'คนในรถเป็นญาติ-คนที่คุณรัก'คาถาขับขี่ปลอดภัย
'ให้คิดเสมอว่าคนในรถเป็นญาติหรือคนที่คุณรัก'สพฉ.แน ะเคล็ดลับเลี่ยงอุบัติเหตุ : โต๊ะรายงานพิเศษ
คาดการณ์กันว่า "7 วันอันตราย" 11-17 เมษายน ปีนี้ส่อแววว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุอาจจะสูงกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ซึ่งมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความประมาท เมาแล้วขับ และเร่งรีบเกินเหตุ อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถรู้ว่า เส้นทางข้างหน้าจะเผชิญกับอะไร ดังนั้นในเบื้องต้นการระมัดระวังตัวเองของ "ผู้ขับขี่" ถือเป็นคาถาป้องกันภัยได้ดีที่สุด
นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แนะนำการเตรียมความพร้อมรับมืออุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ปีนี้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงวันหยุดยาว ประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินมากขึ้น 3-4 เท่า ในปีที่ผ่านมาสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ระดับของความรุนแรงในการเกิดอุบัติเหตุ เพราะมีสถิติผู้เสียชีวิต ณ จุดเหตุเพิ่มมากขึ้น โดย สพฉ.มีการเตรียมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ได้ประสานกับศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 และมีการตรวจเช็กคู่สายกว่า 500 สายทั่วประเทศให้พร้อมใช้งาน และกระจายทีมกู้ชีพทั้งในส่วนภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครอบคลุมในทุกพื้นที่
ในส่วนของประชาชนต้องมีความพร้อมด้วยเช่นกัน คือ หากต้องเดินทางไกลจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาดในระหว่างการเดินทาง ขับรถด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนด ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่เดินทาง และหากต้องขับรถในระยะทางไกลเกินกว่า 200 กิโลเมตร ควรหยุดพักเป็นระยะ นอกจากนี้ควรตรวจสภาพเครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ ในรถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานด้วยเพื่อความปลอดภัย
“สิ่งสำคัญหากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินที่สำคัญจะต้องมีสติตลอดเวลา ต้องเตรียมพร้อมเรื่องการสื่อสาร การขอความช่วยเหลือ ในรถแต่ละคันควรติดเบอร์โทรฉุกเฉินของหน่วยงานต่างๆ ไว้ เพราะบางช่วงเวลาหากตกใจเราอาจลืมการขอความช่วยเหลือได้ง่ายๆ"
เลขาธิการ สพฉ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ควรมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและยาที่จำเป็นไว้บ้าง เช่น สำลี น้ำยาฆ่าเชื้อที่แผล ผ้าก๊อซปิดแผล ผ้าพันแผล พลาสเตอร์ปิดแผล ผ้ายืดพันแก้เคล็ดขัดยอก ถุงมือใช้แล้วทิ้ง ปากคีบหยิบสำลี กรรไกรตัด ยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้เมารถ เป็นต้น รวมทั้งเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เช่น ไฟฉาย ไฟฉุกเฉิน เชือก เพราะอุปกรณ์เหล่านี้อาจกลายเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยชีวิตคุณและคนที่คุณรักได้
ส่วนผู้ที่พบอุบัติเหตุ หรือเป็นผู้ประสบเหตุเองและยังช่วยเหลือตนเองได้ ควรตั้งสติ สงบสติอารมณ์ และประเมินสถานการณ์ความรุนแรงของอุบัติเหตุ และพิจารณาว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บกี่คน มีรถยนต์ที่ประสบเหตุกี่คัน รวมถึงระบุสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน และควรรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 ที่สำคัญ อย่าพยายามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่บาดเจ็บด้วยตัวเอง เพราะอาจจะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินบาดเจ็บมากยิ่งขึ้นได้ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน
หากมีความจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุให้จอดรถในที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน ถ้าผู้ป่วยฉุกเฉินมีเลือดออกมากให้ทำการปฐมพยาบาลโดยการห้ามเลือด โดยใช้ผ้าปิดปากแผล แล้วใช้ส้นมือ หรือฝ่ามือกดให้แน่นประมาณ 10-15 นาที จนเลือดหยุด แต่อย่ากดจนซีดเขียว สำหรับภาวะเลือดออกภายในการห้ามเลือดอาจทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย แต่สามารถช่วยปฐมพยาบาลเพื่อลดความรุนแรงได้ คือให้ผู้ป่วยพักในท่าที่สบายที่สุด ปลอบใจให้ผู้ป่วยไม่ตื่นเต้นตกใจ และสงบ จะทำให้เลือดออกน้อยลง ห้ามให้อาหารและน้ำทางปาก จนกว่าแพทย์จะอนุญาต
สำหรับผู้มีอาการไอเป็นเลือด ให้ผู้ป่วยพยายามไอเบาๆ จะทำให้เลือดออกน้อยลง นอกจากนี้หากกระดูกหักและจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายจริงๆ ให้ดามกระดูกก่อน โดยอาจใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวเช่น กระดาษแข็งหนาๆ หรือไม้นำมามัดดามไว้ด้วยเชือกหรือผ้าพันแผลบริเวณที่กระดูกหักเพื่อลดการขยับ
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ "ทีมกู้ชีพ" พร้อมทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โดยตั้งเป้าการไปช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินให้ได้ภายใน 8 นาที เพราะจะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอดและปลอดภัยมากที่สุด ดังนั้นหากผู้ขับขี่พบเห็นรถพยาบาลโปรดหลีกทางให้ด้วย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันกาล
"อยากให้คิดเสมอว่า คนในรถฉุกเฉินอาจเป็นญาติหรือคนที่คุณรักก็ได้" นพ.อนุชา ย้ำในตอนท้าย
เปิดสายด่วนสังกัดคมนาคม
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนเปิดเลขหมายสายด่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ประชาชนใช้ติดต่อ ได้แก่ กรมเจ้าท่า หมายเลข 1199 กรมการขนส่งทางบก หมายเลข 1584 กรมการบินพลเรือน หมายเลข 0-2286-0506 และ 0-2286-0594 กรมทางหลวง หมายเลข 1586 ตำรวจทางหลวง หมายเลข 1193 กรมทางหลวงชนบท หมายเลข 1146 การรถไฟแห่งประเทศไทย หมายเลข 0-2537-9198 การท่าเรือแห่งประเทศไทย หมายเลข 0-2269-3191 และ 0-2269-3199
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หมายเลข 1543 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หมายเลข 0-2938-3666 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หมายเลข 1348 บริษัท ขนส่ง จำกัด หมายเลข 0-2936-2963 ต่อ 526 และ 52 บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หมายเลข 08-1821-3424 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หมายเลข 0-2545-3181-5 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 0-2132-9950-1 และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หมายเลข 0-2131-5700 ต่อ 130
(หมายเหตุ : 'ให้คิดเสมอว่าคนในรถเป็นญาติหรือคนที่คุณรัก'สพฉ.แน ะเคล็ดลับเลี่ยงอุบัติเหตุ : โต๊ะรายงานพิเศษ)



