ข่าว

ถล่ม'นัจมุดดีน'สายเหยี่ยวBRNล้มโต๊ะเจรจา!

ถล่ม'นัจมุดดีน'สายเหยี่ยวBRNล้มโต๊ะเจรจา!

10 เม.ย. 2556

ถล่ม'นัจมุดดีน'สะเทือน'ทักษิณ' สายเหยี่ยวบีอาร์เอ็นล้มโต๊ะเจรจา!! : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน


              สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการพูดคุยสันติภาพรอบ 2 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม โดยเฉพาะเหตุลอบวางระเบิด นายอิศรา ทองธวัช รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และนายเชาวลิต ไกรฤกษ์ ป้องกันจังหวัดยะลา จนเสียชีวิตทั้ง 2 ท่าน รวมทั้งเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่บ้าน นายนัจมุดดีน อูมา อดีตผู้สมัครส.ส.นราธิวาส พรรคเพื่อไทย 2 คืนซ้อน

              ยิ่งกว่านั้นนายนัจมุดดีนยังดำรงตำแหน่ง "ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี" ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ "แกนนำกลุ่มวาดะห์" ที่มีบทบาทอย่างสูงในการพูดคุยเพื่อสันติภาพเที่ยวล่าสุด โดยเฉพาะบทบาทการประสานกับแกนนำระดับสูงในประเทศมาเลเซีย และการเดินสายนอกรอบพบปะกับแกนนำกลุ่มกองกำลังในพื้นที่เพื่อหาทางยุติเหตุรุนแรงรายวัน

              แหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มองว่า สาเหตุของการก่อเหตุรุนแรงที่รุนแรง และบ่อยครั้งมากขึ้นหลังการพูดคุยเพื่อสันติภาพครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม เกิดจากกลุ่มกองกำลังในพื้นที่ต้องการแสดงศักยภาพทางกองกำลังของกลุ่มตัวเอง และแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการเจรจาสันติภาพ

              โดยเฉพาะการเจรจาสันติภาพที่มีนายนัจมุดดีนเป็นแกนนำคนสำคัญของกลุ่มวาดะห์ และมีการประกาศชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่เบื้องหลังในการเดินเกมพบปะกับผู้นำระดับสูงของประเทศมาเลเซียจนเกิดภาพประวัติศาสตร์ในการเจรจาอย่างเป็นทางการกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งเป็นเรื่องที่กองกำลังในพื้นที่ไม่เห็นด้วย

              แหล่งข่าวความมั่นคงคนเดิมเผยว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ใส่บ้านของนายนัจมุดดีน ทางนายนัจมุดดีนได้เดินสายตระเวนเจรจาลับกับแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ โดยพุ่งเป้าเจรจาลับไปที่ระดับ "แกนนำทางการทหาร" ของกลุ่มก่อความไม่สงบ แต่ได้เจาะลึกเข้าไปถึงใจกลางของแกนนำมากจนเกินไปจึงทำให้ฝ่ายกองกำลังไม่พอใจ และปฏิบัติการตอบโต้อย่างรุนแรง

              นอกจากนี้ เขายังให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่ช่วงนี้เหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นที่ จ.ยะลา อย่างรุนแรง และบ่อยครั้งมากขึ้น เช่น เหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ของรองผู้ว่าฯ ยะลา มาจากการประเมินการก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบต่ำไป

              "หน่วยงานความมั่นคงให้ความสำคัญกับ จ.นราธิวาส และปัตตานี มากกว่า จ.ยะลา จึงไม่ได้ทันระวัง เพราะคิดว่า จ.ยะลา การรักษาความปลอดภัยมีความเข้มข้นมากพอแล้ว ดังนั้น การก่อเหตุในพื้นที่ จ.ยะลา จึงเป็นการโชว์ศักยภาพกองกำลังทหารของกลุ่มบีอาร์เอ็นว่ายังมีกำลังที่สามารถปฏิบัติการได้อย่างเต็มที่"

              เขายังประเมินด้วยว่า การที่แกนนำปีกการเมืองคนสำคัญของบีอาร์เอ็นไปเจรจาลับกับฝ่ายทางการไทยทำให้แกนนำสายกองกำลังของบีอาร์เอ็นไม่พอใจ และมองว่าจะทำให้มวลชนในพื้นที่อ่อนแอลง ขณะที่กองกำลังทหารก็อ่อนแอลง และถูกจำกัดบทบาทลงไปมากจึงทำให้แกนนำสายเหยี่ยวสั่งการให้ปฏิบัติการรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะใน จ.ยะลา ที่เจ้าหน้าที่คลายความเข้มงวดลงไป

