ข่าว

โลกร้อน!เครื่องบินเสี่ยงตกเพิ่มขึ้น

โลกร้อน!เครื่องบินเสี่ยงตกเพิ่มขึ้น

13 เม.ย. 2556

เวิลด์วาไรตี้ : เครื่องบินเสี่ยงตกเพิ่มขึ้นเพราะโลกร้อน

 

                         การเกิดภาวะโลกร้อนนอกจากจะทำให้มนุษย์เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เกิดมวลอากาศที่เคลื่อนตัวผิดปกติเหนือเส้นทางเครื่องบินโดยสาร ในรูปแบบที่เรียกว่า "อากาศปั่นป่วน" หรือ Turbulence โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางบินเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกระหว่างกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยอีสท์ แองเกลีย และ รีดดิ้ง ในประเทศอังกฤษ ได้ทำการศึกษาที่ชี้ชัดว่าเส้นทางดังกล่าวมีโอกาสในการเกิดกระแสลมปั่นป่วนเพิ่มขึ้นระหว่าง 40-170% ภายในปี 2593

                         เส้นทางบินดังกล่าวอาศัยการเคลื่อนที่ของกระแสลม "เจ็ต สตรีม" ที่เคลื่อนตัวระหว่างทวีปอเมริกาเหนือไปยังทวีปยุโรป บริเวณตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก ในการนำส่งเครื่องบินไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว แต่ดร.พอล วิลเลียมส์ แห่งมหาวิทยาลัยรีดดิ้งเตือนว่าการเกิดกระแสลมปั่นป่วนในเส้นทางบินนั้นไม่เป็นผลดีต่อการบิน โดยส่งผลกระทบในหลากหลายระดับตั้งแต่การรบกวนการให้บริการจนต้องยกเลิกการบริการเครื่องดื่ม (โดยเฉพาะเครื่องดื่มร้อน) ทำให้เครื่องบินตกหลุมอากาศ หรือเสียอาการจนทำให้ผู้โดยสารหรือลูกเรือได้รับบาดเจ็บแม้กระทั่งเสียชีวิต จนถึงการทำให้เครื่องบินเสียหาย

                         อาจารย์ท่านนี้ประเมินว่ากระแสลมปั่นป่วนเหนือท้องฟ้าทั่วโลกนั้น ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของทุกคนบนโลกใบนี้ราวปีละ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,500 ล้านบาท) จากปัจจัยที่อากาศปั่นป่วนทำให้การเดินทางทางอากาศไม่ราบรื่น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของผู้โดยสารและลูกเรือ

                         ขณะที่การเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่อเลี่ยงกระแสลมร้ายนี้ยิ่งทำให้สายการบินต้องควักเงินซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง และทำให้ตารางบินเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบินโดยภาพรวมและที่สุดก็เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้โดยสาร เนื่องจากสายการบินไม่ยอมแบกภาระไว้ในบัญชีการดำเนินธุรกิจของตนเองอย่างแน่นอน

                         เมื่อพูดถึงอากาศปั่นป่วนแล้ว เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับลมชนิดนี้กันมากขึ้นสักนิด โดยอากาศปั่นป่วนมีทั้งหมดด้วยกัน 4 ระดับ ตั้งแต่ ไลท์ เทอร์บูเลนซ์ (Light Turbulence) ที่จะสั่นคลอนเครื่องบินพองาม ผู้รู้เปรียบไว้ว่าให้บรรยากาศเหมือนนั่งรถไฟเหาะในสวนสนุก โดยสังเกตได้จากการสั่นของตัวเครื่องเล็กน้อย แต่เท่านี้นักบินก็จะเปิดสัญญาณเตือนรัดเข็มขัดขึ้นมาแล้ว

                         ระดับที่สอง โมเดอเรท เทอร์บูเลนซ์ (Moderate Turbulence) ที่จะมีความรุนแรงขึ้นมาอีกนิดสามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยนักบินจะสั่งห้ามลูกเรือเดินไปเดินมาและกลับไปนั่งรัดเข็มขัดในที่นั่งลูกเรือ เมื่อเห็นอย่างนี้ ผู้โดยสารต้องเข้าใจและงดการเดินไปเดินมา แม้กระทั่งเข้าห้องน้ำ เพื่อลดโอกาสที่จะถูกเหวี่ยงไปกระแทกนั่นกระแทกนี่ ที่สำคัญต้องปรับที่นั่งกลับมายังตำแหน่งปกติ พับเก็บโต๊ะหน้าที่นั่งให้เรียบร้อย

                         ระดับที่สาม ซีเวียร์ เทอร์บูเลนซ์  (Severe Turbulence) อาการสั่นและกระพือของเครื่องบินค่อนข้างรุนแรงแต่ยังไม่ที่สุด อาจจะเกิดการ "ตกหลุมอากาศ" ในระดับหลายร้อยฟุตได้ ดังนั้นผู้โดยสารต้องนั่งรัดเข็มขัดกับที่นั่งให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสถานเดียว

                         ระดับที่สี่ เอ็กซ์ตรีม เทอร์บูเลนซ์ (Extreme Turbulence) คือระดับขั้นรุนแรงที่สุด ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายตัวเครื่องบินได้

                         แต่สายการบินทุกแห่งก็มีมาตรการป้องกันอันตรายหรือความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวนเหล่านี้ไว้แล้ว โดยนักบินมีเรดาร์ตรวจอากาศและแผนที่อากาศพร้อมก่อนทำการบินไว้แล้ว เพียงแต่ผู้โดยสารที่ใช้บริการต้องฟังคำแนะนำจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเพื่อรักษาสุขภาพตนเองให้ปลอดภัยในการใช้บริการเครื่องบินอย่างเคร่งครัดเท่านั้น

 

 

---------------------

(เวิลด์วาไรตี้ : เครื่องบินเสี่ยงตกเพิ่มขึ้นเพราะโลกร้อน)