ข่าว

'บิ๊กตู่'นำขรก.ทำบุญวันสงกรานต์

'บิ๊กตู่'นำขรก.ทำบุญวันสงกรานต์

11 เม.ย. 2556

'ประยุทธ์'ขอ'อโหสิกรรม'วันสงกรานต์ บอกขอโทษหากทำให้ใครไม่พอใจ เผย'ยิ่งลักษณ์'สายตรงเสียใจทหารโดนบึ้มคารถเกราะ

               11 เม.ย.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วยนายทหารระดับสูงของกองทัพบกได้ร่วมพิธีทำบุญเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ที่หน้าหอประชุมกิตติขจร โดยเปิดโอกาสให้กำลังพล และสื่อมวลชนรดน้ำขอพร เพื่อความเป็นศิริมงคล โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้ความปรารถนาดีต่อกำลังพล สื่อมวลชน และประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเดินทางโดยปลอดภัย ใครที่ทำกิจการอันใดขอให้ประสบความสำเร็จกว่าปีที่ผ่านมา ในฐานะเป็นทหารของประชาชนก็จะดูแลประชาชนและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งนี้ขอให้มีความเข้าใจ และไม่ได้ต้องการคำชมเชยใดๆ และพยายามสร้างความเข้าใจกับทุกคน

                “ สิ่งใดที่ผมและกองทัพบกได้ทำให้หลายคนไม่พอใจ ขออโหสิกรรมด้วย เพราะถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด และบางครั้งอาจเกิดการกระทบกระทั่งกันบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาต้องขออภัยไว้ด้วย ปีหน้าฟ้าใหม่ทุกอย่างคงจะดีขึ้น ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งความสงบสุข ร่มเย็น มีรอยยิ้ม หลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นดินแดนภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นความงดงามของคนไทยที่ทุกชาติในโลกให้ความสนใจ ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้เราก็จะเหมือนประเทศอื่นๆ ที่ไม่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและจารีตประเพณี อยากให้ทุกคนช่วยส่งใจให้ทหารทุกคนตามแนวชายแดนที่ไม่ได้กลับบ้าน เห็นใจครอบครัว ส่วนทหารไม่ดี ก็ว่าไปในส่วนที่ไม่ดี ส่วนไหนที่ดีก็อวยชัยให้พร“ผบ.ทบ.กล่าว

                

               
"ผบ.ทบ."เผย"ยิ่งลักษณ์"สายตรงเสียใจทหารโดนบึ้มคารถเกราะ

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ปัตตานี หลายจุดเมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้มีทหารสูญเสียชีวิต ว่า เป็นหน้าที่ของตนที่ต้องดูแลลูกน้อง ทุกคนเป็นห่วงทุกครั้งที่เกิดเหตุและมีทหารเสียชีวิต ทุกคนก็เสียใจและโกรธแค้น ในฐานะผู้บังคับบัญชา มีจิตใจเป็นมนุษย์ก็รู้สึก แต่สิ่งสำคัญต้องระลึกอยู่เสมอว่า เจ้าหน้าที่เป็นคนไทยด้วยกัน เราต้องพยายามทำให้ดีที่สุดโดยไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้ แต่ต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่รับฟังสรุปการปฏิบัติงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า(กอ.รมน.ภาค 4 สน.) โดยได้เน้นย้ำนโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. เรื่องการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เท่าที่ฟังจากหน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.)ทราบว่า ทำอย่างเต็มที่ ปัญหาคือ พื้นที่กว้างไกล มีเขตเมือง ชนบท ป่าเขา เราต้องเข้าไปดูแลทุกพื้นที่ การบาดเจ็บ และสูญเสียส่วนใหญ่อยู่ในช่วงที่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง

                “ ที่ทหารพรานถูกลอบวางระเบิด เพราะห่วงอาสาสมัคร(อส.) จึงได้รีบไปโดยใช้รถเกาะ REVA คิดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร แต่ปรากฏว่าเป็นช่วงเวลากลางคืน มีการใช้ระเบิดเป็นจำนวนมากทำให้รถคว่ำแต่ไม่ได้พัง แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภายในห้องโดยสาร เพราะเป็นรถเกราะที่ดีพอสมควร จากสภาพรถเกราะคว่ำ หงายท้อง ถูกแรงอัด ทำให้เสียชีวิต ซึ่งต้องระมัดระวังต่อไป เมื่อวานมีการโจมตีนิคมฯ ท่าเรือ ฐานของ อส. ที่มีการระวังป้องกันตนเองต่ำ เขารู้ว่าเมื่อเกิดเหตุก็ต้องมีการเคลื่อนกำลังไปช่วย เขาพร้อมปฏิบัติการ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของผบ.ร้อยทหารพราน ที่จะนำกำลังเข้าไปช่วยทำให้สูญเสีย เราทำงานที่ต้องเปิดเผยตนเอง และเป้าหมายอ่อนแอมีจำนวนมาก ผมตำหนิอย่างเดียวคือความใจเร็ว ใจร้อนที่อยากไป่ช่วยคน บางทีลืมห่วงตัวเอง ทุกครั้งจะเป็นอย่างนี้โดยตลอด ผมก็ย้ำว่าให้ช้าลงซักนิด”ผบ.ทบ.กล่าว

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราจะแก้ไขปัญหาภาคใต้ได้ไม่ใช่ใช้กำลังอย่างเดียว เราต้องแก้ไข คือ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ฝ่ายนั้นใช้วิธีกองโจร แต่ฝ่ายเราใช้ไม่ได้ เราทำได้อย่างจำกัด ตนไม่อยากบอกว่า เราจะต้องขอกฎหมายเพิ่ม เพราะไม่อยากสร้างปัญหา ส่วนการโจมตีที่ท่าเรือประมงเป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีการโจมตีทางเรือด้วยหรือไม่นั้น คิดว่าไม่ใช่อย่างนั้น ผู้ก่อเหตุดูว่า ตรงไหนอ่อนแอก็ไปทำตรงนั้น และแสดงศักยภาพว่าทำได้ทุกที่ ใช้คนเพียงไม่กี่คน แต่การก่อเหตุอย่างนี้ไม่ยาก แต่อย่าไปให้น้ำหนักกับโจรเพราะมีหลายๆพวก ทั้งภัยแทรกซ้อน ยาเสพติด ซึ่งมันเกี่ยวข้องกันเพราะคนพวกนี้ต้องการให้เกิดความรุนแรงต่อไป รวมถึงประโยชน์อื่น อย่างเช่นที่หลายคนสงสัยว่าทำไมที่ดินแพงขึ้น เพราะเป็นคนเฉพาะกลุ่มที่กล้าเข้าไปซื้อ ท้ายสุดก็จะมีคนบางพวกไปสร้างอาณาจักรก็ได้ เราต้องมองทุกมิติ

                “ หลังเกิดเหตุ นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจ ผมเรียนว่าต้องเร่งดำเนินการในเรื่องอื่นๆ ด้วยเพื่อให้ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องการพัฒนาและอำนวยความยุติธรรม ควบคู่ไปกับการแสวงหาทางออก ใครมีหน้าที่ตรงไหนก็ทำไป แต่เรื่องหลักคือทำให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิเสธความรุนแรง และต้องมาเป็นฝ่ายเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่ออยู่กับเรา เมื่อเราถอนออกมาก็มีคนเข้าไป โดยใช้ความรุนแรงข่มขู่ จนประชาชนเกิดความหวาดกลัว และเข้าเป็นพวก เวลาเราไปเขาก็ดีกับเรา บางครั้งเขาก็นำข่าวมาให้กับเรา แล้วก็ถูกทำร้าย เป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ อีกทั้งงานด้านการพัฒนา ดำเนินการแล้วเสร็จทุกอย่างก็จะดีขึ้น คนที่ได้รับประโยชน์ก็จะไปต่อต้านคนพวกนี้ เราต้องสร้างประชาชนขึ้นมาเพื่อปกป้องตนเองและเป็นกำลังสนับสนุนเรา ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว