ข่าว

'บาร์ซา'ลุ้น'เมสซี'เปิดรังรับ'เปแอสเช'

'บาร์ซา'ลุ้น'เมสซี'เปิดรังรับ'เปแอสเช'

09 เม.ย. 2556

'เจ้าบุญทุ่ม' ยังต้องรอเช็กอาการบาดเจ็บของ 'ลิโอเนล เมสซี' ก่อนเปิดบ้านต้อนรับ 'เปแอสเช' ในศึกยูฟ่า ชปล.รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 คืนวันพุธที่ 10 เม.ย.นี้

 

                          ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 คืนวันพุธที่ 10 เมษายนนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งกัน 2 คู่ เริ่มจาก "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา จ่าฝูงสแปนิช ลาลีกา จะกลับมาเปิดถิ่นคัมป์ นู รับการมาเยือนของ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส ในเวลา 01.45 น. หลังเกมแรกบุกไปเสมอ 2-2 เกมนี้เจ้าถิ่นกุมความได้เปรียบอยู่พอสมควร เพราะขอเพียงแค่ผลเสมอ 0-0 หรือ 1-1 ก็จะได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศทันที แต่น่าจะให้ ฆอร์ดี รูรา ทำหน้าที่เป็นกุนซือขัดตาทัพต่อไป แม้กุนซือตัวจริงอย่าง ติโต บียาโนบา จะเพิ่งฟื้นตัวจากการรักษาโรคมะเร็งลำคอเรียบร้อยแล้ว แต่น่าจะนั่งเป็นกำลังใจให้ลูกทีมอยู่บริเวณข้างสนามเหมือนเดิม แม้จะมีปัญหาในเรื่องของแผงแนวรับ เพราะหมดสิทธิ์ใช้งาน คาร์เลส ปูโยล และฮาเวียร์ มาสเชราโน ที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน เช่นเดียวกับแผงแนวรุกที่ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ ลิโอเนล เมสซี ดาวยิงตัวเก่งที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนมาจากนัดแรก ทว่า บาร์ซา ยังสามารถใช้งานแข้งหลักรายอื่นๆ ได้ทั้งหมด เพราะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม

                          คาดว่า บิคตอร์ บัลเดส น่าจะได้ยืนเฝ้าเสาเป็นนายทวารมือหนึ่งเหมือนเดิม ด้านแนวรับอาจต้องขยับ อเลกซานเดอร์ ซง หรือให้กองหลังดาวรุ่งอย่าง มาร์ก บาร์ทรา ลงไปยืนคุมแดนหลังคู่กับ เกราร์ด ปิเก ขณะที่แผงแดนกลางยังสามารถใช้งานพวกดาวดังได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เซอร์จิโอ บุสเกตส์, อันเดรส อิเนสตา และซาบี เฮอร์นันเดซ ส่วนแนวรุกอาจต้องให้ เชส ฟาเบรกาส ที่เกมล่าสุดเพิ่งซัดแฮตทริกเหมาคนเดียว 3 ประตูในเกมลีกสูงสุดเมืองกระทิงดุนัดที่เปิดบ้านไล่ต้อนชนะ รีล มายอร์กา 5-0 ลงไปประสานงานร่วมกับ อเลกซิส ซานเชซ และดาวิด บีญา หาก ลิโอเนล เมสซี ไม่สามารถเรียกความฟิตกลับคืนสู่สนามได้ทันเวลา เพื่อลุ้นรักษาสถิติที่ไม่แพ้ใครคาถิ่นของตัวเองในเกมยุโรปถ้วยรายการนี้มานานถึง 3 ปี หรือ 20 เกมติดต่อกันเข้าไปแล้ว นับตั้งแต่เปิดบ้านแพ้ รูบิน คาซาน ทีมดังจากรัสเซีย 1-2 ในเกมรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อปี 2009

                          ด้านทีมเยือนของ "คาร์เล็ตโต" คาร์โล อันเชล็อตติ ตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝาต้องบุกไปเก็บชัยชนะให้ได้ หรืออย่างน้อยที่สุดต้องลงเอยด้วยผลเสมอ 3-3 ขึ้นไป เพื่อที่จะได้ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือก แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน บลายเซ มาตุยดี ผู้ยิงประตูตีเสมอในเกมแรกที่ติดโทษแบน 1 นัด แต่มีลุ้นได้ตัว ติอาโก มอตตา ที่เพิ่งหายเดี้ยงพร้อมกลับมาช่วยแผงแดนกลางได้อีกครั้ง ส่วนแข้งดังรายอื่นๆ อย่าง ซัลวาตอเร ซิริกู, ติอาโก ซิลวา, ฮาเวียร์ ปาสตอเร, เดวิด เบ็คแฮม และซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงได้ทั้งหมด

                          ส่วนอีกคู่หนึ่ง "ม้าลาย" ยูเวนตุส จ่าฝูงแชมป์กัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี จะได้กลับมาเปิดรังยูเวนตุส สเตเดี้ยม ต้อนรับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี ในเวลาเดียวกัน หลังเกมแรกบุกไปแพ้ 0-2 นัดนี้ อันโตนิโอ คอนเต กุนซือเจ้าถิ่นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะต้องพยายามพาทีมเก็บชัยชนะให้ได้มากกว่า 2 ลูกขึ้นไป เพื่อที่จะได้พลิกกลับมาเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน สเตฟาน ลิกต์สไตเนอร์ และ อาร์ตูโร วิดาล ที่ติดโทษแบน 1 นัด แต่ยังสามารถส่งแข้งหลักรายอื่นๆ ลงเล่นเป็นตัวจริงได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็น จิอันลุยจิ บุฟฟอน, จอร์โจ คิเอลลินี, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ อันเดรีย ปิร์โล และ อเลกซานโดร มาทรี

                          ขณะที่ทีมเยือนของ จุปป์ ไฮย์เกส ที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองเบียร์มาหมาดๆ ถือความได้เปรียบมาจากเกมแรกอยู่พอสมควร เพราะถ้าหากบุกไปแพ้ด้วยสกอร์ไม่เกิน 1 ลูกก็ยังได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกอยู่ดี แม้จะยังไร้เงาของ โฮลเกอร์ บัดสตูเบอร์ และโทนี โครส ที่เจอโรคเดี้ยงจนต้องพักยาว แต่จะได้ตัว ฆาบี มาร์ติเนซ พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมอีกครั้ง เพื่อประสานงานร่วมกับพวกดาวดังอย่าง ฟิลิปป์ ลาห์ม, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ฟรองค์ ริเบรี, โธมัส มุลเลอร์ และมาริโอ มานด์ซูคิซ ที่น่าจะได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม

 

 

--------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)