
คุก5ปี!'เอนก'คนเข็นผลไม้มือบึ้ม'ภท.'
ศาลอุทธรณ์แก้โทษสถานเบา เหลือจำคุก 10 ปี 'เอนก สิงขุนทด'มือบึ้มพรรคภูมิใจไทย รับสารภาพเหลือจำคุก 5 ปี ปรับ 50 บาท
9 เม.ย.56 ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีระเบิดพรรคภูมิใจไทย คดีหมายเลขดำ อ.2930/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเอนก สิงขุนทด อายุ 29 ปี ชาวนครราชสีมา ซึ่งตาบอดเนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันทำวัตถุระเบิด มีวัตถุระเบิดที่ออกใบอนุญาตไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธ(วัตถุระเบิด)ไปในเมืองโดยไม่มีเหตุสมควร ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 38,74 และกระทำให้เกิดระเบิดเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นและทรัพย์สินของผู้อื่น และทำให้เกิดระเบิดสถานที่ประชุม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218,221, 222 และ 371
โดยโจทก์ยื่นฟ้องและนำสืบว่า ระหว่างต้นเดือน มิ.ย. - 22 มิ.ย. 53 ต่อเนื่องกัน จำเลยและนายเดชพล พุทธจง , นายกำพล คำคง , นายกอบชัย หรืออ้าย บุญปลอด , นางวริศรียา หรืออ้อ บุญสม และนายสุริยา หรืออ้วน ภูมิวงษ์ จำเลยที่ 2-6 ซึ่งแยกพิจารณาคดี ร่วมกันผลิตหรือทำวัตถุระเบิด และร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่ทำขึ้นโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และจำเลยกับพวกยังร่วมกันทำให้เกิดการระเบิดขึ้น โดยนายเอนก จำเลย เป็นผู้เข็นรถเข็นผลไม้(เงาะ)ที่ซุกซ่อนระเบิดไว้ เข็นผ่านไปทางด้านหลังของอาคารที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ตั้งอยู่ใกล้ซอยพหลโยธิน 43 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ก่อนเกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้ผนังด้านหลังอาคารพรรคภูมิใจไทย แตกเสียหาย ขณะเดียวกันแรงระเบิดยังทำให้นายอเนก ตาบอดทั้งสองข้าง นอกจากนี้เพิงโรงเรือนร้านค้าขายอาหารตามสั่งของ นายแถม ตรุพิมาย ถูกแรงระเบิดเสียหายพังทั้งหลัง ค่าเสียหายเป็นเงิน 50,000 บาท รถยนต์ ทะเบียน ธต 7963 กทม. ของ ว่าที่ ร.ต.ภูมิรัตน์ นาคอุดม ได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 40,000 บาท ชั้นพิจารณานายอเนก จำเลย ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยอื่นให้การปฏิเสธ จึงได้แยกสำนวนพิจารณาเป็นอีกคดีหนึ่ง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 เม.ย.55 โดยพยานหลักฐานรับฟังได้ว่า นายเอนก จำเลย กับพวก ร่วมกันทำระเบิดเพื่อให้เกิดระเบิดเป็นอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สินและสถานที่ประชุม ซึ่งมีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ ให้จำคุก 2 กระทงๆ ละ 10 ปี ฐานมีระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ปรับ 100 บาท ฐานพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานทำระเบิดให้เกิดระเบิดเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินฯ และสถานที่ประชุม ซึ่งเป็นโทษหนักสุดตามมาตรา 222 และ 218 จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ให้จำคุกรวมทั้งสิ้น 35 ปี และปรับ 50 บาท
ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ประชุมตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่า โจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน 2 นาย ที่ไปตรวจยังจุดเกิดเหตุ เป็นพยานเบิกความว่าใช้กล้องบันทึกภาพและเสียงของจำเลยที่ให้การรับสารภาพเล่าเหตุการณ์ไว้ ขณะที่ยังมีการคัดลอกข้อมูลจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ประกอบบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาจำเลย และคำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนที่เล่าถึงพฤติการณ์และเหตุจูงใจด้วย ซึ่งจำเลยก็ให้การรับสารภาพ อีกทั้งพยานโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติไปตามหน้าที่และไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย จึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะให้การปรักปรำ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาจึงรับฟังได้ปราศจากข้อสงสัย เชื่อว่าจำเลยกระทำผิดฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สถานที่ประชุมตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา อุทธรณ์ของจำเลยในส่วนนี้ที่ว่าไม่ได้กระทำผิดจึงฟังไม่ขึ้น
ส่วนร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น แม้จำเลยจะทำและมีวัตถุระเบิด 2 ลูก ซึ่งวัตถุระเบิดอีก 1 ลูกไปตรวจยึดได้ที่ริมถนนรามอินทรา 81 แต่การกระทำของจำเลยนั้นมีเจตนามุ่งการกระทำการในคราวเดียว ความผิดของจำเลยฐานร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจึงเป็นความผิดกรรมเดียว ที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบานั้นฟังขึ้น ที่ศาลชั้นต้นจำคุก 2 กระทงๆ ละ 5 ปี รวมจำคุก10 ปี ฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิด ฯ และจำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สถานที่ประชุมนั้นหนักเกินไปเพราะก็ไม่ปรากฏว่าสถานที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยคิดความเสียหายเป็นเงินเท่าใด เพียงแต่ปรากฏว่าเพิงร้านอาหารบริเวณใกล้เคียงพรรค เสียหายเป็นเงิน 50,000 บาทและรถยนต์เสียหาย 40,000 บาท ดังนั้นจึงสมควรลงโทษจำเลยที่ 1 ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดี
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 5 ปี ฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พรบ.อาวุธปืน ฯ เพียงกรรมเดียว , ฐานทำให้เกิดระเบิดเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินฯ และสถานที่ประชุม ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษหนักสุดตาม ม.222 และ 218 ซึ่งเป็นบทหนักสุดจำคุก 5 ปี รวมจำเลยทั้งสิ้น 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกทั้งสิ้น 5 ปี และปรับ 50 บาทตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายเอนกนั้น ปัจจุบัน ก็ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ



