
ถนนมิตรภาพรถแน่น-บขส.โคราชคึกคัก!
การจราจรสายบายพาสเลี่ยงเมืองโคราชเริ่มมีปริมาณรถมาก คาดช่วงบ่ายมีปริมาณรถสะสม ด้าน บขส.คนแน่น! หลังปชช.แห่กลับบ้านช่วงสงกรานต์
11 เม.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายบายพาสเลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดต่างๆในภาคอีสานว่า สภาพการจราจรบนถนนบายพาสเลี่ยงเมืองนครราชสีมาเริ่มมีปริมาณรถยนต์มาก และหนาแน่นเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะช่วงบริเวณทางที่เป็นทางแยก และบริเวณจุดกลับรถ แต่สภาพรวมยังคงสามารถใช้ความเร็วได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่แขวนการทางจังหวัดนครราชสีมา เร่งนำกรวยยางวางบนถนนที่เป็นทางแยกเพื่อมุ่งหน้าไปยังจัดหวัดต่างๆในภาคอีสาน เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการมุ่งหน้าไปยังจัดหวัดนั้นๆสามารถเข้าช่องการจราจรที่ถูกต้องและลดการชะลอตัวจนทำให้เกิดการสะสมของปริมาณ อีกทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ จากที่ผู้ขับขี่เบรกกะทันหันเพื่อต้องการเปลี่ยนช่องทางการจราจร
ทั้งนี้ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 4,000 นาย ตั้งจุดให้บริการประชาชน และจุดอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนตลอดทั้งเส้นทางถนนมิตรภาพ พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจจับความเร็ว 4 จุด ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในการเดินทาง
ในขณะที่บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 2 พบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางมากใช้บริการรถโดยสารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการส่วนใหญ่ เป็นประชาชนที่ตัดสินใจลางานก่อนวัยหยุดยาวของเทศกาล 1 วัน เนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางที่แออัดในวันพรุ่งนี้ที่บรรดาห้างร้านและบริษัทจะหยุดงานในวันแรก แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าในช่วงสายวันนี้ จะมีประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ทางขนสั่งจังหวัดนคราชสีมา ได้เตรียมความพร้อมในการเสริมเที่ยวรถไว้ให้บริการประชาชนในช่วงวันหยุดยาว โดยได้สั่งเพิ่มเที่ยวรถที่เดินอยู่ในแต่ละสายเพิ่มมากขึ้นกว่า 20 - 25 เปอร์เซ็นต์ ในทุกๆสาย ซึ่งจากเดิมที่วิ่งให้บริการวันละ 1,000 เที่ยว เพิ่มเป็นวันละ 1,200 -1,300 เที่ยว ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็จะต้องขึ้นอยู่กับจำนวนประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการ ซึ่งหากมีปริมาณที่มากกว่าที่ทางขนส่งคาดการณ์ไว้ ก็จะต้องเพิ่มเที่ยวให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมรถโดยสารไม่ประจำทางสำรองไว้จำนวน 50-60 คัน
พิจิตรแจก 'หลวงพ่อเงิน' ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์
พ.ต.อ.อิสสร อมาตยกุล ผกก.สภ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เปิดเผยว่า ที่บริเวณจุดตรวจทุ่งใหญ่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายเอเชีย หรือถนนสาย 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรโพธิ์ประทับช้าง และองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งใหญ่ ร่วมตั้งจุดบริการประชาชน พร้อมกับแจกเหรียญหลวงพ่อเงิน พระเกจิชื่อดังของเมืองพิจิตร ที่พุทธศาสนิกชนยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าแห่งภาคเหนือ ให้กับผู้สัญจรไปมาเพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการแก้เคล็ดป้องกันอุบัติเหตุให้กับผู้สัญจรไปมา
สำหรับการเฝ้าระวังอุบัติเหตุของ อ.โพธิ์ประทับช้าง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากเมื่อเทศกาลสงกรานต์ปี 2555 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตเป็นเหตุแรกของประเทศและมีผู้เสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุครั้งเดียวถึง 5 ราย โดยเหตุเกิดที่บริเวณถนนสายหลักหมายเลข 117 ซึ่งเป็นเส้นทางมุ่งสู่ภาคเหนือ หลักกิโลเมตร ที่ 70-71 หมู่ 5 ต.เนินสว่าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ทางตำรวจ สภ.โพธิ์ประทับช้างจึงแจกพระหลวงพ่อเงินให้กับผู้สัญจรเพื่อความเป็นสิริมงคลและแก้เคล็ดป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเหมือนปีที่ผ่านมา
ในส่วนการเดินทางเส้นทางสายเหนือ ในช่วงเช้า มีประชาชน นำรถยนต์ส่วนตัว เดินทางสัญจรมากในช่วงเช้า โดยเฉพาะขาขึ้นทางเหนือ สภาพจราจรหนาแน่น แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างปกติ
