ข่าว

'มาร์ค'ซัดกลับ'แม้ว'ใครกันแน่จิตวิปริต

'มาร์ค'ซัดกลับ'แม้ว'ใครกันแน่จิตวิปริต

11 เม.ย. 2556

'มาร์ค' ซัดกลับ 'แม้ว' ใครกันแน่จิตวิปริต พร้อมหนุนเปิดประชุมหาทางออกปมแก้รธน. จี้รัฐทบทวนแนวเจรจากลุ่มป่วนใต้

 

                      11 เม.ย.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สไกป์โจมตีองค์กรอิสระเป็นตัวปัญหาทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมในบ้านเมืองว่า เป็นความพยายามเล่นมุกเดิม ปลุกกระแส มีการใช้คำว่า "คนจิตวิปริต" ซึ่งตนคิดว่าคนจิตวิปริตจริงๆ คือ พวกที่รวยแล้วไม่รู้จักพอ พวกที่โกงแล้วไม่ยอมรับผิด พวกที่ทำได้กระทั่งเอาผู้สนับสนุนตัวเองมาวางแผนให้เกิดความรุนแรงจนเกิดการล้มตายต้องไปดูว่าเป็นใคร แต่คนที่พยามจะต่อสู้เพื่อเอาชนะ ไม่ถือว่าวิปริต แต่ขึ้นอยู่กับวิธีการต่อสู้ว่าต่อสู้เพื่ออะไร

                      ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ปกป้องฆาตกรให้ลอยนวลนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าทุกอย่างว่าตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย ข้อหาการก่อการร้ายเริ่มต้นมาจากฝ่ายพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทยที่เริ่มกล่าวหากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หลังจากนั้นก็ไปทางนี้กันหมด แต่ถ้าไม่ใช่ก็สามารถพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม แต่ปัญหาของคนจิตวิปริต คือ เวลาชนะคดีก็ทุกอย่างดี เวลาแพ้คดีก็บอกสองมาตรฐาน

                      อย่างไรก็ตามเห็นด้วยกับเรื่องประชาธิปไตยที่ยังไม่สมบูรณ์ ถูกคุกคามโดยปัญหาของนักการเมืองซึ่งไม่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย เวลาที่ไม่ได้อำนาจก็สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง เวลามีอำนาจก็เอาอำนาจนั้นสร้างความร่ำรวยให้กับตนเอง ซึ่งตนอยากเรียกร้องให้ทุกคนออกมาปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

 

หนุนเปิดประชุมหาทางออกปมแก้ รธน.

 

                      นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เรียกประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 18 เม.ย. เพื่อลงมติญัตติกำหนดวันแปรญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทั้ง 3 ฉบับว่า เมื่อมีการเรียกประชุมก็ต้องว่ากันไปตามระเบียบวาระที่ค้างอยู่ ซึ่งปัญหาเรื่องการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 คณะ สามารถเดินหน้าประชุมไปได้ แม้ว่าจะไม่มีความชัดเจน ในเรื่องวันแปรญัตติ เพราะในวันตั้งคณะกรรมาธิการฯมีสมาชิกรัฐสภาอยู่ครบองค์ประชุม

 

แนะรัฐบาลอย่าพูดมากเรื่องปราสาทพระวิหาร

 

                      นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกให้คนไทยเคารพคำพิพากษาของศาลโลก ในคดีปราสาทพระวิหารว่า รัฐบาลไม่ควรพูดอะไร เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ไปต่อสู้คดีให้ชนะ และดูแล้วคดีสามารถชนะได้ ส่วนที่บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองนั้น ถือว่าไม่เป็นเหตุเป็นผล เพราะ 1.ที่บอกว่าเป็นทีมทนายเดิมก็สามารถเปลี่ยนได้ ถ้าเห็นว่าทำได้ดีกว่า 2.ที่บอกว่ารัฐบาลที่แล้วเป็นคนเอาขึ้นไปศาลโลกนั้น ความจริงรัฐบาลกัมพูชาเป็นคนนำไปขึ้นต่อศาลโลก เพราะประเทศไทยขณะนั้นต้องปกป้องอธิปไตย จากการที่รัฐบาลของพรรคพลังประชาชน หรือพรรคเพื่อไทย หรือไทยรักไทย ที่ไปยอมให้กัมพูชาขึ้นปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกในนามของกัมพูชาประเทศเดียว จึงทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้น