              ทั้งนี้ เขาเชื่อว่า การพูดคุยครั้งที่สามในวันที่ 29 เมษายน ฝ่ายทางการไทยคงจะต้องทำงานหนักมากขึ้น เพราะฝ่ายกองกำลังของบีอาร์เอ็นมองว่า การเจรจาจะทำให้เขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
โดยเฉพาะการที่ นายมัจสุหรี ฮารี แกนนำฝ่ายการเมืองกลุ่มบีอาร์เอ็นคนสำคัญที่เข้าร่วมการเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลที่สามารถชี้วัดการก่อเหตุในพื้นที่ได้

              "กลุ่มกองกำลังในพื้นที่ต้องการจะล้มโต๊ะเจรจา จึงพยายามก่อเหตุมากขึ้นเพื่อไม่ให้มีการพูดคุยรอบที่สามในวันที่ 29 เมษายนนี้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเปิดโต๊ะเจรจาหรือไม่กลุ่มก่อเหตุก็ปฏิบัติการอยู่ดี ดังนั้น การพูดคุยจะต้องเดินหน้าต่อไป" แหล่งข่าวความมั่นคงคนเดิม กล่าวย้ำ

              เขาวิเคราะห์ด้วยว่า สาเหตุที่มีการก่อเหตุบ่อยครั้งมากขึ้นในช่วงนี้เกิดจากการสังหารและจับกุมแกนนำคนสำคัญอย่างต่อเนื่อง เช่น นายมะรอโซ จันทรวดี ที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตที่ จ.นราธิวาส หรือการเข้าจับกุม นายอับดุลเลาะห์ ปูลา แกนนำระดับสูงในพื้นที่ จ.ยะลา เป็นต้น

              "ดังนั้น แกนนำระดับสูงจึงสั่งการให้แกนนำในพื้นที่ลงพื้นที่ควบคุมบังคับบัญชากองกำลังอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และมีการเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ในพื้นที่หลายคน เนื่องจากแกนนำบางส่วนหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว เพราะเกรงว่าจะถูกล็อกตัวจากเจ้าหน้าที่อีก ซึ่งเป้าหมายสำคัญของกลุ่มบีอาร์เอ็น คือ ตอนนี้ให้เคลื่อนไหวใน จ.ยะลา มากขึ้น”

              แหล่งข่าวคนเดิมเผยว่า ขณะนี้แกนนำหลายคนถูกส่งเข้ามาควบคุมพื้นที่ จ.นราธิวาส และปัตตานี ทดแทนแกนนำคนเดิม ขณะที่ จ.ยะลา มีแกนนำหลายคนเข้ามาควบคุมปฏิบัติการโดยตรง จึงทำให้ จ.ยะลา เกิดความรุนแรงมากขึ้น โดยส่งตัวตายตัวแทนเข้ามาเติมอยู่เป็นระยะ ซึ่งขณะนี้ในหลายพื้นที่เป็น "แกนนำใหม่" ที่ถูกส่งเข้ามา และมีการสลับตัวแกนนำเพื่อสร้างความสับสนด้วย

              เขาสรุปว่า ก่อนการพูดคุยรอบที่สามในวันที่ 29 เมษายนนี้ ฝ่ายความมั่นคงจะต้องทำงานหนักมากเป็น 2-3 เท่า เพราะกลุ่มหัวรุนแรงพยายามที่จะหาช่องว่าง และจังหวะเวลาที่เหมาะสมลงมือปฏิบัติการความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเพื่อหาทางล้มโต๊ะเจรจาระหว่างทางการไทยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นในมาเลเซีย

              ทั้งนี้ ในห้วงเวลาที่ผ่านมาเป็นบทพิสูจน์แล้วว่า การเจรจารอบสองเมื่อวันที่ 28 มีนาคม นำโดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งมีการยื่นข้อเสนอให้กลุ่มบีอาร์เอ็นหยุดปฏิบัติการรุนแรงในพื้นที่ยังไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะยังมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

              ขณะที่ข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็นก็เป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของฝ่ายทางการไทย โดยเฉพาะข้อเสนอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา หรือนักโทษในคดีความมั่นคงที่มีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ความมั่นคง และตามหมายจับป.วิอาญา ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องคิดให้รอบคอบ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับข้อกฎหมาย และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

              หนทางสู่สันติภาพจึงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับเต็มไปด้วยขวากหนาม และ "กับระเบิด" ที่พร้อมจะทำลายล้างโต๊ะเจรจาสันติภาพได้ทุกวินาที

..........................

(หมายเหตุ : ถล่ม'นัจมุดดีน'สะเทือน'ทักษิณ' สายเหยี่ยวบีอาร์เอ็นล้มโต๊ะเจรจา!! : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)