'มท.2' เปิดศูนย์ปลอดภัยทางถนนช่วง 7 วันอันตราย
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย และนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สาธารณสุข ร่วมเป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2556 เพื่อทำหน้าที่ประสานข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนระดับพื้นที่ในแต่ละวัน ช่วงควบคุมเข้มใน 7 วัน ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2556
โดยพล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ความสำคัญกับการลดอุบัติเหตุทางถนนโดยถือเป็น “วาระแห่งชาติ” กำหนดเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ ทาง ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนดำเนินการลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2556 รณรงค์ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์เป็นสุข ทุกคนปลอดภัย ร่วมใจรักษาวัฒนธรรม” ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางแก่ประชาชน เน้นการมีส่วนร่วมภาคประชาชนในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องปราม การกระทำผิดกฎจราจร ซึ่งจะได้นำข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนมาวิเคราะห์ประเมินผลเพื่อกำหนดและปรับแนวทางการลดอุบัติเหตุทางถนนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสอดคล้องกับจุดเสี่ยงในแต่ละพื้นที่
“ตั้งแต่มีการตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทำให้สถิติผู้เสียชีวิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ลดลง โดยในปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต 320 รายเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมาที่ยังไม่ได้มีการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตกว่า 600 ราย ซึ่งทำให้เห็นว่าการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวได้ผล รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายที่จะลดจำนวนครั้งในการเกิดอุบัติเหตุให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งในปีนี้ได้มีการตรวจวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุลงลึกไปถึงระดับหมู่บ้านและชุมชน ดังนั้นจึงได้มีการจัดโซนนิ่งจำกัดพื้นที่ในการเล่นน้ำสงกรานต์และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เชื่อว่า จากมาตรการที่เข้มงวดในปีนี้จะสามารถลดการเกิดอุบัติเหตุได้” รมช.มหาดไทย กล่าวและว่า นอกจากนี้ ในการจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ท้องถิ่นทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะเป็นผู้กำหนดพื้นที่และจะเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นออกมาตรการกำหนดเขตพื้นที่ต่างๆ โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมและจะมีการติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด ส่วนพื้นที่กทม.จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแล อย่างไรก็ตามจะไม่มีการคาดโทษจังหวัดที่มีผลการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ แต่จะขอความร่วมมือในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุมากกว่า
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ได้ประสานจังหวัดที่เป็นเส้นทางออกจากกรุงเทพฯ ที่คาดว่าจะมีปริมาณรถหนาแน่น อาทิ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม นครนายก เตรียมการรองรับการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11 - 12 เมษายน 2556 ทั้งด้านการบริหารจัดการการจราจร โดยเปิดเส้นทางพิเศษเพื่อระบายรถ ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง เส้นทางลัด พร้อมปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณรถและช่วงเวลาในการเดินทางของประชาชน ตั้งจุดตรวจบริการแก้ไขกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสียบนทาง รวมถึงคุมเข้มการปฏิบัติตามกฎจราจร โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) สนธิกำลังประจำจุดตรวจกวดขันการขับรถเร็วและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะ รถโดยสารสาธารณะและรถตู้โดยสาร เน้นหนักเส้นทางที่เป็นจุดเสี่ยง เส้นทางสายหลักสำคัญ เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างถนนสายหลักสายรอง เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2556
สพฉ.แนะวิธีเดินทางปลอดภัยช่วงสงกรานต์