                      นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า อยากให้คนไทยติดตามดูการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร จากการถ่ายทอดสดของรัฐบาล แต่ไม่ควรวิจารณ์อะไร เพราะไม่เป็นผลดี โดยรัฐบาลต้องทำหน้าที่และต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น จะไปเรียกร้องให้คนอื่นรับผิดชอบได้อย่างไร ที่ผ่านมาตนเห็นการดำเนินการของรัฐบาลที่ไม่เป็นผลดีกับเรา เช่น การให้สัมภาษณ์ของรมว.ต่างประเทศ และรัฐมนตรีอีกหลายคน ทำให้เราเสียเปรียบการที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม รับคำเชิญจากกัมพูชา เดินทางไปปราสาทพระวิหาร ก็ทำให้ไทยเสียเปรียบด้วย

 

'อภิสิทธิ์' จี้รัฐทบทวนแนวเจรจากลุ่มป่วนใต้

 

                      นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตีพื้นที่ จ.ปัตตานี ในช่วงค่ำวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า รู้สึกหนักใจ เพราะเกิดเหตุการณ์รายวัน จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางออกในเรื่องนี้ โดยต้องเดินหน้าให้มีการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ในวันที่ 29 เม.ย. และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรเรียกประชุมทุกฝ่าย เพื่อให้มีข้อสรุป เป็นจุดยืนที่ชัดเจนจากส่วนของรัฐบาลไทยว่า จะดำเนินการอย่างไรในเรื่องนี้ เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายนโยบายในการทบทวนและประเมินกลุ่มผู้ก่อเหตุกันใหม่ ส่วนที่มีข้อเสนอให้รัฐบาล นำปัญหาความไม่สงบภาคใต้กลับมาสู่โต๊ะเจรจาในประเทศไทยทันทีนั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรรับไปพิจารณา เพราะเป็นการยืนยันว่า ปัญหานี้ยังเป็นปัญหาของเรา ไม่ใช่ปัญหาระหว่างเรากับคนอื่น ซึ่งเราต้องผ่าทางตันในการแก้ปัญหา

 

'ส.ส.ปชป.' สวน 'แม้ว' โยงพฤติกรรมคนวิปริต 5 ประเภท

 

                      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงโต้ตอบกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดีโอลิงค์มายังการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ในการรำลึกครบรอบ3ปี เหตุการณ์ทางการเมืองบริเวณสี่แยกคอกวัว 10เม.ย.53ว่า ชัดเจนว่าสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณวีดีโอลิงค์มายังเต็มไปด้วยการใช้ความเท็จว่าร้ายศาล องค์กรอิสระ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ โดยการพูดครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณมีการใช้คำว่า “จิตวิปริต” ต่อว่าผู้ที่ทำร้ายประเทศ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณคงเข้าใจผิดและลืมไปว่าเมื่อครั้ง10 เม.ย.53 นั้น ผู้ที่ทำร้ายประเทศมากที่สุด คือผู้ที่อยู่ต่างประเทศ และสั่งการให้เกิดการปลุกระดม หวังล้างผิดให้กับตัวเอง อย่างไรก็ตามเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เอ่ยถึงคำว่า “วิปริต” ตนจึงอยากยกตัวอย่างให้เห็นถึงพฤติกรรมของคนวิปริต ที่ถูกหลักพจนานุกรมมี 5 ประการ

