
คมชัดลึกจัดถกซูเปอร์...กสทช.?
คมชัดลึกจัดถกซูเปอร์...กสทช.?
หลังจากมีประเด็นสงสัยถึงการตั้งกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด 5 คน สำหรับตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. 11 คน มีอำนาจบทบาทเพียงใด หรือเป็นเพียงเสือกระดาษ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 10 เมษายน รายการ "คม ชัด ลึก" ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่น แชนแนล จัดถกประเด็นร้อนในหัวข้อ "ซูเปอร์...กสทช.?"
นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า ก่อนที่จะมี กสทช. เราห่วงว่าใครจะมานั่งตำแหน่งนี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะขัดขวาง แต่การควบคุมกลไกการทำงานน่าจะทำได้ง่ายกว่า เนื่องจาก กสทช.มาจากระบบวุฒิสภาโดย 2 ลู่ทาง คือ ส.ว.สรรหา และ ส.ว.เลือกตั้ง
"ซูเปอร์บอร์ด ชุดนี้ ประกอบด้วยพลเรือน 3 คน ทหาร 2 คน ต้องดูว่าพลเรือนจะถูกทหารครอบหรือไม่ ตรงนี้ต้องดูว่า ใครจะเป็นประธาน เพราะเขาต้องเลือกกันเอง ต้องจับตากันดู ดังนั้นต้องฝากความหวังไว้ เพราะซูเปอร์บอร์ดสะท้อนความเป็น กสทช.ออกมา ดังนั้นอยากฝากว่า ถ้าเจอปัญหาต้องฟ้องสังคมทันที" นายชวรงค์กล่าว
ด้าน นายอมรเทพ จิรัฐิติเจริญ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรคมนาคม ยืนยันว่า จะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ กสทช. ไม่มีหน้าที่บริหาร ไม่ได้มีอำนาจใหญ่โต เพราะติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เพื่อนำส่ง ส.ว. จากนั้น ส.ว.จะเป็นผู้ตัดสิน
สำหรับฐานความผิดมี 3 ส่วน คือ 1.ความผิดตามกฎคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อีกส่วนคือ ผิดมาตรา 21 ประพฤติเสื่อมเสียกระทบต่อหน้าที่ และส่วนสุดท้าย มาตรา 22 ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยประเมินทั้งคณะ หรือให้ออกทั้งคณะ โดยผลโหวตสมาชิก 2 ใน 3 ของ ส.ว. ทั้งนี้ กรรมการชุดนี้สามารถเรียกข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ มาให้ข้อมูลได้
ขณะที่ ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา กล่าวว่า ซูเปอร์บอร์ดทั้ง 5 คน ต้องออกแบบรูปแบบการทำงานว่าจะเดินไปอย่างไร ทั้ง 5 คน ตั้งงานหลักต้องประเมิน จากนั้นต้องเรียนรู้กัน แต่ละคนมาจากหลายสาขา ตั้งประตัว เพราะสังคมให้ความคาดหวังสูง
"สิ่งกังวลคือ หน่วยไปตั้งในองค์กร เกรงว่าถ้ารักกันไปเลย กลืนเข้าเนื้อเดียวกันเลย แบบนี้สังคมคาดหวังไม่ได้ อีกมุมคือ ไม่รักกัน เกียจกันไปเลย หรือต่างคนต่างอยู่ แบบนี้จะอยู่กันอย่างไร ที่สำคัญต้องอยากรู้ว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารหรือไม่" ดร.เอื้อจิตกล่าว



