ข่าว

ไอ้ผาง ร.ฟ.ท.

ไอ้ผาง ร.ฟ.ท.

08 เม.ย. 2556

ไอ้ผาง ร.ฟ.ท. : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล


          ในยุคที่หนังไทยเฟื่องฟูนั้น ผู้สร้างหนังไทยมีคาถาอยู่บทหนึ่งซึ่งถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง คาถาสำหรับการทำหนังไทยให้ได้เงินก็คือ “เป็นนิยายบู๊ที่ลงในบางกอก เป็นละครวิทยุคณะแก้วฟ้า นำแสดงโดย มิตร-เพชรา ฉายที่เฉลิมกรุง และลงโฆษณาเต็มหน้าในหนังสือพิมพ์ฉบับยักษ์เขียว”

          ถ้าถามว่าเหตุใดจึงต้องเป็นเรื่องบู๊ ก็ประมาณปี 2500 ต้นๆ นั้น บ้านเมืองอยู่ภายใต้การดูแลปกครองของคณะปฏิวัติ นักเขียนแนวสัจนิยมส่วนใหญ่ต้องไปพำนักอยู่ในเรือนจำ ประกอบกับสภาพของสังคมที่ระส่ำระสายเพราะเพิ่งผ่านภาพเงาของสงครามโลกครั้งที่สองมาได้ไม่นาน ชนบทยังอยู่ห่างไกลความเจริญ และเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนที่เต็มไปด้วยโจรผู้ร้ายและผู้มีอิทธิพลทั้งในและนอกเครื่องแบบ ทำให้ชาวบ้านร้านตลาดที่ได้รับความเดือดร้อนโหยหาความเป็นธรรม และคนดีที่จะขี่ม้าขาวมากำราบคนพาลอภิบาลคนดี ดังนั้น จึงเกิดเรื่องราวประเภท “โลคัล ฮีโร่” แบบพระเอกลุกทุ่ง หรือไม่ก็เป็นประเภทเขาเป็นใครมาจากไหนไม่มีใครทราบ แต่อยู่ๆ เขาก็มาชกต่อยกับนักเลงปลายแถวที่รังแกชาวบ้าน จนเป็นที่เขม่นของเจ้าพ่อในท้องถิ่นซึ่งมีเบื้องหลังเลวร้าย ส่วนลูกสาวแสนสวยของเจ้าพ่อกลับมารักพระเอก แต่พระเอกกลับไปชอบเด็กสาวกะโปโล ตอนจบถึงเปิดเผยว่า ที่แท้พระเอกคือนายตำรวจปลอมตัวมาสืบราชการลับ หรือไม่ก็เป็นนายอำเภอคนใหม่ที่เดินทางมาเงียบๆ

          ถ้าถามว่าเหตุใดถึงต้องเป็นบางกอก ก็เพราะในเวลานั้นนักเขียนเรื่องบู๊ทั้งหลายไปประชุมพลอยู่ที่นั่น ไม่ว่าจะเป็น อรวรรณ, ศักดิ์ สุริยา, เสนีย์ บุษปะเกศ, ประทีป โกมลภิส, เพชร สถาบัน, พันธุ์ บางกอก, ดาเรศร์ ฯลฯ โดยมีพี่ศรี ชัยพฤกษ์ เจ้าของนามปากกา อรชร เป็นกัปตันทีม ซึ่งถ้าจะให้เอ่ยชื่อนิยายบู๊เหล่านั้น ก็คงจะใช้เนื้อที่หลายหน้ากระดาษ ที่รู้จักกันดีก็อย่างเช่น สะเดาเดือด, ร้อยป่า, มหาหิน, ลูกขวาน, ชุมแพ, สมิงเจ้าท่า, ขุนกระทิง, ทุ่งลุยลาย, เสาร์ห้า เป็นต้น

          แล้วเหตุใดถึงต้องเป็นคณะแก้วฟ้า? คำตอบก็คือ มีพระเอก-นางเอกละครวิทยุคณะไหนในเวลานั้น ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองเทียมทัน วิเชียร นีลิกานนท์ กับจีราภา ปัญจศีล ของคณะแก้วฟ้าบ้างเล่าครับ และก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่หนังต้องมีดาราคู่ขวัญอย่าง มิตร ชัยบัญชา กับเพชรา เชาวราษฎร์ แสดงนำในหนัง

