
เสี่ยงกว่าก่อการร้ายสากล
เสี่ยงกว่าก่อการร้ายสากล : เลียบค่าย ชัยกร ใบเงิน
ข่าวที่ว่าประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการก่อการร้ายสากลเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียและติดอันดับ 5 ของโลก ซึ่งยังไม่มีใครยืนยันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร
หลายหน่วยงานปฏิเสธ รวมถึงฝ่ายความมั่นคงและจากสถานทูตสหรัฐเอง
ถึงอย่างไรกระทรวงการต่างประเทศก็คงต้องแก้ข่าวหรือชี้แจงต่อทั่วโลกไปแล้ว
แต่ที่สำคัญตอนนี้คือ เรื่องการดำเนินการป้องกันการสนับสนุนทางการเงินของกลุ่มก่อการร้าย ที่ไทยต้องประกาศรายชื่อผู้ก่อการร้ายสากลตามองค์การสหประชาชาติ
เลขาฯ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) บอกว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้
ตรงนี้ต่างหากที่จะเป็นปัญหากับบ้านเรามากกว่าพวกก่อการร้ายสากลเพราะที่ผ่านมาผู้ก่อการร้ายสากล ส่วนใหญ่มักใช้บ้านเราเป็นที่พักผ่อนมากกว่าจะเข้ามาก่อเหตุ
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าขณะนี้รัฐบาลกำลังพยายามเปิดโต๊ะเจรจากับแกนนำบีอาร์เอ็น พูโล หรือกลุ่มต่างๆ เพื่อยุติความรุนแรงโดยสันติ
ถ้ามีการประกาศรายชื่อผู้ที่ก่อความไม่สงบแล้วหลุดออกมาแพร่ต่อสาธารณะนั่นก็หมายความว่า เครือข่ายหรือเส้นเลือดสำคัญของขบวนการจะถูกเปิดเผย
แปลว่าจากนี้ไปเจ้าหน้าที่ต้องไล่จับไล่ล่าหรือพยายามปิดท่อน้ำเลี้ยงจนกว่าการเคลื่อนไหวจะสะดุด เมื่อไม่มีเงินขบวนการป่วนใต้อาจต้องปรับระบบส่งกำลังบำรุงกันใหม่
ที่แน่ๆ สถาบันการเงินใด ฝ่าฝืนทำธุรกรรมการเงินกับผู้ที่มีรายชื่อตามที่ปปง.ประกาศ จะมีโทษปรับ 1 ล้านบาท และปรับอีก 1 หมื่นบาททุกวัน จนกว่าจะมีการแก้ไข และบุคคลที่ทำธุรกรรมกับผู้ก่อการร้ายจะมีโทษจำคุก 3 ปี
นั่นอาจนำไปสู่เหตุรุนแรงและความขัดแย้งหรือเพิ่มเงื่อนไขมากขึ้นในโต๊ะเจรจา
ขณะเดียวกัน ปปง.ได้มีการตั้งหน่วยข่าวกรองทางการเงินและวิเคราะห์ธุรกรรมที่ถูกส่งเข้ามาสนับสนุนการก่อการร้าย เหมือนกับหน่วยงานของปปง.ทั่วโลก จะยิ่งสร้างแรงกดดันเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งทั้งหมดจะสวนทางกับนโยบายการเจรจาหาช่องทางให้เกิดสันติภาพใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล
ตรงนี้น่าเป็นห่วงมากกว่าข่าวประเทศไทยตกเป็นเป้าการก่อการร้ายเสียอีก



