ปฏิวัติสงกรานต์ เล่นแบบนี้...เลิกเถอะ!
ปฏิวัติสงกรานต์ เล่นแบบนี้...เลิกเถอะ!
กลายเป็นเรื่องปกติที่หลังจากเล่นน้ำสงกรานต์ จะเห็นหลายคนกลับมาบ่นกันยุบยิบ ว่าเจอะเจอเหตุการณ์น่าหงุดหงิดใจสารพัด เพราะสงกรานต์แบบเน้นความมันไว้ก่อนของคนสมัยใหม่ เล่นเอาวัฒนธรรมการละเล่นของคนโบราณที่ปูทางเอาไว้อย่างมีจริตดี กระเด็นหายไปกับสายยาง ปืนฉีดน้ำ แป้งหลากสี และการแต่งกายนุ่งน้อยห่มน้อยไปเกือบซะหมด...แบบนี้หากไม่คิดปฏิวัติ! จากเทศกาลแสนสนุก อาจเปลี่ยนเป็นทุกข์ให้เข็ดขยาดในอนาคตได้ วันนี้เลยลองถามความเห็นจากคนไทยว่าเขาอยากเปลี่ยนแปลงอะไร ให้ธรรมเนียมการเล่นน้ำสมัยนี้น่าเล่น และน่าชื่นใจกันมากขึ้นบ้าง
สำหรับ "เรือง" บุญเรือง ศรีบัว นักทอผ้าแห่งบ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ บอกว่า ที่บ้านจะมีการตั้งน้ำเล่นกันหน้าบ้าน และข้างถนนใหญ่เปิดเพลงเพื่อความรื่นเริงเป็นเรื่องปกติทุกปี ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องของการเฉลิมฉลอง และปลดปล่อยความเหนื่อยล้า ไม่กลัวจะมีอะไรที่รุนแรงมากขึ้นเหมือนในเมืองใหญ่ เพราะชาวบ้านก็ยังคงรักษาประเพณีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ก่อกองทราย รดน้ำดำหัว ทำความสะอาด และไหว้กระดูกพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ อย่างเคร่งครัด ถ้ารวมการทำบุญในช่วงสงกรานต์ของชาวบ้านจริงๆ ก็เริ่มตั้งแต่วันที่ 12-17 เม.ย. ดังนั้นชาวบ้านจะมีเวลาเล่นน้ำกันเป็นเวลา คือช่วงเช้าหลังทำบุญและช่วงบ่าย ส่วนตอนเย็นก็จะทำบุญและแยกย้ายกันกลับบ้าน ไม่ได้เล่นกันทั้งวันทั้งคืนให้มีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นได้
"สังเกตเห็นในเมืองใหญ่อย่างในกรุงเทพฯ และเมืองขอนแก่น ทุกคนจะให้ความสำคัญกันการเล่นน้ำมาก มีการจัดงานให้คนมาสาดน้ำกันได้ทั้งวัน ส่วนตัวไม่อยากให้ลืมการทำบุญ สวดมนต์ขอพรรับสิ่งดีๆ ในปีใหม่ไทย รวมถึงเคารพกราบไหว้พ่อแม่เราก่อน แล้วค่อยออกไปเล่นน้ำกันทั้งวันทั้งคืน ส่วนสิ่งที่อยากให้หายไปเลยจากสงกรานต์ไทย คือการแต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อย และการเต้นเย้ายวนของผู้หญิงในที่สาธารณะ ซึ่งเรามองว่าไม่เหมาะสมเท่าไร เป็นเหตุเกิดปัญหาการลวนลาม ทะเลาะเบาะแว้งขึ้นมาได้อีก ทุกคนก็จะเล่นน้ำอย่างหวาดระแวงไม่สนุกในที่สุด" ช่างทอผ้า เล่าถึงประเพณีที่อยากให้รักษาไว้
การดื่มสุราเล่นน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ ดร.ณัฐกิตต์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ต้องขอบอกว่าอย่าทำกันอีกเลย เพราะเป็นต้นเหตุของเรื่องร้ายๆ มากมาย ซ้ำยังจะหนุนวันปีใหม่ไทยให้เป็นวันแห่งการสูญเสียมากขึ้น
