ข่าว

อาลัย'มาร์กาเร็ต แธทเชอร์'

อาลัย'มาร์กาเร็ต แธทเชอร์'

09 เม.ย. 2556

อาลัย'มาร์กาเร็ต แธทเชอร์' ด้านสส.พรรคอนุรักษ์นิยมเรียกร้องให้จัดพิธีศพ'อดีตนายกรัฐมนตรี'แบบรัฐพิธี

               9 เม.ย.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรดา สส.ของพรรคอนุรักษ์นิยม หรือ ทอรี่ ของอังกฤษ ได้เรียกร้องให้จัดพิธีศพแบบรัฐพิธีให้แก่นางมาร์กาเร็ต แธทเชอร์ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกและคนเดียวของอังกฤษ เพื่อเป็นเกียรติอย่างสูงสุดต่อสตรีผู้พิทักษ์อังกฤษ

               ทั้งนี้ นางแธทเชอร์ ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นบารอนเนสส์ ได้ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ ด้วยวัย 87 ปี หลังจากป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง รัฐบาลได้เตรียมจัดพิธีศพให้แก่เธออย่างสมเกียรติในสัปดาห์หน้า ที่มหาวิหารเซนต์ ปอล โดยมีทหารกองเกียรติยศร่วมสดุดี

               รายงานยังระบุว่า ศพของนางแธทเชอร์ ถูกเคลื่อนออกจากโรงแรมริทซ์ ในย่านพิคคาดิลลี่ ของกรุงลอนดอน เมื่อคืนวันจันทร์ ท่ามกลางการอารักขาจากกองกำลังตำรวจ หลังจากเธอถึงแก่อนิจกรรมที่โรงแรมแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่พำนักของเธอ นับตั้งแต่เข้ารับการผ่าตัดย่อยเมื่อเดือนธันวาคม ทำให้ต้องจัดวางกำลังตำรวจคอยอารักขาอย่างแน่นหนาตั้งแต่ตอนนั้น

               ภายใต้การเตรียมการระดับสูงสำหรับบุคคลที่ทรงเกียรติของชาติ ได้มีการวางกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบไว้รอบโรงแรม พนักงานโรงแรมต้องปิดทางเข้าลานจอดรถยนต์ เพื่อเตรียมไว้สำหรับรถบรรทุกศพ และนำแผงกั้นสีดำไปติดตั้งไว้ที่บริเวณประตูทางเข้าทุกทาง โดยมีเฮลิคอปเตอร์บินวนสำรวจเส้นทางเพื่อเปิดทางให้รถบรรทุกศพ

               เหล่าพันธมิตรของนางแธทเชอร์ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของยุโรป ต่างแสดงความผิดหวังที่เธอจะไม่ได้รับการจัดพิธีศพแบบรัฐพิธี โดยเธอเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับการเลือกตั้งให้เข้าไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 10 ซึ่งไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู ต่างก็พูดถึงเธอเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอเป็นนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอังกฤษ หลังจากยุคของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล สามัญชนคนสุดท้ายที่ได้รับการจัดพิธีศพแบบรัฐพิธี เมื่อปี 2508

               อีกทั้ง พิธีศพของนางแธทเธอร์ จะได้รับการสดุดีจากทหารกองเกียรติยศ ซึ่งเท่าเทียมกับพิธีศพของเจ้าหญิงไดอาน่าและควีนมัม แต่ สส.พรรคอนุรักษ์นิยมบางคน ระบุว่า นางแธทเชอร์ควรได้รับเกียรติอย่างสูงสุด แม้ว่า มิตรสหายของเธอจะบอกว่า เธอไม่ต้องการพิธีศพแบบรัฐพิธี และไม่ชอบแนวคิดให้เอาศพของเธอไปตั้งอย่างเป็นทางการที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ก็ตาม

               ด้านนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ได้ยกย่องนางแธทเชอร์ว่า เป็นนายกรัฐมนตรีผู้รักชาติ และเขาได้ยกเลิกการเยือนยุโรปกระทันหันและเดินทางกลับกรุงลอนดอนทันที รวมถึงการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ในช่วงหยุดพักช่วงเทศกาลอีสเตอร์ เพื่อร่วมไว้อาลัยแด่นางแธทเชอร์

