
อุตุฯชี้'อีสาน-ตอ.'เสี่ยงพายุฤดูร้อน
อุตุฯประกาศเตือน 'อีสานตอนล่าง-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ' เสี่ยงพายุฤดูร้อน มีฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงบางแห่ง 11 เม.ย. ขณะที่ กทม.-ปริมณฑล อากาศร้อน-ฟ้าหลัวตอนกลางวัน
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 9 เมษายน 2556 ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 10:00 น. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนล่างแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในวันพรุ่งนี้ (10 เม.ย.56) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2556 เป็นต้นไปไว้ด้วย
อนึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส และมีฝนตกในหลายพื้นที่
พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
พิจิตร-แม่น้ำยมแห้งขอด หวั่นขาดน้ำเล่นสงกรานต์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงส่งผลกระทบกับพื้นที่จังหวัดพิจิตรอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยม ที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำยม หน้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ตำบลโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร แม่น้ำยมแห้งจนเห็นผืนทรายท้องแม่น้ำยม บริเวณตอหม้อสะพานแม่น้ำยมแห้งจนเห็นบริเวณด้านล่างของตอหม้อ ส่งผลกับประชาชนเนื่องจากไม่มีน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร และอาจจะส่งผลกระทบในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงเนื่องจากน้ำเป็นปัจจัยหลักในการเล่นสงกรานต์
สำหรับแม่น้ำยมที่ไหลผ่านในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ขณะนี้แม้ว่าจะมีการขุดลอกแต่ก็ยังมีสะภาพที่แห้งแล้งจนขาดเป็นช่วงๆ เนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีระบบกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ น้ำที่ผันจากแม่น้ำน่าน และแม่น้ำปิงมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ส่งผลให้แม่น้ำยมเกิดสะภาวะแล้งซ้ำซากเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา
กระบี่ประกาศพื้นที่ภัยแล้ง 4 อำเภอ-ปชช.ขาดแคลนน้ำ
นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหกวัดกระบี่ ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งปีนี้แล้ว 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมืองกระบี่ ที่ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเหนือคลอง ตำบลโคกยาง อำเภอเขาพนมทุกตำบล และอำเภอลำทับทุกตำบล รวม 12 ตำบล 100 หมู่บ้าน หลังฝนทิ้งช่วงติดต่อกันเวลานานกว่า 3 เดือน ส่งผลให้แหล่งน้ำลำคลองหลายสายแห้งขอด ประชาชนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะภายในเขตเทศบาลตำบลเขาพนม อำเภอเขาพนม ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยภูเขาถล่ม เมื่อ กลางปี 2554 ฝ่ายกักเก็บน้ำ บนภูเขาเสียหายทั้งหมด ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาแหล่งน้ำในคลองหลายสายในพื้นที่ แห้งขอด เช่น คลองทับหัวกา รอยต่ออำเภอเมืองกระบี่ กับอำเภอเขาพนม และคลองแห้ง ซึ่งคลองทั้งสองสายเป็นแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคกระบี่ สาขาเขาพนม ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตำบลเขาพนม จำนวน 1,141 ครัวเรือน ประชากรกว่า 3 พันคน ไม่มีน้ำประปาใช้อุปโภคบริโภคมากว่า 1 เดือน การประปาส่วนภูมิภาคกระบี่ ต้องใช้รถบรรทุกน้ำ 2 คัน นำน้ำประปาจาก อ.เหนือคลอง ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร มาแจกจ่ายแก่ ประชาชน ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำให้ในเบื้องต้นโดยแบ่งโซนแจกจ่ายทุกวัน วันละ 8 เที่ยว
ขณะนี้หลายหน่วยงานทั้ง อบจ.กระบี่ ทหารจาก กองพันทหารราบที่1 กรมทหารราบที่ 15 และ อบต.ในแต่ละพื้นที่ เร่งให้ความช่วยเหลือโดยจัดรถน้ำไปแจกจ่ายให้แก่ราษฎรที่ประสบความเดือดร้อน หากแต่ละพื้นที่ขาดงบประมาณ ให้เสนอเรื่องผ่านอำเภอประสานมายังจังหวัด เพื่อจะได้จัดสรรงบประมาณ ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ความช่วยเหลือต่อไปขณะเดียวกันได้ประสาน ไปยังหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อขอทำฝนเทียม ที่ขณะนี้ได้ตั้งฐานปฏิบัติการณ์อยู่ที่กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ระหว่างสำรวจสภาพความชื้นในอากาศในพื้นที่เพื่อทำฝนเทียม
ตากแล้งจัด! ชาวบ้านต้องซื้อน้ำใช้เอง
ชาวบ้านห้วยกะโหลก หรือ บ้านใหม่ หมู่ที่ 4 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง โดยต้องซื้อน้ำใช้จากรถการเกษตรที่ไปขายน้ำตามบ้าน ในราคาถังละ 25 บาท โดยบริการส่งถึงที่ ชาวบ้านส่วนมากได้ใช้ตุ่มน้ำ และถังน้ำวางไว้หน้าบ้านเพื่อสะดวกในการรับน้ำ เช่นเดียวกับวัดบ้านใหม่ พระต้องขอน้ำจากรถน้ำไป สนับสนุน เพื่อใช้น้ำเพราะได้รับความเดือดร้อนมาก ทั้งนี้เนื่องมาจากสภาพอากาศที่ร้อน และแล้งมากๆ ขณะที่ประปาหมู่บ้านที่สร้างโดยองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ปะมานานหลายปี ยังไม่สามารถใช้การได้ เพราะไม่มีน้ำ ทำให้ท่อประปา เสื่อมสภาพลงไปแล้ว
นางนัยนา จันทา ราษฎรบ้านห้วยกะโหลก หมู่ที่ 4 ตำบลแม่ปะ กล่าวว่า อยากให้ทางอบต.แม่ปะ ช่วยแก้ปัญหาน้ำให้ชาวบ้านด้วย เพราะได้รับความเดือดร้อนมาก และสิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือ การมีน้ำประปาที่ใช้ได้ ไม่ใช่ มีน้ำประปาแล้วใช้ไม่ได้
น่าน-เกษตรกรประสบปัญหาภัยแล้งหนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกษตรกรอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ผู้เดือดร้อนจากภัยแล้ง จาก 6 ตำบล 25 หมู่บ้าน จำนวน 1 พันกว่าคน ได้พากันรวมตัวชุมนุมที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงสา เพื่อเรียกร้อง ทวงถามเงินชดเชยช่วยเหลือจำนวนกว่า 27 ล้านบาท หลังได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงเมื่อปี 2555 พื้นที่การเกษตรเสียหาย 32,582.25 ไร่ หลังจากส่งหลักฐานขอรับเงินช่วยเหลือไปแล้ว แต่ช่วงระยะเวลานานกว่า 1 ปี ไม่มีความคืบหน้า ทำให้เกษตรกรต้องกู้หนี้ยืมสิน และหนี้นอกระบบได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเกษตรกรที่มาชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีการถือป้ายประท้วงหรือใช้เครื่องขยายเสียงโจมตีการทำงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ตัวแทนเกษตรกรและแกนนำ พยายามประสานหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อมารับทราบปัญหาและหาทางออกร่วมกัน
นายรัตน์ ครุฑนา นายกสมาคมผู้ปลูกข้าวโพดจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเวียงสา จำนวน 2,033 ราย ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง-ฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่ปี 2555 และผลผลิตข้าวโพดเสียหาย มีการทำสำรวจและรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดเพื่อขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่จนถึงขณะนี้ก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเรื่องเงินช่วยเหลือเยียวยา ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระ กู้หนี้ยืมสินและเงินนอกระบบเสียดอกเบี้ยร้อยละ 5-10 มีหนี้สินทบต้นทบดอกได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเวียงสาแล้ว ก็ยังมีเกษตรกรในพื้นที่อำเภอทุ่งช้างอีกจำนวน 1,652 ราย อำเภอเวียงสา 700 ราย ที่ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน
จากการติดตามทราบว่ามีเอกสารยืนยันจากจากสำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน ได้ประสานกับฝ่ายประสานการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเอกสารขอความช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดน่าน ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรข้องใจถึงความล่าช้าในการดำเนินงาน ระยะเวลากว่า 1 ปี และต้องการคำตอบที่ชัดเจนในระดับจังหวัดถึงการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร ซึ่งหากไม่มีแนวทางและคำตอบเป็นที่น่าพอใจ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดทั้งอำเภอเวียงสาและอำเภอทุ่งช้าง คาดว่ากว่า 5,000 ราย จะไปรวมตัวกันที่บริเวณด่านตรวจห้วยน้ำอุ่น ซึ่งเป็นเส้นทางเข้า-ออกของจังหวัดน่าน เพื่อยกระดับความกดดันต่อไป
โดยบรรยากาศการชุมนุมเป็นอย่างเรียบร้อยและสงบ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงสา และแกนนำเกษตรกรได้ผลัดกันพูดถึงความเดือดร้อนและข้อเรียกร้องที่ต้องการ ซึ่งในเวลาต่อมา นายกาจพล เอิบสุขสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายอำเภอเวียงสา , เกษตรจังหวัดน่าน ,เกษตรอำเภอเวียงสา และป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอเวียงสา ได้เข้าพบปะเจรจากับกลุ่มเกษตรกรเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเรียกร้อง และได้ติดตามความคืบหน้าจากส่วนกลางแล้ว
นายกาจพล เอิบสุขสิริ ได้ชี้แจงว่า ปัญหาดังกล่าวอยู่ระหว่างการนำเสนอเข้ามติ ครม.ในวันอังคารที่ 16 เมษายน นี้ เนื่องจากเป็นปัญหาของเกษตรกรทั้งหมดกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ มีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 98,000 ราย ซึ่งต้องใช้งบประมาณกว่า 700 ล้านบาท และมีความเป็นไปได้ที่เรื่องดังกล่าวจะผ่าน ครม.และมีเงินงบประมาณที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรจังหวัดน่าน อย่างไรก็ตามขอให้เกษตรกรได้เข้าใจและยอมรับในขั้นตอนระเบียบราชการที่ล่าช้าจากการรวบรวมเอกสารหลักฐานที่ต้องทำให้ถูกต้องชัดเจน ส่วนเรื่องงบประมาณก็เป็นเรื่องในระดับรัฐบาล
ทางด้านนายรัตน์ ครุฑนา นายกสมาคมผู้ปลูกข้าวโพดจังหวัดน่าน เกษตรกรและแกนนำได้รับฟังคำชี้แจงแล้วพร้อมกับรับปากจะรอคำตอบที่ชัดเจนในวันอังคารหน้า แต่หากไม่มีความชัดเจนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดจังหวัดน่าน ก็จะกลับมา ชุมนุมเรียกร้องกดดันขอความช่วยเหลือถึงขั้นปิดถนนและเดินทางเข้าเรียกร้องยังทำเนียบรัฐบาลต่อไป
นายธนาธร ใหม่คำ เกษตรอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน กล่าวว่า เรื่องที่เกษตรกรอำเภอเวียงสา ประสบความเดือดร้อนภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง เมื่อเดือน กรกฏาคม 2555 ทำให้ เกษตรกร 6 ตำบล 25 หมู่บ้าน มีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 32,582.25 ไร่ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 2,033 ราย มูลค่าความเสียหาย 27,271,343.25 บาท ขณะนี้ปัญหาดังกล่าวอยู่ระหว่างการนำเสนอเข้ามติ ครม.ในวันอังคารที่ 16 เมษายน ที่จะถึงนี้



