
ศึกสองโสม
ศึกสองโสม : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ โดยประภัสสร เสวิกุล
สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีสร้างความหวั่นไหวแก่ชาวโลกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความน่าจะเป็นในการใช้อาวุธปรมาณูหากเกิดสงครามครั้งใหม่ในเกาหลีขึ้นมาจริงๆ
สงครามเกาหลีในอดีตถูกจัดอยู่ในประเภทของสงครามตัวแทน ซึ่งเป็นการต่อสู้และแข่งขันทางอำนาจกันระหว่างค่ายตะวันตก ซึ่งมีสหรัฐเป็นผู้นำกับค่ายตะวันออก ซึ่งมีโซเวียตเป็นผู้นำ หรือที่เรียกกันในสมัยนั้นว่าโลกเสรี กับโลกคอมมิวนิสต์ ที่ขับเคี่ยวกันในยุคสงครามเย็น แต่ก็หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันโดยตรง และทำสงครามผ่านตัวแทนคือรัฐบาลหุ่นและพันธมิตรหรือบริวาร สงครามตัวแทนที่สำคัญมีด้วยกัน 4 ครั้ง ครั้งแรกคือสงครามเกาหลี (ค.ศ.1950-1953) ครั้งที่สองคือสงครามเวียดนาม (1955-1975) ครั้งที่สามคือวิกฤติการณ์คิวบา ใน ค.ศ.1962 ซึ่งแม้จะไม่ถึงขั้นใช้กำลัง แต่ก็เป็นการที่ชิงไหวชิงพริบกันระหว่างสหรัฐกับโซเวียต ที่ล่อแหลมว่าจะเป็นชนวนนำไปสู่สงครามปรมาณูได้ และสุดท้ายคือสงครามในอัฟกานิสถาน ที่ทำให้สหภาพโซเวียตต้องตกหล่มอยู่เกือบ 10 ปี จาก ค.ศ.1979-1989 จนสหภาพล่มสลาย และสหรัฐก็เป็นเข้าไปยักตื้นติดกึก-ยักลึกติดกัก แทน ตั้งแต่ ค.ศ.2001 ถึงทุกวันนี้
ในศตวรรษที่ 18 เกาหลีถูกยึดครองโดยญี่ปุ่น และโค่นล้มราชวงศ์โซซอน ญี่ปุ่นกอบโกยทรัพยากรและผลผลิตจากเกาหลี รวมทั้งกระทำทารุณกรรมต่างๆ และเกณฑ์เข้าเป็นทหารในกองทัพญี่ปุ่น จนคนเกาหลีประสบความแร้นแค้นและทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส เมื่อญี่ปุ่นเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะในสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้พยายามจะกลืนชาติเกาหลี ด้วยการล้มล้างวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาหลี และเผยแพร่วัฒนธรรมของตน พร้อมกันนั้นก็ส่งทหารเกาหลีจำนวนมากเข้าไปรบในจีน
เมื่อญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งนั้น สัมพันธมิตรได้ส่งทหารเข้าไปปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในเกาหลีโดยสหภาพโซเวียตและจีนเข้าควบคุมภาคเหนือ ส่วนสหรัฐกับอังกฤษควบคุมภาคใต้ มหาอำนาจทั้งสี่แบ่งเขตกันที่เส้นขนานที่ 38 และประกาศให้เกาหลีเป็นเอกราชจากญี่ปุ่น แต่ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจเกิดขึ้นเมื่อตกลงกันไม่ได้ว่าจะจัดให้มีการปกครองเกาหลีทั้งสองภาคในแบบประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์ ทำให้เกาหลีถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศ ภาคเหนือปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ส่วนภาคใต้เป็นประชาธิปไตย และผลักดันให้เกิดสงครามระหว่างเกาหลีสองฝ่าย โดยในวันที่ 25 มิถุนายน 1950 กองทัพเกาหลีเหนือด้วยความสนับสนุนของโซเวียตและจีนได้บุกเข้ามาในเกาหลีใต้แบบสายฟ้าแลบ โดยอ้างว่าเพื่อทำการรวมประเทศ แต่สหรัฐและพันธมิตรได้ต้านยันและตีโต้เกาหลีเหนือให้ถอยกลับไป การสู้รบดำเนินไปถึงวันที่ 27 กันยายน 1953 จึงมีการเจรจาหยุดยิง แต่เกาหลีทั้งสองฝ่ายก็ยังถือว่าสงครามยังมิได้ยุติลง และเกาหลีก็ยังคงมีนโยบายในการรวมประเทศเกาหลีอยู่
สงครามเกาหลีแม้จะเป็นเวลาเพียง 3 ปีเศษ แต่ก็ทำให้ทหารเกาหลีเหนือเสียชีวิต 215,000 นาย ทหารจีนเสียชีวิต 148,000 นาย ทหารเกาหลีใต้เสียชีวิต 137,899 นาย ทหารอเมริกันเสียชีวิต 36,516 นาย ทหารพันธมิตรเสียชีวิต 20,000 นาย และพลเรือนเกาหลีทั้งสองฝ่ายเสียชีวิตรวมแล้วประมาณ 2.5 ล้านคน
แม้ว่าสถานการณ์ขณะนี้ค่อนข้างจะมีความเสี่ยงสูง แต่ผู้เชี่ยวชาญของเกาหลีใต้หลายคนวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่น่าจะก้าวไปถึงขั้นสงครามเต็มรูปแบบ หรือมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ หากเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ด้านจิตวิทยาทางทหารแก่กองทัพและประชาชนเกาหลีเหนือ ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงของ คิม จอง อึน ในตำแหน่งของผู้นำเกาหลีเหนือ เพราะหากไม่ได้รับความสนับสนุนจากกองทัพย่อมยากที่นายคิมจะสามารถครองอำนาจอยู่ได้ นอกจากนี้ เกาหลีเหนือเองก็ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของตนเป็นการจำกัดพื้นที่ของสงคราม หรือการทำสงครามในระดับเล็ก ตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม แทบจะไม่มีใครที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่ารู้จักตัวตนที่แท้จริง หรือคาดเดาความคิดของคิม จอง อึน ได้หรอกครับ



