ข่าว

ปชป.ปฏิรูปพรรคเพื่อชัยชนะที่ยั่งยืน

ปชป.ปฏิรูปพรรคเพื่อชัยชนะที่ยั่งยืน

11 เม.ย. 2556

ปชป.ปฏิรูปพรรคเพื่อชัยชนะที่ยั่งยืน : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์, ประภาศรี โอสถานนท์รายงาน


               แม้จะมีเสียงเตือนแกมเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ปฏิรูปตัวเอง หลังจากพรรคไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งใหญ่มานาน 20 ปี แต่ดูเหมือนว่าพรรคที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดอย่างประชาธิปัตย์ยังไม่ได้ขยับอะไรที่เป็นรูปธรรม "อลงกรณ์ พลบุตร" รองหัวหน้าพรรคจากภาคกลาง ที่พยายามผลักดันเรื่องนี้อย่างหนัก เปิดใจว่า ตอนนี้การปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเหมือนเรือใหญ่ได้เคลื่อนออกจากฝั่งแล้ว หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรค เห็นด้วย เพียงแต่ยังต้องรอดูต่อไปว่า เรือปฏิรูปนี้จะเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่

              "อลงกรณ์" เปิดมุมมองอย่างตรงไปตรงมาถึงความจำเป็นที่พรรคประชาธิปัตย์ควรจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองว่า "พรรคพ่ายแพ้การเลือกตั้งมากว่า 20 ปี ชัยชนะครั้งล่าสุด ปี 2535/2 เราพยายามหาหนทางที่จะชนะแต่ก็ไม่เคยชนะ ขณะเดียวกันเราเป็นองค์กรที่ตั้งมายาวนาน แต่ไม่เคยรีเอ็นจีเนียริ่ง (การปรับโครงสร้าง) เลย เหมือนเครื่องยนต์ใช้มานานแต่ไม่เคยยกเครื่อง ประสิทธิภาพก็ด้อยลง จึงจำเป็นต้องรีเอ็นจีเนียริ่ง"

              อลงกรณ์ มองว่า อุดมการณ์ของพรรคเปลี่ยนไป ถูกวิจารณ์ว่าเป็นพรรคที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นรัฐบาลที่ถูกจัดตั้งในค่ายทหาร เมื่อเป็นรัฐบาลก็ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ผิดจากอุดมการณ์ 2 ข้อ คือ การต่อต้านเผด็จการ และการส่งเสริมความซื่อสัตย์สุจริต

              "เราเสมือนถูกโดดเดี่ยว พรรคการเมืองเป็นแนวร่วมกับเราน้อยลง แม้กระทั่งพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันเอง คำถามคือทำไม หรือเพราะเราไม่เป็นองค์กรเปิด ไม่ใจกว้างพอในการยอมรับความแตกต่าง แม้แต่สื่อมวลชนที่วิพากษ์วิจารณ์เราก็ตอบโต้เราจึงเสียแนวร่วม"

              "วันที่แพ้เลือกตั้ง ปี 2544 ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่สิ่งที่ผมคิดคือ เราคิดไม่ทันทักษิณ ที่เสนอนโยบายใหม่ๆ มา อย่าโทษว่าโกง อย่าโทษว่าประชานิยม วันนี้เราต้องหันกลับมาวิพากษ์ตัวเอง แล้วมาปรับปรุงตัวเอง เรารู้โจทย์ แต่แก้โจทย์ไม่ได้ เพราะเรายังติดกับดักอยู่ เพราะไม่เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ไม่เปลี่ยนวัฒนธรรมความคิดของเรา ขณะที่คู่แข่งเปลี่ยนวิธีเล่นตลอด และไม่ได้หานักฟุตบอลใหม่ๆ เข้ามาเสริมทีม ผมจึงเสนอว่าต้องปฏิรูปวัฒนธรรมและบุคลากรของพรรค หากไม่มีการปฏิรูปอย่างจริงจังก็ยากที่จะชนะ"

              "วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารเหมือนทักษิณ แต่ตบะดีกว่า แยกการบริหารออกจากการเมือง เราต้องสร้างสมดุลการทำงาน โดยการตรวจสอบการบริหารไม่น้อยกว่าการเมือง"

              อลงกรณ์ ยอมรับว่า เรื่องการปฏิรูปพรรคไม่ง่าย เพราะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เชื่อว่าการปฏิรูปอย่างจริงจังจะทำให้พรรคชนะการเลือกตั้ง กลับมาเข้มแข็งและยิ่งใหญ่ได้ โดยต้องปฏิรูปทั้งโครงสร้างพรรค ระบบบริหารจัดการของพรรค ปฏิรูปวัฒนธรรมและบุคลากรของพรรค

              "อลงกรณ์" กล่าวถึงการปฏิรูปในส่วนของภาคกลางใน 1 ปีที่ผ่านมาว่า ยึด 5 กลยุทธ์ สู่ชัยชนะที่ยั่งยืน คือ ติดอาวุธทางความคิด, ใกล้ชิดมวลชน, เปิดพรรคกว้าง, สร้างเครือข่าย และขยายฐานพรรค โดยมีการตั้งศูนย์ประชาธิปัตย์ไปจนถึงระดับตำบล มีการตั้งสถาบันพัฒนาการเมืองการบริหารขึ้นมา มีโครงการพัฒนาผู้นำประชาธิปไตย เป็นการปฏิรูปบุคลากรหรือติดอาวุธความคิด มีการออกแบบหลักสูตรผู้นำในระดับคณะทำงานหรือขุนพลของพรรค ตั้งแต่ระดับชาติลงไปถึงระดับตำบล

              "นี่คือโครงสร้างแบบหยั่งรากลึก ที่ในอดีตเราไม่เคยมี ซึ่งเป็นเหมือนรากฝอยของพรรค เพราะต้นไม้ที่เติบโตและทนต่อพายุได้ ต้องมีรากที่แข็งแรง และต้องมีทั้งรากแก้ว รากฝอย รากแขนง"

              นอกจากนี้ จะมีการนำระบบไพรมารี่โหวตมาใช้ด้วย คือ ให้ประชาชนในพื้นที่เสนอบุคคลที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการลงสมัคร ส.ส. โดยภาคกลางจะเริ่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดแรก และหลังการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงใหม่ ในวันที่ 21 เมษายนนี้ จะประชุมกรรมการบริหารพรรคนัดพิเศษเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปพรรค

              จับตาดูว่า นอกจากภาคกลางแล้ว ภาคอื่นๆ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน ที่เป็นจุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์จะขยับไปสู่การปฏิรูปอย่างไร และเรือปฏิรูปของพรรคประชาธิปัตย์จะไปถึงฝั่งหรือไม่?

..........

(หมายเหตุ : ปชป.ปฏิรูปพรรคเพื่อชัยชนะที่ยั่งยืน  : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์, ประภาศรี โอสถานนท์รายงาน)