"ที่อยากให้เลิกคือการเลิกดื่มสุรา เพราะจะช่วยลดเรื่องอุบัติเหตุในเทศกาลสงกรานต์ไปได้เยอะ อีกเรื่องคือไม่น่าเอาแป้งมาประโคมใส่กัน น่าจะขออนุญาตกันก่อน และไม่ควรเอาน้ำแข็งมาสาดใส่กันด้วย สงกรานต์เป็นประเพณีที่สวยงามเราควรรักษาเอาไว้ ทำให้เป็นภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ เป็นวอเทอร์ เฟสติเวิล คือการเล่นน้ำเพื่อการอวยพรสนุกสนาน ไม่ได้เพื่อความเจ็บตัว ลองคิดว่าเป็นปีใหม่ไทยเป็นวันที่ดี เราน่าจะทำอะไรให้ปลอดภัยไม่ควรมามีเรื่องเสียชีวิตกันเยอะแยะในช่วงเทศกาลนี้ ตัวผมเองเคยขับรถแล้วมีคนเอาแป้งสาดเข้ามาจนไม่เห็นทาง มีคนเมามายมาขับรถปาดหน้าเราก็มี ถ้าเกิดอะไรก็สะเทือนไปถึงครอบครัวเราด้วยเป็นเรื่องใหญ่เลย เราน่าจะยึดปฏิบัติตามวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเรื่องดี อย่างเช่นการอวยพร รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เป็นหลัก ส่วนเรื่องความสนุกสนานก็ขอให้มีขอบเขต อย่างน้อยก็ช่วยให้ตัวเองปลอดภัยได้ใช้วันดีๆ อยู่กับครอบครัว อยู่กับคนที่รักต่อไป" ผู้บริหารหนุ่ม เสนอวิธีลดอุบัติเหตุ
ในมุมมองของคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยคึกคะนองอย่าง วรรณา สวัสดิกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส มองว่า การเล่นน้ำด้วยความรุนแรง เช่นการใช้น้ำแข็งขว้างปาใส่กัน หรือการสาดน้ำใส่กันแรงๆ เป็นเรื่องที่ควรหยุดกระทำ คำว่า "เล่นสนุก" ไม่ควรมาคู่กับคำว่า "ไม่ปลอดภัย" หรือ "อันตราย" หากจะสนุกก็ต้องมีลิมิตด้วย
"คนเป็นผู้ปกครองเวลาอนุญาตให้ลูกไปเล่นน้ำสงกรานต์ ก็อยากเห็นภาพเด็กเปียกน้ำมากกว่าชุ่มเลือด ในความหมายไม่ได้บอกให้ค่อยๆ รดน้ำกัน อันนั้นก็คงดูแก่ไป แต่ขอให้สาดน้ำใส่กันธรรมดา มีดีกรีของความสนุกมากกว่าการหวาดระแวง โดยเฉพาะน้องผู้หญิงที่ต้องคอยกังวลว่าจะเจ็บตัวหรือถูกลวนลามเมื่อไร ผู้ปกครองก็มีส่วนที่ต้องปลูกฝังลูกๆ ให้รู้จักการเล่นน้ำที่ถูกต้อง ซึ่งตอนลูกเด็กๆ เราจะเป็นคนพาไปเล่นน้ำเอง ชี้ให้เขาเห็นว่าแบบนี้ไม่ถูกต้อง แบบนี้คือความสวยงามของขนบประเพณี พอเขาไปเล่นเองก็ปฏิบัติตามโดยอัตโนมัติ ไม่ได้สร้างความรุนแรงทำให้ใครเดือดร้อน ยิ่งถ้าทุกคนตระหนักได้ถึงความปลอดภัยในข้อนี้ เด็กๆ ก็คงสนุกที่ได้เล่นน้ำอย่างปลอดภัย เราเองก็สบายใจไม่ต้องคอยห้ามคอยห่วงด้วย" วรรณา กล่าว
ในมุมของคนรุ่นใหม่ ณัฐวุฒิ พลเหิม ผู้ทำธุรกิจเครื่องเงิน จ.สุโขทัย ที่บอกว่าระยะหลังมานี้ไม่ได้มีโอกาสเล่นสาดน้ำสักเท่าไร เพราะต้องดูเรื่องการออกร้านแต่ถ้ามีโอกาสจริงๆ ก็จะขอแค่ทำบุญ ไหว้พระในช่วงเช้าเท่านั้น ไม่อยากพบเจอกับการเล่นกันรุนแรงที่มีมากขึ้นทุกๆ ปี
"สิ่งที่อยากให้เลิกทำกันเถอะคือเรื่องของความรุนแรง อยากเห็นคนไทยเราเล่นน้ำกันเหมือนสมัยก่อนมากกว่า คือ มีการขอสาดน้ำ มีการขอโทษ และอวยพรให้กัน ไม่ใช้นึกอยากสาดก็จะสาด มันดูไม่สวยงามเป็นบรรยากาศที่ไม่น่ารักเหมือนแต่ก่อน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมไม่อยากออกไปเล่นด้วย รู้สึกไม่สนุก ยิ่งช่วงหลังสังเกตว่ามีการใช้สารเคมีมาเล่นน้ำกันก็ทำให้ทุกๆ คนได้รับผลไม่ดีไปด้วย อย่างการใช้สีผสมกับแป้งกับน้ำ เป็นสารเคมีทั้งนั้นใครแพ้ก็แย่ไปเลยไม่มีใครรับผิดชอบ น่าจะมาใช้ดินสองพองผสมน้ำอบหอมๆ ธรรมดา ปะกันบางๆ เหมือนแต่ก่อนยังดูดีกว่า นอกจากเล่นน้ำก็ยังมีเรื่องของการตีกันที่บ้านผมมักเกิดขึ้นทุกปี น่าจะเพลาๆ กันบ้างไม่อยากให้เป็นภาพในความทรงจำของลูกหลาน ว่าเทศกาลสงกรานต์คือวันที่มีการยกพวกชกต่อยกัน" ณัฐวุฒิให้ความเห็น
ปิดท้ายที่ ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข ก็เป็นอีกคนที่ต้องของปฏิวัติการสาดน้ำด้วยความรุนแรง และใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เพราะเป็นการกระทำที่อันตราย ไม่งดงาม แถมก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมาแล้วนับไม่ถ้วน
"เคยเห็นเด็กๆ สาดน้ำกันทั้งถังไปที่คนขับรถมอเตอร์ไซต์คันหนึ่ง จนสุดท้ายรถคันนั้นก็ล้มมีคนได้รับบาดเจ็บด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก เราน่าจะสาดน้ำกันแบบพอดีมีขันหนึ่งใบ ค่อยเดินไปราดน้ำใส่อีกฝ่ายแล้วบอกเขาว่าสวัสดีปีใหม่ครับ / ค่ะ หรือโชดดีนะ เชื่อว่าเป็นการกระทำที่คนรับต้องรู้สึกดีไปกับเราด้วย ไม่ต้องถึงขั้นเรียกร้องความสนใจ สร้างสีสันโดยการใช้แป้งสี เม็ดแมงลัก หรือเขม่าดำๆ มาป้ายใส่กัน ก็สนุกได้ ยิ่งในภาวะแห้งแล้งการสาดน้ำไปทั้งถัง หรือฉีดสายยางใส่กันยิ่งเป็นการสิ้นเปลืองไปกันใหญ่ อย่าให้ชาวต่างชาติมาเล่นสงกรานต์บ้านเราเพราะว่าเป็นวอเทอร์ วอล หรือสงครามน้ำที่ประโคมสาดกันเอาเป็นเอาตาย เราปรับให้เขาเห็นวัฒนธรรมที่สวยงาม เป็นการค่อยสาดน้ำอวยพรกันด้วยความเบิกบานใจดีกว่า" ระเบียบรัตน์ ให้ความเห็น
ปรับเปลี่ยนค่านิยมกันนิดหน่อย ทวนกระแสความสนุกกันบ้าง อาจไม่ได้เล่นน้ำกันแบบสุขสุดขีด แต่ก็ปลอดภัยและสุขใจมากกว่าวิธีอื่นใด เอ้า...มาลองเล่นแบบเบาๆ กันดูก็ไม่เสียหายนะจ๊ะ...



