ข่าว

มาเลเซียกับบทบาทการเป็นตัวกลางสันติภาพ

มาเลเซียกับบทบาทการเป็นตัวกลางสันติภาพ

08 เม.ย. 2556

มาเลเซียกับบทบาทการเป็นตัวกลางสันติภาพ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman

 

              นับตั้งแต่ที่ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด ประกาศวิสัยทัศน์มาเลเซียปี 2563 ในปี 2531 ที่มีแนวคิดในการส่งเสริมสถานะของประเทศไปสู่การเป็นประเทศชั้นนำทัดเทียมอารยประเทศ มาเลเซียได้พยายามเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในพื้นที่นอกประเทศ เพื่อเพิ่มการยอมรับจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการเป็นประเทศตัวแทนมุสลิมสายกลาง และประเทศที่มีขีดความสามารถในการรักษาสันติภาพ ในระยะแรก การดำเนินการของมาเลเซีย ยังไม่ปรากฏความสำเร็จ เช่น การอยู่เบื้องหลังการเจรจาระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียกับขบวนการกัม ที่เรียกร้องเอกราชในอาเจะห์ของอินโดนีเซีย เมื่อปี 2546 ความสำเร็จครั้งสำคัญคือการเป็นตัวกลางการเจรจาสันติภาพมินดาเนาระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ที่ฝ่ายคู่ขัดแย้งเห็นชอบในการจัดตั้งเขตปกครองพิเศษ บังสาโมโร ขึ้นในตอนใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อ 15 ตุลาคม 2555

              ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลต่อภาพลักษณ์เชิงบวกของมาเลเซีย และอาจมีผลให้หลายฝ่ายเชื่อมั่นในการเป็นผู้อำนวยความสะดวกของมาเลเซียต่อปัญหาที่คล้ายคลึงกัน เช่น ปัญหาชายแดนใต้ของไทย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของมาเลเซียยังมีข้อจำกัด มุ่งเน้นเพื่อผลประโยชน์ของมาเลเซียเองมากกว่าประโยชน์โดยรวมและปัญหาความขัดแย้งยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ลุล่วงอย่างแท้จริง เรามาดูความล้มเหลวและความสำเร็จในกรณีอาเจะห์กันก่อน

              มาเลเซีย พยายามแก้ไขปัญหาอาเจะห์ ตั้งแต่ปี 2542 โดยพยายามขอเป็นตัวกลางหลักในการไกล่เกลี่ยสันติภาพระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนกัม แต่รัฐบาลอินโดนีเซียไม่ยินยอมเนื่องจากเกรงว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้น เนื่องจากขบวนการกัม มีความสัมพันธ์อันดีกับพรรคปาส พรรคฝ่ายค้านของมาเลเซีย ทั้งนี้อินโดนีเซียพอใจที่ องค์การอังรี ดูนังต์ ซึ่งเป็นองค์การด้านสันติภาพและสิทธิมนุษยชนที่มีฐานที่ตั้งในสวิตเซอร์แลนด์ เป็นตัวกลางหลัก ขณะที่มาเลเซียสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

              การดำเนินการดังกล่าวล้มเหลวเพราะคู่ขัดแย้งไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียเลือกใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างกว้างขวางและบังคับใช้กฎอัยการศึกต่อขบวนการแบ่งแยกดินแดนกัม ในปี 2546 ก่อให้เกิดผลกระทบต่อมาเลเซียอย่างหนัก เนื่องจากมีชาวอาเจะห์หลายพันคนลี้ภัยจากการสู้รบเข้าไปในรัฐทางเหนือของมาเลเซีย

              สถานการณ์ในอาเจะห์ดีขึ้น เนื่องจากในปีต่อมาขบวนการกัม ประสบความสูญเสียอย่างหนักจากการสู้รบและภัยพิบัติสึนามิ ทำให้ต้องเจรจาและยอมรับข้อเสนอของอินโดนีเซียภายใต้การเป็นตัวกลางหลักของสหภาพยุโรป ทั้งนี้มาเลเซียมีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันข้อตกลงดังกล่าวเมื่อสิงหาคม 2548 และจัดตั้งภารกิจตรวจสอบสถานการณ์ในอาเจะห์ ควบคุมให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง กองทัพอินโดนีเซียถอนกำลังออกจากพื้นที่และกลุ่มกัมวางอาวุธ

              แต่มาเลเซียก็ประสบความสำเร็จในกรณีของฟิลิปปินส์จนได้ ทั้งนี้มาเลเซียได้รับผลกระทบจากมินดาเนาในกรณีของรัฐซาบาห์ของมาเลเซีย พื้นที่อิทธิพลของกลุ่มมุสลิมโมโรจากมินดาเนาตอนใต้ ซึ่งอ้างว่าซาบาห์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรซูลู ที่ถูกฟิลิปปินส์ผนวกเมื่อปี 2460 ชาวมุสลิมโมโรจึงเข้ามาอาศัยในซาบาห์จำนวนมาก จนก่อให้เกิดปัญหาสังคมเรื้อรัง ในจำนวนนี้กลุ่มแนวร่วมแห่งชาติอิสลามโมโร เป็นกลุ่มที่สร้างปัญหาให้ซาบาห์อย่างมาก เนื่องจากใช้เป็นฐานสนับสนุนการต่อสู้ในมินดาเนา มาเลเซียจึงร่วมมือกับฟิลิปปินส์ในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง

              มาเลเซียเริ่มการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในมินดาเนาตั้งแต่ปี 2544 ตามการร้องขอของรัฐบาลฟิลิปปินส์ของนางกลอเรีย อาร์โรโย ที่เชื่อมั่นในศักยภาพและความตั้งใจร่วมมือของมาเลเซีย ซึ่งมาเลเซียดำเนินการอย่างได้ผลหลายประการ เช่น เป็นเจ้าภาพการเจรจาระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับกลุ่มเอ็มไอแอลเอฟอย่างต่อเนื่องที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ จับกุมนายนูร์ มิซัวรี่ ผู้นำกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร ที่พยายามขัดขวางกระบวนการสันติภาพได้เมื่อปี 2545 และจัดตั้งคณะผู้ตรวจสอบการหยุดยิงระหว่างประเทศ โดยมาเลเซียเป็นแกนหลักของคณะ ซึ่งมีภารกิจตรวจสอบการหยุดยิง พิสูจน์ทราบการละเมิดและประสานการปฏิบัติในสนามกับคู่ขัดแย้งใน 5 พื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฟิลิปปินส์ไม่ไว้วางใจที่มาเลเซียที่มักเข้าข้างกลุ่มเอ็มไอแอลเอฟ และมีผลประโยชน์แอบแฝงในธุรกิจขนาดใหญ่ในมินดาเนา ตลอดจนปัญหากรรมสิทธิ์ในรัฐซาบาห์ ทำให้รัฐบาลของนายเบนิโญ อาคีโน ขอเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของมาเลเซียในปี 2554 ซึ่งมีผลทำให้การเจรจามีความคืบหน้า และหลังจากที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพการเจรจาถึง 33 ครั้ง คู่ขัดแย้งได้บรรลุข้อตกลงจัดตั้งเขตปกครองพิเศษบังสาโมโร ขึ้นในตอนใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อ 15 ตุลาคม 2555 คราวหน้าว่ากันต่อครับ