
'โสมแดง'ฝึกสุนัขขย้ำศัตรู
'เกาหลีเหนือ' แพร่คลิป ทหารสั่งสุนัขรุมขย้ำหุ่นจำลอง รมต.กห.เกาหลีใต้ ขณะที่สื่อตปท.ตีข่าว ผู้กุมอำนาจตัวจริง 'โสมแดง' เป็นผู้หญิง
8 เม.ย. 56 เกาหลีเหนือ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ที่แสดงให้เห็นสุนัขทหารรุมขย้ำหุ่นจำลองนายคิม ควาน
ชิน รัฐมนตรีกลาโหมของเกาหลีใต้ และกระโดดผ่านช่องของเครื่องกีดขวางที่จุดไฟไว้ด้านข้าง ในระหว่างการฝึก / นับเป็นการเผยแพร่ภาพในช่วงที่สหรัฐ ชะลอการทดสอบขีนาวุธในสัปดาห์หน้า เพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ไม่ให้สูงไปกว่านี้
นอกจากจะเผยแพร่ภาพสุนัขทหาร รุมขย้ำหุ่นจำลองรัฐมนตรีกลาโหมของเกาหลีใต้แล้ว
เกาหลีเหนือยังย้ำคำขู่จะโจมตีเพื่อนบ้านอีกด้วย / ภาพที่เผยล่าสุด ที่เป็นการชวนเชื่อนี้ ถูกนำไปออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ของทางการ
สหรัฐ ได้เลื่อนการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป ที่กำหนดจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า เนื่องจากวิตกว่า จะทำให้เกาหลีเหนือเข้าใจผิด / นายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ ได้เตือนถึงอันตราย ในกรณีที่รัฐบาลของนายคิม จอง-อึน ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด
คลิปวิดีโอที่ใช้ในการชวนเชื่อล่าสุด นอกจากจะเอาใบหน้าของรัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้เป็นเป้าของการโจมตีของฝูงสุนัขแล้ว ยังใช้จรวดยิงจากเครื่องยิงจรวดทำลายในช่วงท้ายของคลิปด้วย ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่า คลิปวิดิโอชุดนี้ ถ่ายทำที่ใด
ทหารที่ไม่เปิดเผยชื่อคนหนึ่ง ได้เตือนว่า พวกเขาพร้อมจะโจมตีเกาหลีใต้ โดยเร็วที่สุดที่ได้รับคำสั่ง โดยระบุว่า บนคาบสมุทรเกาหลี มันไม่สำคัญว่า เราจะเข้าสู่สงครามหรือไม่ แต่มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะเข้าสู่สงครามในวันนี้หรือพรุ่งนี้เท่านั้น
นาง 'คิม คยอง-ฮุย' เป็นผู้กุมอำนาจตัวจริงของเกาหลีเหนือ
นางคิม คยอง-ฮุย ได้เชื่อว่าเป็นผู้หญิงคนเดียว ที่มีภาพปรากฎอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเธอเป็นบุตรสาวของประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ และคิม จอง-อิล ผู้นำรุ่นสองผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นพี่ชายของเธอ ได้เลือกเธอและสามี ให้ช่วยประคับประคองอำนาจของนายคิม จอง-อึน ให้เป็นปึกแผ่น
นางคิม ซึ่งเป็นอาของนายคิม จอง-อึน ได้รับเครดิตในฐานที่เป็นแรงผลักดันอยู่เบื้องหลังการขึ้นสู่อำนาจของหลานชาย / เธอมักจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ได้ถ่ายภาพร่วมกับเหล่านายพลและบรรดาผู้นำพรรคกรรมกร และยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการเปลี่ยนแปลงหลายชาย ให้กลายเป็นผู้นำที่มีชื่อเสียง ในการใช้กลยุทธ์ทางทหารที่แข็งแกร่งที่สามารถรับมือกับวิกฤติระหว่างประเทศได้
นางคิม ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลสำคัญในตระกูลคิม มานานถึง 4 ทศวรรษ ส่วนสามีของเธอ คือ นางชาง ซอง-แต็ก ก็ได้รับเลือกจากนายคิม จอง-อิล ก่อนที่จะถึงแก่อสัญกรรม เมื่อปี 2554 ให้ช่วยหนุนฐานอำนาจของนายคิม จอง-อึน ให้มั่นคง / นางคิมและสามี ต่างมีวัย 66 ปีเท่ากันและขนาบข้างนายคิม จอง-อึต ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการกลาง ในพรรคกรรมกรเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในช่วงที่นายคิม จอง-อึน ประกาศว่า อาวุธนิวเคลียร์เป็นทรัพย์สมบัติอันล้ำค่าของชาติ
นางคิม ถูกระบุว่า เป็นผู้ดูแลความเป็นไปของเกาหลีเหนือ มาตั้งแต่ปี 2491 ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรและแนะแนวของพรรรคกรรมกร และที่สำคัญ นอกจากจะเป็นบุตรสาวของผู้ก่อตั้งประเทศ , เป็นน้องสาวของผู้นำรุ่นสองแล้ว ยังเป็นอาของผู้นำรุ่นสามอีกด้วย