          ส่วนโรงหนังนั้น ในสมัยก่อนก็มีการแบ่งพื้นที่กันอยู่ในทีว่าโรงนั้นฉายหนังไทย โรงนี้ฉายหนังฝรั่ง หรือหนังแขก หนังจีน แล้วก็ยังมีการแบ่งระดับอีกว่า หนังดีหนึ่งประเภทหนึ่ง ต้องเข้าฉายที่โรง ก หนังที่รองๆ ลงไป ก็ฉายโรง ข, ค หรือ ง และเฉลิมกรุงนั้นถูกจัดลำดับเป็นสุดยอดของโรงหนังที่ฉายหนังไทย สุดท้ายคือการโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์รายวันฉบับยักษ์ ก็เพื่อเรียกร้องความสนใจและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ชมว่าต้องเป็นหนังใหญ่ที่ดีจังดังจริง ถึงได้กล้าทุ่มเงินค่าโฆษณาได้ เพราะขณะนั้นมีหนังไทยฉายประชันคราวละหลายๆ เรื่อง ไม่แน่จริงก็ล่องจุ๊นได้ง่ายๆ

          อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้คาถาที่ว่าคลายมนต์ขลังลงเสียแล้วครับ ใครอยากสร้างหนังอะไรก็ได้ ให้ใครแสดงก็ได้ฉายโรงไหนเครือไหนก็ได้ ละครวิทยุก็เลิกพูดถึงไปเลยและการประชาสัมพันธ์ใช้วิธีแบบปากต่อปาก หรือผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กซึ่งได้ผลรวดเร็วกว่า

          คืนก่อน ผมดูหนังบู๊แบบไทยๆ ทางยูทูบ เรื่อง ไอ้ผาง ร.ฟ.ท. ซึ่งเป็นหนังเก่าที่สร้างตั้งแต่ พ.ศ.2525 หรือเมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว มีสรพงศ์ ชาตรี เป็นพระเอก และม.ล.สุรีย์วัล สุริยง เป็นนางเอก ฝีมือการเขียนบทของคุณบัณฑิต ฤทธิ์ถกล กำกับการแสดงโดยคุณมนู วรรณายก ดูแล้วก็ครึ้มอกครึ้มใจ คล้ายๆ รำลึกชาติได้ เพราะในหนังคุณสรพงศ์ยังหนุ่มฟ้อ ตัวผอมๆ ม.ล.สุรีย์วัลก็สมกับเป็นนางเอกนักบู๊ แถมด้วยดาวร้ายดาวดีแน่นจอ แต่ละคนก็มีรูปลักษณ์ท่าทางที่ติดตาผมมาโดยตลอด

          แต่สิ่งที่ทำให้ผมทราบว่าตัวเองไม่ได้ระลึกชาติ ก็คือตอนเช้าวันนั้นขึ้นรถไปธุระปรากฏว่ารถติดรถไฟอยู่นานมาก และเมื่อรถไฟโผล่หัวมา คุณพระช่วย มันช่างเก่าแก่คร่ำคร่าพอๆ กับรถไฟในหนัง ไอ้ผาง ร.ฟ.ท. และถ้าจะกล่าวว่าในบรรดาความเจริญของเมืองไทย ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงนำแบบอย่างจากยุโรปมาพัฒนาในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ และอื่นๆ รถไฟซึ่งวันนี้มีอายุ 116 ปี มีอัตราความเจริญที่เชื่องช้ากว่าเพื่อนก็คงไม่ผิดกระมังครับ

          นี่ผมกะว่าจะหาหนังเรื่อง ไอ้ผาง ร.ฟ.ท.มาเก็บไว้ดูในอีก 10 หรือ 20 ปี ข้างหน้า เผื่อจะทำให้ระลึกชาติได้ใหม่ (ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น เราก็อาจจะยังไม่มีรถไฟความเร็วสูงไว้ขนผักก็ได้ครับ)