สพฉ.แนะวิธีเดินทางปลอดภัยช่วงสงกรานต์ พกเบอร์ฉุกเฉิน-อุปกรณ์ปฐมพยาบาลติดรถ พร้อมแนะวิธีปฐมพยาบาลลดอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินเบื้องต้น เผยประสานศูนย์สั่งการ 1669 - ทีมกู้ชีพ เช็คความ เตรียมพร้อมรับมือ 24 ชั่วโมง ตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินภายใน 8 นาที วอนหากพบเห็นรถพยาบาลโปรดให้ทาง
นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมืออุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ในปีนี้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงวันหยุดยาว ซึ่งประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนามาก ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินมากขึ้น 3-4 เท่า ซึ่งในปีที่ผ่านมาสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือระดับของความรุนแรงในการเกิดอุบัติเหตุ เพราะมีสถิติผู้เสียชีวิต ณ จุดเหตุเพิ่มมากขึ้น โดย สพฉ. ได้มีการเตรียมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยได้ประสานกับศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 และมีการตรวจเช็คคู่สายกว่า 500 สายทั่วประเทศให้พร้อมใช้งาน และกระจายทีมกู้ชีพทั้งในส่วนภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครอบคลุมในทุกพื้นที่
อย่างไรก็ตามในส่วนของประชาชนเองก็ต้องมีความพร้อมด้วยเช่นกัน คือหากต้องเดินทางไกลจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาดในระหว่างการเดินทาง ขับรถด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนด ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่เดินทาง และหากต้องขับรถในระยะทางไกลเกินกว่า 200 กิโลเมตร ควรหยุดพักเป็นระยะ นอกจากนี้ควรตรวจสภาพเครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ ในรถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานด้วยเพื่อความปลอดภัย
“สิ่งสำคัญหากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินที่สำคัญจะต้องมีสติตลอดเวลา ต้องเตรียมพร้อมเรื่องการสื่อสาร การขอความช่วยเหลือ ซึ่งในรถแต่ละคันควรติดเบอร์โทรฉุกเฉินของหน่วยงานต่างๆ ไว้ เพราะบางช่วงเวลาหากตกใจเราอาจลืมการขอความช่วยเหลือได้ง่ายๆ นอกจากนี้ควรมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและยาที่จำเป็นไว้บ้าง อาทิ สำลี น้ำยาฆ่าเชื้อที่แผล ผ้าก๊อซปิดแผล ผ้าพันแผล พลาสเตอร์ปิดแผล ผ้ายืดพันแก้เคล็ดขัดยอก ถุงมือใช้แล้วทิ้ง ปากคีบหยิบสำลี กรรไกรตัด ยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้เมารถ เป็นต้น นอกจากนี้ควรเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นอาทิ ไฟฉาย ไฟฉุกเฉิน เชือก เพราะอุปกรณ์เหล่านี้อาจกลายเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยชีวิตคุณและคนที่คุณรักได้” นพ.อนุชา กล่าว
เลขาธิการ สพฉ. กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่พบอุบัติเหตุหรือเป็นผู้ประสบเหตุเองและยังช่วยเหลือตนเองได้ควรตั้งสติ สงบสติอารมณ์และประเมินสถานการณ์ความรุนแรงของอุบัติเหตุและพิจารณาว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บกี่คน มีรถยนต์ที่ประสบเหตุกี่คัน รวมถึงระบุสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน และควรรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 โดยอย่าพยายามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่บาดเจ็บด้วยตนเอง เพราะอาจจะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินบาดเจ็บมากยิ่งขึ้นได้ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุให้จอดรถในที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน ซึ่งหากผู้ป่วยฉุกเฉินมีเลือดออกมากให้ทำการปฐมพยาบาลโดยการห้ามเลือด โดยใช้ผ้าปิดปากแผล แล้วใช้ส้นมือหรือฝ่ามือกดให้แน่นประมาณ 10-15 นาที จนเลือดหยุด แต่อย่ากดจนซีดเขียว สำหรับภาวะเลือดออกภายในการห้ามเลือดอาจทำได้ยากหรืออาจทำไม่ได้เลย แต่สามารถช่วยปฐมพยาบาลเพื่อลดความรุนแรงได้คือให้ผู้ป่วยพักในท่าที่สบายที่สุด ปลอบใจให้ผู้ป่วยไม่ตื่นเต้นตกใจและสงบจะทำให้เลือดออกน้อยลง ห้ามให้อาหารและน้ำทางปาก จนกว่าแพทย์จะอนุญาต และหากไอเป็นเลือด ให้ผู้ป่วยพยายามไอเบาๆ จะทำให้เลือดออกน้อยลง นอกจากนี้หากกระดูกหักและจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายจริงๆ ให้ดามกระดูกก่อน โดยอาจใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวเช่นกระดาษแข็งหนาๆ หรือไม้นำมามัดดามไว้ด้วยเชือกหรือผ้าพันแผลบริเวณที่กระดูกหักเพื่อลดการขยับ
“ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ทีมกู้ชีพเราพร้อมทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โดยเราตั้งเป้าการไปช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินให้ได้ภายใน 8 นาที เพราะจะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอดและปลอดภัยมากที่สุด ดังนั้นหากผู้ขับขี่พบเห็นรถพยาบาลโปรดหลีกทางให้ด้วย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันกาล โดยอยากให้คิดเสมอว่าคนในรถฉุกเฉินอาจเป็นญาติหรือคนที่คุณรักก็ได้” นพ.อนุชา กล่าว
บุรีรัมย์-ปชช.เดินทางกลับฉลองสงกรานต์คึกคัก
บรรยากาศที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ก่อนถึงวันหยุดยาวติดต่อกัน 5 วัน ก็ได้มีประชาชนมาเข้าคิวซื้อตั๋วเพื่อเดินทางกลับ เที่ยวเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ยังภูมิลำเนา ตามจังหวัดต่างๆ คึกคักแล้ว เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติกว่าเท่าตัว และคาดว่าวันนี้จะมีผู้คนเดินทางกลับหนาแน่นตลอดทั้งวัน
ด้านนายบรรจง จันทร นายสถานีรถไฟบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เตรียมขบวนรถเสริมไว้รองรับบริการประชาชนที่จะเดินทางกลับเที่ยวสงกรานต์ ทั้งเที่ยวขึ้นและเที่ยวล่องอีกวันละ 4 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 11 - 17 เม.ย. จากปกติวิ่งให้บริการวันละ 24 ขบวน รวมเป็นวันละ 28 ขบวน
ส่วนตั๋วรถไฟเที่ยวขึ้นปลายทางอุบลราชธานี ได้ถูกจองเต็มล่วงหน้าไปจนถึงวันที่ 13 เมษายนแล้ว สำหรับผู้ที่ไม่ได้จองตั๋วไว้ล่วงหน้า สามารถมาซื้อตั๋วขบวนรถเสริมได้ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ พร้อมกันนี้ทางสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ยังได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบสถานี เพื่อเพิ่มความเข้มในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร ป้องกันกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพที่จะฉวยโอกาสก่อเหตุปล้นจี้ ชิงทรัพย์ในช่วงที่มีผู้คนเดินทางหนาแน่นอย่างเข้มงวดด้วย
นอกจากนั้นทาง รฟท.ยังได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนและผู้โดยสาร เฝ้าระวังดูแลทรัพย์สินมีค่าของตัวเองอย่างใกล้ชิด เพราะช่วงนี้จะมีผู้คนเดินทางหนาแน่น ซึ่งเสี่ยงถูกกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุลักขโมยได้ ทั้งนี้ยังได้มีการปิดป้ายประกาศเตือนไม่ให้ผู้โดยสาร ดื่มสิ่งมึนเมาหรือขึ้นไปนั่งบนหลังคาโบกี้รถไฟ เพราะอาจจะพลัดตกได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์สลดในลักษณะดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง
สงขลา-7วันอันตรายวันแรก ดับแล้ว2ราย
เริ่มวันแรกของช่วง 7 วันอันตรายช่วงสงกรานต์ จ.สงขลา มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย เป็นสองสามีภรรยาชาว ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา โดยประสบอุบัติเหตุรถบรรทุกสิบล้อชนขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากทำธุระ เหตุเกิดบนถนนสายเอเซีย หาดใหญ่-จะนะ บริเวณบ้านแม่เปียะ อ.นาหม่อม เมื่อเวลา 06.20 น.วันที่ 11 เม.ย.56 ผู้เสียชีวิต คือ นายบุญธรรม พันธุ์แก้ว อายุ 64 ปี และนางพรรณี พันธุ์แก้ว อายุ 54 ปี (สามี - ภรรยา) ภูมิลำเนา อ.นาหม่อม จ.สงขลา
บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พระอารามหลวง พระเทพสุวรรณโมลีเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธานสงฆ์ในพิธีเสกน้ำพุทธมนต์ 9 วัดศักดิ์สิทธิ์โดยมีเกจิอาจารย์9วัดดังเมืองสุพรรณบุรี ประกอบด้วย วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดแค วัดสารภี วัดพระลอย วัดหน่อพุทธางกูร วัดพระนอน วัดพิหารแดง วัดชีสุขเกษมและวัดสว่างอารมณ์ปลุกเสกน้ำพุทธมนต์ เพื่อนำไปประพรมให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งน้ำมนต์ดังกล่าวทางจังหวัดจะนำไปไว้ที่บริเวณซุ้มน้ำตกในเขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรีและที่บริเวณหน้าวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร นอกจากนี้ทางวัดยังได้อัญเชิญหลวงพ่อโตทองคำที่มีน้ำหนักถึง 7กิโลกรัม มาประดิษฐานเพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้สรงน้ำขอพรหลวงพ่อโตทองคำ พร้อมนำปลากัดมหาเสน่ห์แกะสลักด้วยไม้สักทองขนาดใหญ่ให้ประชาชนได้ชมกันอีกด้วย
ส่วนที่ ที่วัดหนองเพียร ต.บางงาม อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาบนบาน กราบไหว้หลวงดำศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นข่าวฮือฮาด้วยการแก้บนด้วยวิทยุทรานซิสเตอร์ กันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหลวงพ่อดำชอบเสียงดัง ผู้ที่บนบานศาลกล่าวแล้วประสบผลสำเร็จ จึงนำวิทยุทรานซิสเตอร์ มาแก้บนกันจำนวนมาก จนกระทั่งขณะนี้วิทยุทรานซิสเตอร์เต็มวิหารหลวงพ่อดำแล้ว ทางวัดจึงเอาวิทยุมาแจกให้กับผู้สูงอายุ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จนถึงวันที่ 15 เม.ย. นอกจากนี้ทางวัดยังได้จัดทำผ้ายันต์รุ่นเสียงธรรมะ ขนาด 25x30เซนติเมตร เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวไว้ให้เป็นสิริมงคล
ตาก-ตำรวจแม่สอดกวาดล้างอาชญากรรมรับสงกรานต์
พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินต๊ะสืบ ผกก.สภ.แม่สอด จ.ตาก ได้ปล่อยแถวตำรวจสภ.แม่สอด อาสาสมัคร และตำรวจชุมชน ทั้งหมดกว่า 300 นาย ทั้งนี้เพื่อปราบปรามอาชญากรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันอันตราย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นในเรื่องยาเสพติด กับ อาวุธปืน โดยมีการปล่อยแถวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ตามจุดต่างๆ ทั้งในเขตชุมชน และ ถนนรอบนอก หรือสายเอเชีย 1 การออกตรวจดังกล่าว
ทั้งนี้ทางพ.ต.อ. เอกราช ได้เน้นให้ตรวจสอบอาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. หากพบให้ตรวจยึด เพื่อตรวจสอบก่อนเนื่องจากที่ผ่านมา มีคดีการทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืนมากขึ้น ซึ่งมีการใช้อาวุธปืน ขนาด 11 ม.ม.ด้วย ขณะเดียวกัน การเน้นยาเสพติด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสนำยาเสพติดออกมาจำหน่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ลำพูน-ติดป้ายเตือนอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์
ที่ จ.ลำพูน กองทุนเพื่อความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก ได้ติดป้ายเตือนระวังเกิดอุบัติเหตุตามบริเวณริมถนนทางหลวงตั้งแต่ ต.อุโมงค์ ต.เหมือง ต.ในเมือง ต.ป่าสัก ต.ศรีบัวบาน อ.เมืองลำพูน เรื่อยไปจนสิ้นสุด อ.แม่ทา จ.ลำพูน ซึ่งเป็นจุดที่เคยเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย รวมทั้งบนถนนสายหลักและสายรองในพื้นที่ 8 อำเภอ เนื่องจากเป็นช่วงระหว่างการเดินทางกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัดและเป็นช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยครั้ง เพื่อเป็นการลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ภายหลังจากที่ จ.ลำพูนโดยศูนย์ปฎิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปถ.) เปิดศูนย์ปฎิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2556 วันนี้(11 เม.ย. 2556) ณ หมวดการทางลำพูน ถนนทางหลวงเชียงใหม่-ลำปาง หมายเลข 11 ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน โดยนายพินิจ หาญพาณิช ผู้ว่าราชการ จ.ลำพูนในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมปล่อยขบวนรถรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย
ทั้งนี้ เพื่อประกาศความพร้อมด้านการดูแลความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2556 ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. ในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางถนนแก่ประชาชนในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยว มุ่งส่งเสริมให้ จ.ลำพูนเป็นเมืองที่มีความปลอดภัย น่าอยู่ และมีเป้าหมายลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บ และจำนวนผู้เสียชีวิต ลดลงจากปี 2555 ร้อยละ 5 คือจะต้องมีจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ ไม่เกิน 62 ครั้ง จำนวนผู้บาดเจ็บ ไม่เกิน 67 คน และจำนวนผู้เสียชีวิต ไม่เกิน 2 คน ภายใต้การบูรณาการหน่วยงานต่างๆ และจุดตรวจร่วมทั้ง 8 อำเภอ จำนวน 10 จุด พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็วของสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่แห่งละ 1 จุด ดำเนินการด้านการบังคับใช้กฎหมาย เน้นหนักจับปรับขั้นสูงสุดตามมาตรการ 3ม2ข1ร เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ เมาแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกำหนดและไม่สวมหมวกนิรภัย เตรียมความพร้อมด้านบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน การบำบัดรักษา ด้านการตรวจสอบสภาพรถโดยสารสาธารณะและคนขับก่อนการเดินทาง จัดทำป้ายสัญญาณแจ้งเตือน และประชาสัมพันธ์รณรงค์ผ่านเครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่