นายชาง สามีของเธอ ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการทหารแห่งชาติ และยังมีหน้าที่สำคัญในการติดต่อจีนอีกด้วย แต่บทบาทสำคัญของสองสามีภรรยาคู่นี้ คือการปกป้องตระกูลคิม ด้วยการผลักดันหลานชาย ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ของจอมทัพผู้แข็งแกร่ง เนื่องจากพวกเขาวิตกว่า หลายชายจะไม่ได้รับความเชื่อถือจากเหล่านายพลในกองทัพ
หลังจากปี 2546 นางคิมไม่ได้ปรากฎตัวต่อสาธารณชนนาน 6 ปี และกลับมาใหม่พร้อมกับอำนาจในมือมากขึ้นกว่าเดิม ในฐานะนายพลสี่ดาว เมื่อปี 2553 / เธอยังเป็นเจ้าของร้านเบอร์เกอร์ ในกรุงเปียงยาง ที่มีอยู่ร้านเดียวในประเทศ แต่ในเมนูของร้านจะไม่มีคำว่า เบอร์เกอร์ แบบอเมริกัน แต่จะใช้คำว่า " เนื้อสับกับขนมปัง " แทน
'จีน' ส่งสัญญาณ กำลังหมดความอดทนต่อพฤติกรรมของเกาหลีเหนือ
จีนเริ่มจะหมดความอดทนต่อพฤติกรรมของเกาหลีเหนือ ที่สร้างความตึงเครียดให้กับภูมิภาคมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ถึงกับกล่าวว่า ไม่ควรยอมให้ประเทศใดก็ตามทำให้โลกเข้าสู่ความโกลาหล ขณะที่นายหวาง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศ ก็เตือนว่า จะไม่ยอมให้การสร้างปัญหาที่ว่านี้ มาอยู่ที่หน้าประตูบ้านเป็นอันขาด
ความเห็นของประธานาธิบดีสี นับว่า แข็งกร้าวที่สุด ต่อพฤติกรรมของเกาหลีเหนือ ในช่วงเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ที่เกาหลีเหนือขู่ว่า จะใช้ระเบิดนิวเคลียร์โจมตีสหรัฐ และจะเปิดฉากทำสงครามกับเกาหลีใต้ ซึ่งประธานาธิบดีสี ได้กล่าวในที่ประชุมที่เกาะไหหลำ ทางใต้ของประเทศว่า ไม่ควรยอมให้ประเทศใดก็ตาม เอาภูมิภาคหรือแม้โลกทั้งใบ ไปสู่ความโกลาหลเพราะความเห็นแก่ตัว ซึ่งแม้ว่าเขาจะไม่ได้ระบุชื่อ แต่ก็เชื่อว่า เขาหมายถึงเกาหลีเหนือ
นายจอน ฮันต์สแมน อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศจีน ได้ให้ความเห็นต่อสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ความเห็นของผู้นำจีน เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง / ตามความเห็นของเขา พบว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้เกิดความไม่พอใจในหมู่ผู้นำจีนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบางทีมันอาจจะถึงจุดเดือดแล้ว จึงได้มีถ้อยแถลงออกมาแบบนี้
การพยายามข่มขู่ของเกาหลีเหนือรอบล่าสุด มีขึ้นหลังจากสหประชาชาติ ใช้มาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือหนักข้อขึ้น เพื่อลงโทษที่เกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ แต่ขณะเดียวกัน ก็พบว่าเกาหลีเหนือไม่ได้มีการเคลื่อนไหวทางทหารเหมือนกับที่ขู่ และไม่ได้มีการจัดเตรียมกำลังพล 1 ล้าน 2 แสนคน เพื่อเข้าสู่สงครามแต่อย่างใด ซึ่งบ่งชี้ว่า คำขู่เหล่านี้ เป็นเพียงการพยายามส่งเสริมนายคิม จอง-อึน ผู้นำหนุ่มเท่านั้น
สื่อมวลชนเกาหลีใต้ รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า เกาหลีเหนือได้เคลื่อนย้ายขีปนาวุธพิสัยกลาง 2 ลูก เข้าไปยังชายฝั่งตะวันออก แต่ก็ไม่มีการยืนยัน ซึ่งสหรัฐ ระบุว่า ไม่รู้สึกประหลาดใจ ถ้าเกาหลีเหนือจะทดสอบขีปนาวุธอีก / ทางการเกาหลีเหนือ ได้แจ้งต่อนักการทูตในกรุงเปียงยางว่า จะไม่รับประกันความปลอดภัยของพวกเขา นับจากวันพุธเป็นต้นไปตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากระบุว่า สงครามอาจเกิดขึ้นได้ หลังการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ ที่มีกำหนดจะสิ้นสุดในเดือนนี้
นายกิโด เวสต์เตอร์เวลล์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ย้ำเมื่อวันอาทิตย์ว่า การกำหนดเส้นตายใด ๆ ในขณะที่เกาหลีเหนือ บอกว่า ไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่สถานทูตได้นั้น เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ / ด้านนายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ระบุว่า เขายังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องถอนนักการทูตออกจากเกาหลีเหนือ เพราะเกาหลีเหนือ ยังไม่ได้แสดงสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะทำสงครามรอบด้าน
เกาหลีใต้ ระบุว่า ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทุกอย่าง ที่รวมทั้งความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะยิงขีปนาวุธในวันพุธนี้ แต่นักวิเคราะห์ ได้มองไกลไปถึงวันที่ 15 เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง บิดาผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ ผู้เป็นปู่ของผู้นำคนปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาแห่งการฉลองใหญ่ และแสดงแสนยานุภาพทางหาร
จีน ได้ชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนทั้งเงินทุนและการทูตต่อเกาหลีเหนือ แต่ระยะหลัง จีนได้แสดงความไม่พอใจเกาหลีเหนือมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยล่าสุดได้มีการหารือกับสหรัฐ เรื่องการใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหประชาชาติต่อเกาหลีเหนือ ที่จะนำไปสู่การเข้มงวดทางการเงินต่อเกาหลีเหนือ , ตรวจสอบเรือสินค้าต้องสงสัยทุกลำ และห้ามนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเข้าประเทศ
แต่ผู้เชี่ยวชาญก็เชื่อว่า จีนจะไม่ทอดทิ้งเกาหลีเหนือ หรือ บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่
โดยเพียงต้องการให้เกาหลีเหนือเห็นว่า จีนกำลังจะหมดความอดทน หลังจากใช้ความพยายามอยู่หลายปี ในการทำให้เกาหลีเหนือเลิกโดดเดี่ยว และยอมปฏิรูปเศรษฐกิจ / นักวิเคราะห์ มองด้วยว่า บรรดาผู้นำใหม่ของจีน รวมทั้งประธานาธิบดีสี ไม่ได้รู้สึกมีความผูกพันธ์กับเกาหลีเหนือ เหมือนกับผู้นำรุ่นก่อน ๆ และนายคิม จอง-อึต ผู้นำคนใหม่ของเกาหลีเหนือ ก็ไม่ได้ไปแสดงความภักดีต่อผู้นำจีน เหมือนอย่างที่บิดาและปู่ของเขาเคยทำ / ตั้งแต่รับตำแหน่ง หลังจากบิดาเสียชีวิต
เขาก็ไม่เคยไปเยือนจีนแม้แต่ครั้งเดียว
'เกาหลีใต้' จับตา 'เกาหลีเหนือ' ทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธครั้งใหม่
ทางการเกาหลีใต้กำลังจับตาการเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิดและระบุว่าเกาหลีเหนือส่งสัญญาณอาจทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธครั้งใหม่ ขณะที่ผู้นำจีนที่เป็นพันธมิตรสำคัญออกโรงปรามไม่ให้เกาหลีเหนือสร้างความวุ่นวายในภูมิภาค
นายเรียว คีล-แจ รัฐมนตรีกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ เผยวันนี้ระหว่างประชุมร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า เกาหลีใต้ได้รับทราบสัญญาณบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนืออาจกำลังเตรียมทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 หลังเพิ่งทดสอบครั้งที่ 3 เมื่อ 12 ก.พ. แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ
ก่อนหน้านี้ส.ส.คนหนึ่งเพิ่งอ้างรายงานข่าวที่ไม่ได้รับการยืนยันว่า มีการเคลื่อนไหวของยานพาหนะและกำลังคนใกล้สถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ ปังเกรี ในจังหวัดฮัมเกียงเหนือของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เคยทดสอบนิวเคลียร์ทั้งสามครั้ง
นอกจากนี้ ลี-ซุง-ฮัน ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวผ่านการประชุมทางไกลกับผู้บัญชาการตำรวจทั้ง 16 จังหวัดวันนี้ สั่งให้ตำรวจเพิ่มการลาดตระเวนตรวจตราสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ทั่วประเทศเพื่อป้องกันการก่อการร้ายจากเกาลีเหนือหรือการเปิดฉากสงคราม ในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดจากคำขู่เกาหลีเหนือที่จะโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ และขอให้เพิ่มการเฝ้าระวังการโจมตีทางไซเบอร์ รวมทั้งป้องกันการแพร่กระจายข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริงเกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
