
ตะลึง!ผลผ่าพิสูจน์ซากช้างพบลูก
ตะลึง ผลผ่าพิสูจน์ซากช้างแก่งกระจาน พบลูกช้างเริ่มมีฟัน-ขนงอก ยันเป็นช้างท้องแก่ เจอหัวกระสุน .22LR ที่ลำตัว ลูกซอง-ลูกปรายทั่วกะโหลก
ความคืบหน้าเหตุพบซากช้างที่บริเวณอ่างเก็บน้ำกะหร่าง 3 ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยเบื้องต้นนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และนายขจรศักดิ์ สมบูรณ์ นายอำเภอแก่งกระจาน ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน และ ร.ท.วรภาส เบ็ญจชาติ หัวหน้าชุดประสานงานอนุรักษ์ช้างป่า บ้านป่าเด็ง เข้าตรวจสอบแล้วสันนิษฐานว่า ช้างตายมาแล้ว 15-20 วัน เป็นช้างเพศผู้ เป็นช้างงา เพราะถูกเปิดหน้าผาก แล้วตัดกะโหลกออก ซึ่งเป็นวิธีของพรานล่าช้างทำเพื่อเลาะโคนงา
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 เมษายน นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุขแสวง รองผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.วรเดช สวนคล้าย ผกก.สภ.แก่งกระจาน พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.สส. บช.ภ.7 พล.ต.ต.วิศิษฐ์ โสมินทุ ผบก.ศฝร. บช.ภ.7 เจ้าหน้าที่ของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกันเดินทางเข้าไปตรวจสอบและพิสูจน์พื้นที่ที่พบซากช้างป่าตายอยู่ในอ่างเก็บน้ำกะหร่าง 3 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการผ่าซากท้องช้างถึงกับตกใจ เนื่องจากพบซากลูกช้างอยู่ภายในท้องช้างตัวที่ตาย จากการตรวจสอบลูกช้างที่ผ่าพิสูจน์ พบว่า ลูกช้างมีฟันงอกแล้ว และมีเส้นขนขึ้นตามตัว แสดงว่าช้างตัวที่ตายเป็นช้างท้องแก่ เมื่อตรวจร่องรอยของแม่ช้าง พบหัวกระสุนขนาด .22LR ที่ลำตัว 1 หัว ภายในกะโหลก 1 หัว กระสุนลูกซองเบอร์ 9 จำนวน 7 หัว และกระสุนลูกปราย 1 หัว โดยส่วนหัวกะโหลกช้างเจ้าหน้าที่ได้นำเอาไปเข้าเครื่องสแกนที่โรงพยาบาลสัตว์หัวหิน เพื่อหาหัวกระสุนปืนว่ามีอีกหรือไม่
นายธีรภัทธกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ลงมาตรวจสอบทั้งหมด 3 ประการ คือ 1.การตรวจสอบร่วมกับพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับสาเหตุที่ช้างตาย 2.กำชับให้เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และอุทยานใกล้เคียง วางมาตรการเข้มข้นในการลาดตระเวนในพื้นที่ที่มีช้างหากินอย่างเข้มแข็งเพื่อป้องกันเหตุ และ 3.ตรวจดูพื้นที่ที่ช้างเข้าไปหากินในพื้นที่ทำกินของชุมชนต่างๆ เพื่อจะหาแนวทางป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันระหว่างช้างกับคน
"ในส่วนของซากช้างที่ทำการผ่าพิสูจน์แล้ว เจ้าหน้าที่จะฝังกลบและเผาเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ เนื่องจากสภาพพื้นที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ" นายธีรภัทธกล่าว
ด้าน นายมโนพัศ ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีช้างป่าตัวเมียตั้งท้องถูกฆ่าตายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในพื้นที่บ้านป่าเด็ง ขณะนี้ได้มอบหมายให้นายสมพงษ์ จีราระรื่นศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ เป็นประธานสอบข้อเท็จจริงนายชัยวัฒน์ ในฐานะหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในหลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีช้างป่าตายหลายตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งกับชุมชนในพื้นที่หรือไม่ เพราะเป็นสาเหตุของการลักลอบฆ่าช้าง ส่วนจะมีการโยกย้ายหรือไม่ ขึ้นกับผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เพราะประเด็นหลักต้องขึ้นกับการอยู่รอดของสัตว์ป่า
ขณะที่นายชัยวัฒน์ ยืนยันว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน ทำเต็มกำลัง และความสามารถ ในพื้นที่ที่มีช้างป่าถูกฆ่าตายคือ พื้นที่เขต 5 ป่าละอู-ป่าเด็ง มีพื้นที่กว่า 5 ไร่ เป็นทั้งพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว คือ มีน้ำตกป่าละอู พื้นที่ที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่า การทำไม้ การลักลอบจุดไฟเผาป่าเพื่อเปิดพื้นที่ ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานมี 2 ชุด ชุดละ 8 คน รวมเป็น 16 คน ส่วนพื้นที่ทางด้านฝั่งตะวันออก มีชุมชนที่ไปตั้งอาศัยอยู่แล้วเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างคนกับช้าง มีกลุ่มล่าช้างเกิดขึ้น เป็นเรื่องจริง เพราะมีการจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว ที่ยังดำเนินคดีในศาลในส่วนของผู้จ้างวานก็มีอยู่
"เรื่องการตั้งกรรมการสอบสวนผม ผมไม่หนักใจ เพราะนี่คือข้อเท็จจริงของการทำงาน" นายชัยวัฒน์กล่าว



