ข่าว

เตือนกันไว้ก่อนเป็นดีที่สุด

เตือนกันไว้ก่อนเป็นดีที่สุด

11 เม.ย. 2556

สวัสดีเศรษฐกิจ : เตือนกันไว้ก่อนเป็นดีที่สุด : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 

                         บทความวันนี้ ผมอยากนำเสนอในอีกมุมมองหนึ่งเกี่ยวกับความกังวลของหลายภาคส่วนในเรื่องของเศรษฐกิจไทยที่กำลังคิดว่าจะมี "ฟองสบู่" เกิดขึ้นหรือไม่ มีสัญญาณอะไร และเกิดกับภาคอสังหาริมทรัพย์จริงหรือ ประกอบกับเรื่องของหนี้ครัวเรือนที่พบว่ามีปัญหาที่ก่อตัวในลักษณะ "ชำระหนี้ไม่ได้ กลายเป็นหนี้เสีย หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้" ท้ายที่สุดปัจจัยพวกนี้จะทำให้เกิดวิกฤติในระบบสถาบันการเงินและเป็นผลเสียที่ร้ายแรงต่อเศรษฐกิจไทยในที่สุดผมขอเริ่มดังนี้

                         1. จากข้อมูล ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ระบุว่า สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ของภาคครัวเรือนในปี 2555 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 40-50% ของรายได้รวม เมื่อเทียบกับในอดีตอยู่ที่ 30% โดยครัวเรือนที่มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 2.5 หมื่นบาท มียอดหนี้คงค้างเกิน 1 เดือนสูงขึ้น ซึ่งหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภครองลงมาเป็นหนี้เพื่อการซื้อบ้าน/ที่ดินและหนี้เพื่อประกอบธุรกิจตามลำดับ

                         2. ราคาอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ก็มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีตัวเลขเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเป็นจำนวนมาก มีการเก็งกำไร หรือการที่ผู้ลงทุนซื้อขายหุ้นโดยไม่ดูปัจจัยพื้นฐาน แม้ตลาดหลักทรัพย์ก็ออกมาเตือนเป็นระยะเพื่อลดความร้อนแรงแล้วก็ตาม นับเป็นการส่งสัญญาณว่าอาจมีฟองสบู่ที่เกิดขึ้นแล้วในระดับหนึ่ง

                         3. การออกมาให้ข่าวของ ธปท. เรื่องนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ พร้อมกับส่งสัญญาณให้ภาคส่วนต่างๆ ได้ตระหนักถึงฟองสบู่ที่อาจเกิดในภาคการเงินและภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยที่ ธปท.ได้ติดตามและเร่งหามาตรการรับมือ

                         4. การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุดยังคงมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75% โดยให้เหตุผลว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมและเป็นระดับที่ผ่อนปรนเอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและไม่ต้องการให้ผู้ออมหันไปหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนในปัจจัยที่มาจากต่างประเทศทั้งยุโรป และคาบสมุทรเกาหลี

                         5. ด้านผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ดูจะไม่กังวลมากนัก แต่ก็ไม่ได้ประมาท เหตุเพราะเชื่อมั่นว่าความต้องการในที่อยู่อาศัยแนวสูง เช่น คอนโดมิเนียมนั้น "มีอยู่จริง" ด้วยเหตุผลที่ว่าลักษณะของการใช้ชีวิต การพักอาศัยของคนรุ่นใหม่ และรุ่นเก่าที่ทำงานในเมืองนั้นเปลี่ยนไป ผังเมืองจะเปลี่ยนไปในแง่มีการคมนาคมแบบใหม่มารองรับในอนาคต เช่น รถไฟใต้ดิน หรือรถไฟฟ้ามารองรับในการเดินทาง

                         6. บริการทางการเงิน ออกมารองรับการที่ผู้คนที่ต้องการจะกู้และออกมาแบบ "แข่งกันแย่งลูกค้าสุดๆ ไปเลย" เช่น ดอกเบี้ย 0% ในช่วงระยะเวลาหนึ่งจนทางการต้องบอกว่าเบาๆ กันหน่อย ด้วยเกรงว่าคนที่จะขอกู้จะหลงไปกับข้อเสนอ

                         7. ถ้ายังเอาไม่อยู่กับการที่ทั้งบอก ส่งสัญญาณ ดำเนินนโยบายแล้ว ยาที่ให้คงจะแรงขึ้นเรื่อยๆ สำคัญว่า สถาบันการเงินต้องใจแข็ง ไม่ลดมาตรฐานการวิเคราะห์สินเชื่อ ไม่ลดเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงตนเองลงมา

                         เท่าที่สำรวจตรวจสอบมาก็เป็นดังนี้ครับในส่วนของผมที่อยากนำเสนอ

 

 

--------------------

(สวัสดีเศรษฐกิจ : เตือนกันไว้ก่อนเป็นดีที่สุด : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)