
กก.สมานฉันท์รับยุทธศาสตร์อนุฯปฏิรูป
กก.สมานฉันท์รับยุทธศาสตร์อนุฯปฏิรูป ทั้งปฏิรูปโครงสร้างสังคมการเมืองเศรษฐกิจ ก) องค์กรตามรธน. กกต.-ป.ป.ช.สิ้นสภาพทันที เปิดกว้างเข้ารับการสรรหา ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ ให้ศาลตัดสินใบแดงเหลือง ข)พรรคการเมือง เสนอเลิกยุบพรรค เพิ่มค่าตอบแทน บำเหน็จส.ส. ส.ว. ไม่
มีการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ประธานคณะกรรมการ เป็นประธานการประชุม พิจารณาผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเมือง 4 ข้อ
นายประเสริฐ ชิตพงษ์ ส.ว.สงขลา ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า การปฏิรูปประเด็นแรก คือ โครงสร้างทางสังคมการเมืองและเศรษฐกิจตามรัฐธรรมนูญ แบ่งเป็น ก) องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ ประเด็นการได้มา โดยคณะอนุกรรมการฯ เสนอให้เพิ่มตัวแทนภาคประชาชนอย่างน้อย 2 คน เข้ามาเป็นคณะกรรมการสรรหา และต้องมีกลไกตรวจสอบกรรมการสรรหาได้
นอกจากนี้กกต.ป.ป.ช. คตง. ควรยุติบทบทบาททันที เพราะเป็นการแต่งตั้งของคมช. ไม่ได้มีการโปรดเกล้าฯ ส่วนเรื่องคุณสมบัติของผู้เข้ารับการสรรหา เสนอให้ กำหนดคุณสมบัติผู้เข้ารับการสรรหาเปิดกว้างขวางขึ้น เพื่อเปิดให้เอกชนหรือ บุคคลทั่วไปที่มีผลงานซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ ไม่ใช่แค่ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ อธิบดีเท่านั้น นอกจากนี้ ให้องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาควิชาชีพ เช่น ที่ประชุมอธิการบดี เสนอชื่อได้ นอกจากนี้ วุฒิสภาหากไม่เห็นชอบ ให้สรรหาใหม่เลย แทนที่จะให้คณะกรรมการสรรหายืนยัน
นายประเสริฐ กล่าวว่า กรณีอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ เช่น ระเบียบหาเสียงของกกต.ที่ห้ามผู้สมัครไปงานต่าง ๆ แล้วให้เงินช่วยเหลือตามประเพณี ทำยากในทางปฏิบัติ เพราะรู้กันทั่วไปว่า มีการแอบใส่ซอง จึงเสนอว่า ให้แก้ไขระเบียบให้คำนึงตามประเพณีของสังคมด้วย ส่วนอำนาจการตัดสินใบแดงใบเหลือง ควรต้องตรวจสอบได้ เพราะการวินิจฉัยของกกต. ใช้ลักษณะดุลพินิจ ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจจากประชาชน และยังมีปัญหา สวมสิทธิ์ หีบบัตรหาย นอกจากนี้ การตรวจพบการทุจริตเลือกตั้ง ให้ยื่นให้ศาลเลือกตั้งวินิจฉัย และให้บุคคลนั้นทำหน้าที่ได้ตามปกติจนกว่าศาลจะตัดสิน นอกจากนี้ ต้องเพิ่มให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดเลือกตั้งและตรวจสอบกกต.ได้
นายประเสริฐ กล่าวว่า ข) พรรคการเมืองและนักการเมือง หลักการคือนักการเมืองและพรรคต้องเข้มแข็งแต่ปัญหาที่พบคือ การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อพรรค ยังไม่ชัดเจน ดังนั้นต้องทำให้ชัดเจน เช่น บริจาคโดยหักจากภาษี การลดหย่อนภาษีให้ผู้บริจาคให้พรรค เพื่อให้รู้สึกเป็นเจ้าของ ส่วนการยุบพรรคและตัดสิทธิ์หัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค อนุ กรรมการฯ เห็นว่า การยุบพรรคทำให้เกิดความอ่อนแอในการพัฒนาไปเป็นสถาบันการเมือง จึงเสนอว่า ไม่ควรยุบพรรค
ส่วนจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ให้คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องศึกษาว่า อย่างไรก็ดี คณะอนุกรรมฯเห็นว่า ยังควรคงโทษผู้ทำผิดอยู่ มองได้ 2 ทาง คือ ลงโทษเฉพาะผู้ที่กระทำผิดและผู้สนับสนุน กับลงโทษทั้งหมดตามที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนด นอกจากนี้ยังมีเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมืองโดยซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อสังคม เพราะที่ผ่านมามีปัญหาการเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์ ส่วนเรื่องการต้องสังกัดพรรค มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ต้องไปศึกษาเพิ่มเติม สำหรับเรื่องกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ควรเอาเงินส่วนนี้สนับสนุนให้ผู้สมัครหรือพรรคที่ไม่มีเงินแต่มีความเหมาะสม ลงสมัครได้ นอกจากนี้ แรงจูงใจในการให้คนดีเข้ามาสู่การเมือง เสนอให้ ปรับปรุงค่าตอบแทน สวัสดิการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล บำเหน็จบำนาญ ให้ดำรงชีพอยู่ได้ เหมาะสมตามสถานภาพ โดยไม่ต้องไปประกอบอาชีพ หรือแสวงหาผลประโยชน์ทางอื่น รวมถึงผู้ที่พ้นวาระส.ส. ส.ว. โดยไม่มีมลทิน
จากนั้นเป็นการอภิปราย โดยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กรรมการสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อกำหนดในการหาเสียงปัจจุบันมาถูกทางแล้ว ถ้าจะแจกซองตามงาน ก็ต้องรายงานค่าใช้จ่าย โดยมีเพดานการใช้จ่าย เพื่อไม่ให้มีการทุ่มเงินในการเอาชนะ และวันนี้ประชาชนเริ่มยอมรับมาตรการนี้แล้ว ไม่ควรย้อนกลับ ส่วนการพัฒนาพรรคการเมืองและนักการเมือง ต้องทำให้มีประชาธิปไตยภายในพรรค ไม่ใช่ อยู่ ๆ ดี เห็นคนมีชื่อเสียงก็เอามาเป็นรองหัวหน้าพรรคเลย ทั้งนี้ตนเสนอให้เพิ่ม ค) ระบบในการบริหารราชการแผ่นดิน และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น มีประเด็นย่อยเรื่อง ธรรมาภิบาล ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจของราชการ และระบบตรวจสอบเลือกตั้งท้องถิ่น
นายคณิน บุญสุวรรณ กรรมการสัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ศาลเข้ามาในด้านการเมืองมากไป เพราะนอกจากจะมีอำนาจตามหน้าที่ของตนเองแล้ว ยังมาเป็นเสียงส่วนใหญ่ในคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ทั้ง กกต. ป.ป.ช. คตง. ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถือว่าเป็นบิ๊กโฟร์ และศาลยังมีอำนาจเสนอกฎหมาย กลายเป็นศาลมีอำนาจทั้งบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ จึงเสนอว่า เพิ่ม ง) ปัญหาโครงสร้างทางอำนาจและการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กรรมการสัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรรมการองค์กรอิสระ ต้องเชื่อมโยงกับประชาชน เพราะกรรมการองค์กรอิสระหลายองค์กรในปัจจุบัน มาจากคมช. และคมช.ไม่ได้มาจากประชาชน และผู้เข้ารับการสรรหาต้องเปิดอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ ตนสนับสนุนการปฏิรูปเรื่องการกระจายอำนาจ เช่น เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ในจังหวัดที่มีความพร้อม และการปฏิรูปต้องมีมิติทางเศรษฐกิจด้วย เพราะที่ผ่านมีความเหลื่อมล้ำ จึงเสนอเพิ่ม จ) ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา กรรมการ กล่าวว่า สนับสนุนให้มีการศึกษาเรื่องมิติเศรษฐกิจด้วย โดยยึดหลักเศรษฐกิจเสรีและเป็นธรรม เช่น การกระจายรายได้ที่เป็นธรรม คุณภาพการศึกษา การปฏิรูประบบภาษี และการถือครองที่ดิน นอกจากนี้ เสนอให้เพิ่ม ฉ) การมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมือง มีประเด็นย่อยเช่น การตรวจสอบนักการเมือง โดยอาจมีองค์กรตรวจสอบภาคพลเมือง การพัฒนากลไกการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ไปจนถึงสิทธิการถอนคืนผู้แทน ( recall ) มิเช่นนั้น คณะกรรมการจะถูกมองว่า ทำเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้มีมติรับในยุทธศาสตร์ข้อแรกคือ โครงสร้างทางการเมืองและการปกครองของประเทศ แบ่งเป็น 6 ข้อย่อย ซึ่งรายละเอียดในแต่ละข้อย่อยเป็นไปตามที่มีการเสนอในช่วงเช้าคือ ก) องค์กรตามรัฐธรรมนูญ อาทิ ให้เพิ่มตัวแทนภาคประชาชน 2 คน เป็นกรรมการสรรหา การให้มีศาลเลือกตั้งในการตัดสินใบแดงใบเหลือง ทั้งก่อนและหลังวันเลือกตั้ง การเปิดกว้างคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการองค์กรอิสระ ที่ให้ภาคเอกชน และบุคคลทั่วไปที่มีผลงานและได้รับการยอมรับว่าซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์เข้ารับการสรรหา การโละกกต. ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน
ข) พรรคการเมืองและนักการเมือง อาทิ ศึกษาข้อดีข้อเสียเรื่องการสังกัดพรรค จริยธรรมพรรคการเมืองและนักการเมือง ประชาธิปไตยในพรรคการเมือง ยกเลิกโทษการยุบพรรค ส่วนโทษการตัดสิทธิ์ให้เอาผิดเฉพาะบุคคล ปรับปรุงค่าตอบแทน สวัสดิการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล และมีบำเหน็จบำนาญส.ส.ส.ว. ค) ระบบในการบริหารราชการแผ่นดิน และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ง) ปัญหาโครงสร้างทางอำนาจและการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ จ) ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ฉ) การมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมือง และปิดประชุมเวลา 16.30 น. และนัดประชุมครั้งต่อไปวันที่ 4 มิ.ย. เวลา 09.30 น.