               เซอร์ มาร์ค และแครอล บุตรชายและบุตรสาวของนางแธทเชอร์ ไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอ ในช่วงที่เธอถึงแก่อนิจกรรม เนื่องจากอยู่ต่างประเทศ มีเพียงแพทย์และคนดูแลเท่านั้น ส่วนลอร์ดชาร์ลส พาวเวลล์ นายตำรวจที่คอยติดตามอารักขานางแธทเชอร์อย่างใกล้ชิดยาวนานที่สุดพูดถึงเธอว่า เธอเปลี่ยนพวกเราทุกคน จากความคิดที่ว่าจะต้องทนรับความตกต่ำไปชั่วนิรันดร์ให้กับมาภาคภูมิใจกับการเป็นคนอังกฤษอีกครั้ง ... บนเวทีโลก

               ขณะที่ สส.โคเนอร์ เบิร์นส ที่ไปเยี่ยมนางแธทเชอร์ ทุกสัปดาห์ กล่าวว่า มันช่วยไม่ได้ที่หวนคิดไปถึงเรื่องที่เธอพูดกับเพื่่อนเก่าอย่างโรนัลด์ เรแกน ที่ป่วยหนักด้วยโรคอัลไซเมอร์ ในช่วงบั้นปลายของชีวิต แต่แม้นางแธทเชอร์จะมีอาการของโรคอัลไซเมอร์อยู่บ้าง แต่ความทรงจำและความคิดของเธอ ยังคมชัดอยู่ตลอด เธอมักจะยกย่องเรแกนเสมอ และยังเคยพูดถึงการจัดพิธีศพของตัวเองหลายครั้ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และสรุปว่า เธอไม่ใส่ใจกับมันโดยสิ้นเชิง เธอมักจะบอกด้วยว่า ไม่ชอบให้จัดงานแบบรัฐพิธี เพราะเธอไม่ใช่เซอร์วินสตัน

               ลอร์ด เบลล์ เพื่อนและโฆษกส่วนตัวของนางแธทเชอร์ ก็ระบุเช่นกันว่า นางแธทเชอร์ไม่ต้องการพิธีศพแบบรัฐพิธี และในการจัดพิธีศพที่อาจจะมีขึ้นในวันพุธหน้า จะเป็นการออกค่าใช้จ่ายร่วมกันระหว่างทางการกับฝ่ายดูแลทรัพย์สินของเธอ

                

 

อังกฤษเตรียมเส้นทางและสถานที่ประกอบพิธีศพนางมาร์กาเร็ต แธทเชอร์

               แท็บลอยด์เดลี่ เมล รายงานว่า ได้มีการจัดเตรียมพิธีศพของนางมาร์กาเร็ต แธทเชอร์ เจ้าของฉายา " นางสิงห์เหล็ก " รวมถึงเส้นทางและสถานที่ประกอบพิธีไว้ตั้งแต่เมื่อกว่า 5 ปี ที่ผ่านมาโดยการเดินทางครั้งสุดท้ายของเธอ จะเริ่มต้นจากอาคารรัฐสภาที่เธอรัก และเปรียบเสมือนบ้านทางการเมือง ที่เธอครองอำนาจยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ไปจนถึงมหาวิหารเซนต์ ปอล

               นายมิคาอิล กอร์บาชอฟ และนางแนนซี่ เรแกน อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ และภริยาของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ได้รับการคาดหมายว่า จะอยู่ในรายชื่อของแขกผู้มีเกียรติจากต่างประเทศ ที่ได้รับเชิญไปร่วมพิธีด้วย เช่นเดียวกับบรรดานายกรัฐมนตรีที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่น เซอร์ จอห์น เมเจอร์ , โทนี่ แบลร์ , กอร์ดอน บราวน์ และเดวิด คาเมรอน รวมถึงคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเงา จะไปร่วมพิธีเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีขึ้นในวันพุธหรือวันพฤหัสบดีของสัปดาห์หน้า