                      นายชวนนท์ กล่าวว่า ได้แก่ 1.กลุ่มการ์ดแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กลุ่มติดอาวุธชายชุดดำ ที่ทำร้ายประชาชน และสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร ในวันที่ 10 เมษายน 2553 ซึ่งก็มีแต่คนวิปริตเท่านั้น ที่สั่งให้ใช้กำลังเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อให้เกิดการนองเลือด จึงอยากบอกพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศ และชายชุดดำก็มีอยู่จริง และอยากเรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปประกอบสำนวนการพิจารณา และสั่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะเชื่อว่า ดีเอสไอมีข้อมูลเชื่อมโยงกับชายชุดดำ และเชื่อว่า ผลสอบสวนพยานหลักฐานต่างๆ ที่ออกมา น่าจะนำไปประกอบการดำเนินคดีกับผู้ก่อการร้ายทั้ง 26 คน

                      นายชวนนท์ กล่าวว่า 2.วิปริตทางเศรษฐกิจ ที่สั่งการให้รัฐบาลกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท สร้างภาระหนี้สินให้กับประชาชนถึง 50 ปี มีเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบการใช้เงิน และหลีกเลี่ยงกระบวนการทางพัสดุของทางราชการ และเอาอำนาจกำหนดโครงการต่างๆ มาอยู่ในมือตัวเอง นี่คือความวิปริตของคนที่คิดแบบนี้ ยืนยันว่า โครงการนี้สุดท้ายจะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ 3.วิปริตอำมหิต สั่งการณ์ให้แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดกระบวนการล้างผิด ได้ทรัพย์สินคืน ให้องค์กรอิสระอ่อนแอ เปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารทุจริตได้ง่าย พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า เราขัดขวางแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญปี 50 แต่เพื่อปกป้องกฎหมายที่สร้างประโยชน์ให้ตัวเองและลิดรอนสิทธิของคนทั้งประเทศ 4.วิปริตจิตหลอน หลอกตัวเอง มาถึง 12ปีว่า เป็นผู้ใช้หนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แต่ความจริงมาจากรัฐบาลนายชวน หลีกภัย บริหารวิกฤติเศรษฐกิจจนเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

                      นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า และ5.วิปริตกรณีปราสาทพระวิหาร เพราะคนวิปริตบางพวก พยายามกล่าวกลุ่มคนรักชาติว่า เป็นพวกคลั่งชาติ และยกแผ่นดินส่วนหนึ่งประเคนให้ประเทศเพื่อนบ้าน เพียงเพื่อหวังประโยชน์ร่วมกันทางธุรกิจ ทั้งน้ำมัน และแก๊ส อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้กำลังใจทีมทนายความ และทีมกฎหมายของฝ่ายไทย ที่ต่อสู้ในคดีนี้ และที่บอกว่า หากมีการแพ้คดีแล้วพรรคประชาธิปัตย์ ต้องรับผิดชอบนั้น เราพร้อมรับผิดชอบทุกเรื่อง ไม่เคยหลีกหนีความรับผิดชอบ เพราะเราไม่เหมือนพรรครัฐบาลที่หลีกหนีปัญหา

 

'ส.ส.ปชป.' เหน็บ 'เรืองไกร' ร้อง ศาล รธน. เอาใจใคร

 

                       นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ว่า ตนเห็นว่า คำร้องดังกล่าวไม่เป็นคำร้องมาตั้งแต่ต้น กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ว่า ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแท้จริงแล้ว ตนทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ปี2550 และการกระทำของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 2เรื่องคือ 1. การปิดอภิปรายโดยขัดรัฐธรรมนูญ 2.แปรญัตติโดยขัดรัฐธรรมนูญ จึงอยากถามว่า นายเรืองไกร มาร้องเอาใจใครหรือไม่

                      ทั้งนี้หลังจากช่วงวันหยุดสงกรานต์ ตนจะรวบรวมข้อมูล ถอดเทปการอภิปรายของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ และอีกหลายคน ที่ได้อภิปรายในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อชี้ให้เห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตราของรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ หวังที่จะล้มมาตรา 68 เพื่อเปิดช่องโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 วาระ 3 ที่ค้างอยู่ในสภาฯ