
ลาออกก่อนเกษียณ
ตามที่ กองทัพบก มีนโยบายให้ข้าราชการลาออกก่อนเกษียณอายุราชการปี 2552 (ปีงบประมาณ 53) กระผมข้าราชการชั้นผู้น้อยได้รอคอยมานาน ซึ่งจะได้รับสิทธิต่างๆ เช่น ได้รับเงิน 8-15 เท่าของเงิน และได้รับชั้นยศเพิ่ม 1 ชั้น
แต่ในการปฏิบัติมีขั้นตอนที่ขัดต่อนโยบายการลดกำลังพลของทหารบก เกี่ยวกับการชำระหนี้สิน อทบ.(พิเศษ) ของ สวัสดิการทหารบก ดังนี้
1.กระผมยังคงค้างชำระหนี้ กับสวัสดิการทหารบก ในการซื้อบ้านอีกประมาณ 5 แสนบาท
2.สวัสดิการทหารบกให้นำเงินจำนวนนี้ มาปิดบัญชีจึงจะลาออกได้
จากปัญหาในข้อ 2 มีข้าราชการชั้นผู้น้อยหลายคนที่มีปัญหาเช่นนี้ คือ ไม่สามารถหาเงินจำนวนหลายแสนบาทมาปิดบัญชีได้ จึงไม่สามารถลาออกตามโครงการเกษียณก่อนอายุราชการได้ ทั้งๆ ที่ยินยอมให้ไปหักกับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ แต่การที่ สก.ทบ.จะให้หาเงินไปปิดบัญชีนั้น ข้าราชการชั้นผู้น้อยคงหาไม่ได้ ลำพังเงินเดือนก็เหลือน้อย
ธนาคารต่างๆ ที่ไปติดต่อก็ไม่รับรีไฟแนนซ์บ้านของ สก.ทบ. จะขายให้ผู้อื่นก็ไม่มีใครซื้อ เพราะไม่ได้มาตรฐาน การก่อสร้างก็ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีราคาถูก ไม่เหมือนหมู่บ้านจัดสรรทั่วๆ ไป ที่ใช้วัสดุที่ดีมีคุณภาพสูง
ไม่เหมือนข้าราชการที่เกษียณอายุ 60 ปี ออกจากราชการแล้ว สก.ทบ.ยังสามารถส่งหักเงินได้ แต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ประสงค์ลาออกตามโครงการเกษียณอายุก่อนราชการ ก็เปรียบเสมือนออกจากราชการคล้ายผู้เกษียณอายุ 60 ปี เช่นกัน แต่ทำไมถึงส่งหักไม่ได้ กลายเป็นว่า สก.ทบ.ใช้ 2 มาตรฐาน
ขอความกรุณาผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยหาแนวทางช่วยเหลือข้าราชการชั้นผู้น้อยด้วย เพื่อที่จะได้ดำเนินชีวิตในอาชีพใหม่ เงินที่ได้จากการลาออกจะได้นำไปปลดเปลื้องหนี้สิน และนำไปประกอบอาชีพอื่น ช่วยเหลือครอบครัวต่อไป ซึ่งการที่กองทัพบกตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ เท่ากับเป็นการกีดกั้น และไม่ต้องการให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยลาออกตามโครงการ ข้าราชการทหารบกชั้นประทวน หมายเหตุ ขอให้ส่งหักกับเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญต่อไป
จ่าผู้เฒ่า
ตอบ
พ.อ.สรรค์พร พงศ์บุตร รองผู้อำนวยการกอง กองการออมทรัพย์ กรมสวัสดิการทหารบก (อทบ.) ชี้แจงว่า ในระเบียบของโครงการนี้จะมีอยู่ข้อหนึ่ง ระบุว่า ผู้ที่เกษียณอายุแล้ว แต่ยังมีหนี้สินค้างอยู่ให้มาทำรับสภาพหนี้ และก็ผ่อนต่อ ส่วนผู้ที่ลาออกให้ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนถึงจะลาออกได้
กรณีของการเกษียณอายุก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ในปีนี้ทางกรมกิจการพลเรือนก็ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารกิจการออมทรัพย์กองทัพบก เพื่อหาแนวทางให้เกิดความเดือดร้อนน้อยที่สุด จึงได้นำเข้าสู่การประชุมวาระพิเศษในวันศุกร์นี้ (5 มิ.ย.) ซึ่งแนวทางที่น่าจะเป็นไปได้ คือ การให้กำลังพลที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ แต่มีหนี้สินค้างชำระกับทาง อทบ. ได้ทำรับสภาพหนี้ และส่งหลักฐานให้กรมบัญชีกลางดำเนินการหักหนี้สินจากเงินบำนาญ หลังจากออกจากราชการตามโครงการนี้แล้ว
รองผู้อำนวยการกอง กองการออมทรัพย์ กรมสวัสดิการทหารบก บอกว่า ได้รับทราบปัญหานี้แล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเห็นความเดือดร้อนของกำลังพลชั้นผู้น้อยเป็นสำคัญ
ลุงแจ่ม



