
จับสึก!'พระเขมร'เรี่ยไรเงิน-ดูคลิปโป๊
จับสึก 4 พระเขมร เดินเรี่ยไรเงินชาวบ้าน 7 วันได้เป็นหมื่น ตกดึกเปิดคลิปลามกดูสนองความใคร่ ส่งดำเนินคดี ก่อนผลักดันกลับปท.
8 เม.ย. 56 พล.ร.ท.ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.สัตหีบ ได้สนธิกำลำลังชุดสืบสวน และชุดปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดฐานทัพเรือสัตหีบ ภายใต้การอำนวยโดย น.อ.คมพันธ์ อุปลานนท์ ผอ.กองยุทธการและข่าว ทำการจับกุมพระเขมร 4 รูป คือ พระทัช นาค อายุ 35 ปี พระแรม คิม อายุ 38 ปี พระเกิด เวียสนา อายุ 41 ปี และพระแชง ชาลี อายุ 42 ปี ในความผิดฐานมีสื่อลามก และเรี่ยไรเก็บเงินชาวบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ของกลางโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง มีสื่อสิ่งลามก และเงินสดจำนวนหนึ่ง
น.อ.คมพันธ์ อุปลานนท์ ผอ.กองยุทธการและข่าว เปิดเผยว่า ได้รับรายงานตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2556 เป็นต้นมา ได้มีพระเขมรเดินทางเข้ามาทางฝั่งชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จำนวนมาก ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบจุดประสงค์ที่แน่ชัด แต่จากฝ่ายข่าวแจ้งว่า พระเขมรที่เดินทางเข้ามา จะใช้พื้นที่ริมชายหนอง หน้าเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นจุดปักกลดรวมตัวกัน ก่อนจะแยกย้ายกันออกรับบิณฑบาตอาหาร และเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน ก่อนจะลุกลามเข้ามาในพื้นที่กองทัพเรือ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพระทั้ง 4 รูป ขณะกำลังออกเดินเรี่ยไร
เบื้องต้น ได้เชิญตัวมาทำการสอบปากคำ ยังห้องสอบสวนคดี ตรวจสอบพบเงินสดที่ได้จากการเรี่ยไรจำนวนหนึ่ง และทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของพระทั้ง 4 รูป ปรากฏว่า ภายในโทรศัพท์มือถือมีคลิปลามกจำนวนมาก จึงได้นิมนต์ พระอาจารย์แก้ว เจ้าอาวาสวัดอัมพาราม และคณะสงฆ์มารับทราบความผิด ก่อนจะทำการศึกลาสิกขาให้กับพระทั้ง 4 รูป ทันที
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 4 ให้การรับสารภาพชอบดูสื่อลามก หลังกลับจากออกเดินเรี่ยไร เมื่อกลับเข้าพักที่กลด ทุกค่ำคืนก็จะเปิดดูเพื่อสนองความใคร่ ส่วนการเดินทางมาในไทยครั้งนี้ ได้รวมตัวกันจากพระในหลายวัด โดยมีจุดนัดหมายเป็นพื้นที่ อ.สัตหีบ เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก ง่ายต่อการออกเรี่ยไงเงิน ในแต่ละครั้งห้วงระยะเวลาเพียง 1 อาทิตย์ สามารถเรี่ยไรเงินได้มากถึงหมื่นบาท ก็จะเดินทางกลับประเทศเพื่อนำเงินไปให้ครอบครัว และจะกลับเข้ามาทำลักษณะเช่นนี้อีก จึงควบคุมตัว อดีตพระทั้ง 4 รูป พร้อมของกลางเงินสด และโทรศัพท์มือถือ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนผลักดันกลับสู่ประเทศต่อไป



