
'พี่มากฯ'ปลุกอุตฯหนังโตกระฉูด
กระแส "พี่มาก...พระโขนง" ปลุกตลาดหนังไทยแกร่ง แถมมีหนังฟอร์มยักษ์ต่อคิวลงโรง ประเมินหนุนอุตฯ ภาพยนตร์ปีนี้โต 10-15% มูลค่าแตะ 4 พันล้าน
นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์จะเติบโตราว 10-15% มูลค่าตลาดรวมแตะ 4,000 ล้านบาท เป็นครั้งแรก และคาดว่าปีนี้หนังไทยจะทำรายได้ในสัดส่วนเกิน 40% ของรายได้รวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จากปกติอยู่ที่ 30-35% เท่านั้น หลังจากภาพยนตร์ไทยเรื่อง "พี่มาก...พระโขนง" สามารถสร้างรายได้ถล่มทลาย และยังมีภาพยนตร์ไทยเรื่องต้มยำกุ้งภาค 2 และตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาคจบกำลังต่อคิวเข้าฉายในโรง ขณะที่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวู้ดในปีนี้ก็มีต่อคิวจำนวนมากเช่นกัน
"ปีนี้มูลค่าตลาดรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์จะแตะ 4,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก หลังจากที่พลาดเป้าหมายมาแล้ว 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าในปีนี้อุตสาหกรรมภาพยนตร์มีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะภาพยนตร์ไทยถือว่าแข็งแกร่งมากสุดในรอบ 3 ปี อย่างพี่มากพระโขนงประสบความสำเร็จสูงมาก และคาดว่าจะสร้างประวัติศาสตร์หนังทำเงินสูงสุดอีกเรื่องของไทย" นายสุวิทย์กล่าวและว่า ภาพรวมในช่วง 8 เดือนที่เหลือ คาดว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์จะยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยพบว่าปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจ หรือกำลังซื้อไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจชมภาพยนตร์มากนัก
สำหรับส่วนแผนการดำเนินธุรกิจของเอสเอฟนั้น จากนี้ไปยังเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จากทั้งปีวางงบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อเปิดโรงภาพยนตร์เอสเอฟอีก 8-10 สาขา จำนวน 63 โรง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจากปีที่ผ่านมาที่เปิดทั้งสิ้น 7 สาขา จำนวน 41 โรง จากปัจจุบันบริษัทมีโรงภาพยนตร์ 32 สาขา จำนวน 220 โรง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 14 สาขา กว่า 100 โรง และต่างจังหวัด 18 สาขา จำนวน 110 โรง
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแผนการลงทุนเปิดโรงภาพยนตร์ในต่างประเทศ หลังจากที่ผ่านมามีนักธุรกิจทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และลาวชักชวนให้ไปลงทุน ประกอบกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ยังเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยในการบุกประเทศเพื่อนบ้าน



