
'เฟอร์รารี่ กำนันเป๊าะ รีสอร์ท':3เรื่อง3รส
'เฟอร์รารี่ กำนันเป๊าะ รีสอร์ท':3เรื่อง3รส : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์
ความสงสัยของสังคมทุกวันนี้หักห้ามหรือต้านทานได้ยาก เมื่อมีเรื่องรู้สึกสงสัยก็ต้องซักถาม หรือแสวงหาคำตอบด้วยวิธีการแตกต่างกันไป ทำให้ "ป่วยการ" จะมานั่งปิดๆ บังๆ พูดเกินจริง หรือ พูดจริงครึ่งเดียวแบบก่อนๆ คงไม่มีใครเถียงว่า ถ้าพูดถึงวงการ "ยุติธรรม" วันนี้ เรื่อง เดี๋ยวนี้ ตอนนี้ หนีไม่พ้น 3 เรื่องใหญ่ ใหญ่ทั้งคนเข้ามาเกี่ยวข้องและในเรื่องของคดีความ
เรื่องแรก คงยังไม่ลืมถึงกรณี ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดังขับขี่ "เฟอร์รารี่" ไปประสบอุบัติเหตุมีตำรวจนายหนึ่งเสียชีวิต เรื่องนี้เป็นข่าวเกรียวกราว เพราะสามารถ "จับแพะ" ได้ตัวเบ้อเริ่มด้วยฝีมือตำรวจด้วยกันเอง และเป็นเรื่องใหญ่ ขนาด "บิ๊กแจ๊ส" ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ต้องลงมือแถลงข่าวผ่านสื่อถึงการปกป้องรักษาศักดิ์ศรีขององค์กรตำรวจ ซึ่งถ้าเขาอยู่นิ่งๆ มีคนเชื่อว่าวันนี้ "องค์กรตำรวจอาจต้องเอาปี๊บคลุมหัวกันหลายคน"
ล่าสุดมีความคืบหน้าของคดี ด้วยคำสั่งให้มีการสอบสวนในบางประเด็นเพิ่มเติมจากทางอัยการ เพราะทาง "ตำรวจ" จะด้วยเหตุผลประการใด ไม่มีการสอบให้เป็นที่พอใจในประเด็น "การขับขี่พาหนะด้วยความเร็วสูง" ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากบรรยายฟ้องว่า "ขับรถประมาท" แต่ไม่ปรากฏหลักฐานเลยว่า ขับรถมาด้วยความเร็วเท่าใด เพื่อจะเป็นพยานหลักฐานยืนยันได้ว่า มีการขับรถโดยประมาทอย่างชัดเจน คงยากจะเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ ซึ่งคงไปห้ามคนที่สนใจใคร่รู้ความคืบหน้าในคดีนี้ไม่ได้เลย เพราะการดำเนินการหลายอย่างล่าช้า ไม่ปรากฏในการเป็นข่าวของคู่กรณีเหมือนในช่วงแรกๆ ทำให้คนจำนวนหนึ่งเกิดความหวาดระแวงสงสัยว่า "การทำงานของตำรวจวันนี้" เหตุไฉนส่งผลให้คดีดังๆ หลายคดีต้องประสบปัญหา ตั้งแต่คดีขาดอายุความบ้าง หรือไม่สามารถนำพยานวัตถุ พยานบุคคล มายืนยันหรือนำส่งฟ้องต่อศาลได้ ไม่ต่างกับกรณีของ ร้อยตำรวจเอกหนุ่ม ใช้ปืนยิงคู่กรณีถึงแก่ความตาย ปรากฏด้วยความเชื่อส่วนตัวว่า "สำนวนคำฟ้องน่าจะเบาหวิว หรือ บางมากๆ ขนาดศาลไม่สามารถพิพากษาเอาผิดจำเลยได้" จึงต้องยกฟ้องและขังไว้ในระหว่างการรออุทธรณ์ฎีกา
ในกรณีของ "กำนันเป๊าะ" เชื่อว่า ทางเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมน่าจะรับรู้ได้ถึงการติฉินนินทาของสังคมอยู่บ้าง จากการปล่อยปละละเลยให้ "ผู้ต้องหา" พลัดล้มบาดเจ็บขนาดต้องนำส่งรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง อย่างสังเกตเห็นได้ การที่กำนันเป๊าะต้องป่วยเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ คงไปโทษกำนันเป๊าะไม่ได้ เพราะกำนันเป๊าะคงไม่สามารถนำตัวเองเดินเข้าออกโรงพยาบาลได้ เพราะถูกควบคุมดูแลโดยราชทัณฑ์ ซึ่งทั้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งแพทย์ที่รับรองอาการป่วย โดยส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนทำตามหน้าที่ แต่การปล่อยปละละเลยให้ผู้ต้องหาบาดเจ็บบ่อยครั้งเช่นนี้ เปรียบเสมือนการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่พึงกระทำ
ส่วนเรื่องป่าไม้ที่ดินป่าสงวน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรของชาติ เราต่างรับรู้กันมาช้านานว่า ผู้มีอำนาจอิทธิพลทั้งในทางการเมือง ทางราชการและคนในท้องถิ่นคบคิดกันแสวงหาผลประโยชน์ต่างๆ นานา มาช้านาน กระทั่งวันหนึ่ง คุณดำรงค์ พิเดช ได้เข้ามาทำตามคำสั่งของศาลฎีกาในการเข้ารื้อถอน "รีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ" หลายแห่ง ซึ่งบุกรุกพื้นที่ป่าซึ่งเป็นของสาธารณะ กลายเป็นข่าวใหญ่โด่งดังไปทั่วโลก และคงทำให้ใครหลายคนรู้สึกเสียหน้าและเหมือนกับถูกท้าทายศักดิ์ศรีเป็นอย่างยิ่ง
ในวันนี้ ที่อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เกษียณอายุราชการ ก็ปรากฏ "การประลองกำลังครั้งใหม่" เพราะทราบจากข่าวว่า รีสอร์ทเดิมที่เคยถูกรื้อถอนไป รวมทั้งรีสอร์ทหลายแห่งที่เคยถูกห้ามใช้งานหรือให้บริการ ได้กลับมาเปิดบริการเป็นปกติ ทางเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลในพื้นที่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากบ่นให้สื่อได้ยิน เพื่อที่จะกดดัน "ผู้ใหญ่ในองค์กร" ให้หันมาสนใจดูแลแก้ไขปัญหา
แต่ดูเหมือนว่า ความคาดหวังของประชาชนจะได้เห็นประเทศเดินหน้าเอาชนะ "หนอนร้าย คือ การทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง" ต้องพบกับศึกหนักหลายด้าน เพราะเวลานี้ เรื่องสำคัญแบบนี้ ฝ่ายค้านเองที่ดูจะมีข้อมูลมีฝีปากแก่กล้า ก็ไม่เห็นมีใครหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาเป็นอุทาหรณ์หาทางแก้ไขดำเนินการใดๆ หรือเมื่อมองขึ้นไปถึงผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานก็ออกแนวเกรงใจ ไม่รุกไล่แบบเด็ดขาด ซึ่งถ้ามองอีกนัยหนึ่งอาจถูกกดดันจากฝ่ายการเมือง ซึ่งมีอำนาจควบคุมสั่งการ ทำให้ประชาชนคนในสังคมเริ่มตั้งคำถามกันหนาหูว่า มีใครนั่งทับผลประโยชน์อันมหาศาลเหล่านี้ ซึ่งมีอำนาจขนาดเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพากันตั้งรับไม่รุกคืบหน้าอะไรอย่างที่แล้วๆ มา ที่เขียนมาก็เพื่อเตือนความจำและเล่าสู่กันฟังถึงความคิดเห็น ทัศนคติของคนในสังคมนี้ เผื่อจะเป็นประโยชน์หาทางทำให้สังคมนี้ยังมีความหวังในทางดีงามได้อยู่บ้าง
............
(หมายเหตุ : 'เฟอร์รารี่ กำนันเป๊าะ รีสอร์ท':3เรื่อง3รส : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/ twitter@DoctorAmorn)