ก่อนหน้านี้นายคิม จัง-ซู ประธานที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีปัก กึน-เฮ ของเกาหลีใต้ เผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า เกาหลีเหนืออาจทดลองยิงขีปนาวุธ หรือยั่วยุด้วยวิธีการอื่นๆ ภายในวันพุธที่ 10 เม.ย.นี้ ขณะเดียวกันเกาหลีเหนือประกาศเตือนให้นักการทูตต่างประเทศอพยพออกจากกรุงเปียงยางภายในวันดังกล่าวเช่นกัน แต่เจ้าหน้าที่และนักการทูตของสถานทูตต่างๆยังคงปฏิบัติงานในกรุงเปียงยางตามปกติเมื่อวาน แม้เกาหลีเหนือเตือนว่าสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น และไม่อาจรับประกันความปลอดภัยได้
ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ส่งสัญญาณเตือนถึงนาย คิม จองอิล ผู้นำเกาหลีเหนือและประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ว่า ไม่มีประเทศใดมีสิทธิ์ในการสร้างความวุ่นวายในภูมิภาคและทำลายสันติภาพในโลก เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเอง และจีนพร้อมช่วยผ่อนคลายตึงเครียดเหนือคาบสมุทรเกาหลี คำกล่าวของเขามีขึ้นระหว่างการเปิดประชุมโป๋อ้าว ฟอรัม ฟอร์ เอเชีย ที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้นักธุรกิจระหว่างประเทศพบผู้นำประเทศต่างๆ
นอกจากนี้มีรายงานว่า พลเอก เจมส์ เทอร์แมน ผู้บัญชาการทหารสหรัฐประจำเกาหลีใต้ ยกเลิกกำหนดกลับกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้เพื่อเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธหรือการยั่วยุใดๆของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้พลเอก จุง ซึง-โจ ประธานเสนาธิการทหารเกาหลีใต้ ยกเลิกการพบปะประจำปีกับพลเอกมาร์ติน เดมป์ซี ประธานเสนาธิการทหารสหรัฐใน 16 เม.ย.แต่จะหารือผ่านการประชุมทางไกล นอกจากนี้สหรัฐยังเลื่อนการทดสอบยิงขีปนาวุธ มินิตแมน 3 ที่ฐานทัพอากาศในรัฐแคลิฟอร์เนีย จากวันอังคารนี้ไปเป็นเดือนหน้า เพื่อเลี่ยงการสร้างความเข้าใจผิดที่จะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น
รมว.เกาหลีใต้ยอมรับพูดผิดเรื่องเกาหลีเหนือจะทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 4
หลังจากนายเรียว คีล-แจ รัฐมนตรีกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ สร้างความตื่นตกใจให้ชาวโลกในวันนี้โดยบอกกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่ามีสัญญาณบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือเตรียมทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 เมื่อถูกส.ส.ถามว่ามีการเคลื่อนไหวของคนและยานพานหะในสถานที่ทดสอบนิวเคลียร์หรือไม่ แต่ต่อมาเขาบอกว่าจำไม่ได้ว่าตัวเองพูดไปแบบนั้นและไม่ได้มีเจตนาที่จะหมายความเช่นนั้น ล่าสุดโฆษกกระทรวงกลาโหมแถลงว่าจากภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันได้ว่า ยังไม่มีการเคลื่อนไหวของยานยนต์และกำลังคนใกล้สถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
แต่ก่อนที่เกาหลีใต้จะออกมาแก้ข่าวเรื่องสัญญาณการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติชาวเกาหลีใต้ แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ โดยเตือนให้เกาหลีเหนือหยุดยั้งการยั่วยุใดๆอีก และบอกว่าเกาหลีเหนือไม่สามารถทำตัวระรานท้าทายอำนาจของคณะมนตรีความมั่นคงและประชาคมโลกเช่นนี้
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ Kim Kyong-hui : AP
ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : gloval viralvideonews :
[FULL]North Korean Military Train Dogs to Maul Effigies of Enemy
- http://www.youtube.com/watch?v=83C2bRqjeo4)