               รายละเอียดเกี่ยวกับพิธีสดุดีของทหารกองเกียรติยศ ถูกกำหนดไว้แล้ว ในการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐบาล และตัวนางแธทเชอร์เอง เมื่อ 5 ปีก่อน อีกทั้ง  เมื่อวานนี้ ได้มีการลดธงชาติลงครึ่งเสา ตั้งแต่ลอนดอน จนถึงพอร์ต แสตนลีย์ บนเกาะฟอล์คแลนด์ และกรุงวอชิงตัน ดีซี ของสหรัฐ ส่วนผู้ที่ปรารถนาดี ได้นำดอกไม้ไปไว้อาลัยให้แก่เธอที่บ้านในเบลเกรเวีย ใจกลางกรุงลอนดอน

               ก่อนที่จะมีการประกอบพิธีศพ  โดยโลงศพของนางแธทเชอร์ จะถูกนำไปไว้ที่โบสถ์เซนต์ แมรี่ อันเดอร์ครอฟต์ ภายในอาคารรัฐสภา ที่เรียกว่า พาเลซ ออฟ เวสต์มินสเตอร์ เนื่องจากเป็นที่ประทับเดิมของกษัตริย์อังกฤษ ซึ่งจะมีการทำพิธีในช่วงสั้น ๆ หลังจากโลงศพเดินทางไปถึงด้วย  ซึ่งในวันงาน การจราจรบนถนนทุกสายที่เป็นเส้นทางผ่านของรถบรรทุกศพไปยังโบสถ์ เซนต์ คลีเมนต์ เดนส์ ซึ่งเป็นโบสถ์ขนาดเล็กของกองทัพอากาศ จะถูกเคลียร์จนหมด

               เมื่อถึงโบสถ์แล้ว โลงศพจะถูกนำไปตั้งบนโครงตั้งปืน เทียมด้วยม้าของกรมทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ (King’s Troop of the Royal Horse Artillery) จากนั้นศพของเธอ จะเคลื่อนผ่านไวท์ฮอลล์ ผ่านจตุรัสทราฟัลการ์ บนถนนสแตรนด์ ผ่านวงเวียนอัลด์วิช , ลัดเกท ฮิลล์จนกระทั่งถึงวิหารเซนต์ ปอล

                ในระหว่างทางจะมีทหารจากกองทัพประจำการตลอดเส้นทาง และเชื่อว่าจะมีฝูงชนเข้าร่วมเป็นสักขีพยานหลายหมื่นคน และคาดว่า เมื่อไปถึงวิหารเซนต์ ปอลแล้ว จะมีทหารกองเกียรติยศอีกชุดหนึ่ง และบรรดาทหารวัยหลังเกษียณจากเชลซี คอยให้การต้อนรับ

               ด้านครอบครัวของนางแธทเชอร์ ได้ขอร้องไม่ให้ผู้ปรารถนาดีส่งดอกไม้ไปที่บ้านพวกเขา แต่ให้ส่งไปยังโรงพยาบาลที่ดูแลคนชราที่เชลซีแทน โดยหลังการทำพิธีศพอย่างเป็นทางการแล้ว ทางครอบครัวจะแยกไปทำพิธีแบบเป็นการส่วนตัวต่างหาก ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการฌาปนกิจและเถ้าอังคารของเธอจะถูกนำไปลอยในทะเลสาป มอร์ทเล้ค ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอน

               อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีศพ จะแบ่งเป็นความรับผิดชอบระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายบริหารสินทรัพย์ของนางแธทเชอร์ ขณะที่หน่วยงานของรัฐบาล เช่น กระทรวงกลาโหม จะจัดสรรเงินบริจาคต่างหาก ด้านโฆษกของทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า การจัดพิธีทั้งหมดได้เป็นไปตามความปรารถนาของครอบครัวนางแธทเชอร์ ซึ่งทำตามเจตนารมณ์ของนางแธทเชอร์ ที่ไม่ต้องการพิธีแบบรัฐพิธี เพราะไม่ต้องการให้สิ้นเปลืองเงิน