
ไว้อาลัย!ผู้บุกเบิกเด็กหลอดแก้ว
เวิลด์วาไรตี้ : ไว้อาลัย โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้บุกเบิกเด็กหลอดแก้ว
สัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากการสูญเสียนักการเมืองหญิงผู้หญิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองอังกฤษและของโลกอย่างหญิงเหล็ก มากาเร็ต แธตเชอร์แล้ว ในแวดวงวิทยาศาสตร์ ยังสูญเสีย ศ.เซอร์โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้ร่วมบุกเบิกการคิดค้นผสมเทียมด้วยหลอดแก้ว (ไอวีเอฟ) อีกคน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเซอร์เอ็ดเวิร์ดส์ สิ้นลมอย่างสงบขณะนอนหลับหลังป่วยมานานขณะอายุ 87 ปี
ศ.เอ็ดเวิร์ดส์ เกิดที่เมืองยอร์คเชอร์ ในปี 2468 ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน เคยเป็นทหารรับใช้ชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนกลับบ้านมาศึกษาวิทยาศาสตร์การเกษตร และพันธุกรรมสัตว์
จากการวิจัยเริ่มแรกที่พบว่าเซลล์ไข่ของกระต่ายสามารถปฏิสนธิกับน้ำเชื้อได้ จึงนำเทคนิคนั้นมาพัฒนากับคน โดยร่วมทำงานกับ ดร.แพททริค สเต็ปโท นรีแพทย์
การทดลองในห้องแล็บที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อปี 2511 เอ็ดเวิร์ดส์ได้เห็นชีวิตที่ก่อเกิดนอกมดลูกเป็นครั้งแรกในรูปของบราสโตซิสต์ หรือตัวอ่อนในระยะฝังตัวกับมดลูกหลังการปฏิสนธิ 5-6 วัน ซึ่งต่อมาศ.เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าวว่า ไม่เคยลืมวันที่มองผ่านกล้องจุลทรรศน์และเห็นบางสิ่งตลกๆ ในจานเพาะเชื้อได้เลย
ศ.เอ็ดเวิร์ดส์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ ในปี 2553 และอีกหนึ่งปีต่อมา ได้รับการประดับยศเป็นอัศวิน ราว 50 ปีหลังสร้างเด็กหลอดแก้วคนแรกของโลก
การจากไปของนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้ คงไม่มีใครนำกล่าวไว้อาลัยได้ดีไปกว่า หลุยส์ บราวน์ ผู้ถือกำเนิดด้วยเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้วคนแรกของโลก ที่โรงพยาบาลโอดัม เมื่อปี 2521 ก่อนจะมีเด็กอีกกว่า 4 ล้านลืมตาดูโลกด้วยวิธีการเดียวกันนี้นับจากนั้น
บราวน์ กล่าวว่า เธอนับถือเอ็ดเวิร์ดส์เป็นเหมือนคุณปู่ของเธอ ผลงานของท่านที่ศึกษาร่วมกันดร.สเต็ปโท (ซึ่งเสียชีวิตแล้วตั้งแต่ปี 2531) สร้างความสุขแก่ผู้คนหลายล้านทั่วโลก ช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นได้สมหวังมีทายาทเชยชม
แม้ผลงานของศ.เอ็ดเวิร์ดส์ และดร.สเต็ป ถูกสำนักวาติกันตลอดจนกลุ่มศาสนาก่นประณามว่าแทรกแซงกิจการพระเจ้า แต่สำหรับศ.เอ็ดเวิร์ดส์ แล้ว แรงผลักดันให้ศึกษาการปฏิสนธินอกร่างกายมาจากความเชื่อส่วนตัวที่ว่า ในชีวิตคนเรา ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการได้มีลูก
---------------------
(เวิลด์วาไรตี้ : ไว้อาลัย โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้บุกเบิกเด็กหลอดแก้ว)



