ข่าว

'ประยุทธ์'สอบข่าวรั่วหวั่นมีไส้ศึก!

'ประยุทธ์'สอบข่าวรั่วหวั่นมีไส้ศึก!

07 เม.ย. 2556

'ประยุทธ์' สั่งสอบ หวั่นมีไส้ศึกบอกข่าวโจรใต้ อ้างไม่รู้นายกฯคนต่อไปชื่อย่อ ป. วอนทุกฝ่ายหยุดตีกันเอง รอฟังศาลโลกตัดสินคดี 'พระวิหาร'

 

                         7 เม.ย. 56  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีคนในเป็นหนอนบ่อนไส้ให้ผู้ก่อการร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา จนเสียชีวิตว่า ตนกำลังตรวจสอบอยู่ว่า เกิดจากสาเหตุใด มีเหตุผลที่ส่อว่า มีไส้ศึกหรือไม่ อย่างไรก็ตามถือเป็นการพิสูจน์ความไว้วางใจเวลาที่จะบรรจุคนเข้ารับราชการ ตั้งแต่ทหาร อาสาสมัคร ทหารพราน ต้องมีการตรวจสอบความไว้วางใจ รวมถึงประวัติการรักษาความปลอดภัยให้เรียบร้อย ตนได้ย้ำเตือนอยู่เสมอ อย่าเพิ่งไปลงความเห็นว่า ใช่หรือไม่ ตนมีความห่วงใยคนที่ทำงานในพื้นที่้ที่ต้องสัญจรไปมากทุกวัน หากบ้านพักอยู่ในพื้นที่อันตรายก็มีความเสี่ยงเป็นสองเท่า

                         ผบ.ทบ.กล่าวว่า ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นบทเรียนว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก สิ่งสำคัญคือ ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่เพราะไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ การทำงานถอยห่างจากประชาชนไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องความปลอดภัยมาตรการรักษาความลับ การจัดกำลังป้องกัน รวมถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเคลื่อนย้าย แต่ถือเป็นเรื่องยากที่ต้องต่อสู้กับคนที่ไม่เปิดเผยตัวตนแต่ตนพอใจที่เรา สามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่งเพราะไม่ได้เกิดเหตุการณ์ทุกพื้นที่ทั้งหมดใน เวลาเดียวกัน ซึ่งเหตุครั้งนี้เป็นข้าราชการระดับสูง แต่ทุกคนชีวิตมีค่าเท่ากัน ไม่อยากให้ไปมองว่า คนระดับรองผู้ว่าฯถูกทำร้ายเพราะทุกคนมีโอกาสถูกทำร้าย หมด อาจจะเป็นตำรวจ ทหาร หรือตนก็อาจจะโดน ขึ้นอยู่กับจังหวะและช่องว่าง ทุกคนต้องระวังตัวเอง

                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มองว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเชื่อมโยงกับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น เพราะสื่อเอาไปเชื่อมโยงกันเอง การดำเนินการดังกล่าวต้องทำคู่ขนานกัน แม้ยังไม่รู้ว่า การไปพุดคุยกับคนพวกนี้จะได้ผลหรือไม่ แต่ถือว่าเป็นการช่องทางการพูดคุย ถ้าได้ก็ดี แต่ตนไม่อยากให้เครดิตว่า เป็นผู้มีอำนาจสั่งการหรือไม่ ตนไม่ให้ความสนใจ และไม่ให้ค่า ตนให้ค่าเพียงว่าใครก็ได้ที่คุยแล้วทำให้สถานการณ์เบาบางลง การทำงานมีสองอย่าง คือ การบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการสันติ อย่าไปให้ความสนใจ และยกระดับคนพวกนี้เพราะเป็นผู้ร้าย

                         "แต่เราก็ให้เกียรติเขามานั่งพูดคุยกันในเวทีอื่นที่ไม่ใช่บ้านเรา ส่วนที่มองว่า หลังพูดคุยกัน เหตุการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น อยากถามว่าตรงไหนที่มากขึ้น เหตุการณ์มีทุกวันตลอด ตราบใดที่คนพวกนี้ยังมีอยู่ และยังไม่ถูกดำเนินคดี ยังไม่ได้นำไปสู่ความต้องการของเขา มันจะเลิกได้อย่างไร เพราะเป็นความขัดแย้งเรื่องความคิดที่ยังไม่ตรงกันจึงต้องไปจูนคลื่นกันให้ติด เพื่อนำไปสู่ความสงบสุขและการหยุดยิงถาวร ผมไม่อยากให้เอาเรื่องนี้ไปเป็นหลักเพราะมันชักไปกันใหญ่แล้ว อย่าไปให้ความสำคัญ อย่าไปให้เครติดมากนักเพราะจะเสียหายต่อประเทศเรา กำลังพลก็ขวัญเสีย ผมได้ย้ำไปหลายครั้งว่ายิ่งพูดคุย ผมยิ่งเข้มงวดเรื่องมาตรการ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาดมากขึ้น และให้มองว่า ถ้าเขาไม่เสียเปรียบแล้วเขาจะมาพูดคุยกับเราทำไม ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่เสียเปรียบ อย่าไปเร่งรัดกันนัก"

                         เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีที่นาวิกโยธินถูกอุ้มไปสังหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นกลุ่มเดิมที่ได้รับผลกระทบจาก 16 ศพ มีความแค้นเคืองและไม่พอใจว่า นาวิกโยธินคนดังกล่าวอาจนำข่าวมาบอกกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องเข้าใจว่าคนทำงานในภาคใต้คือคนในพื้นที่ คนพวกนี้เสี่ยงเพราะถูกจับตามองว่าเป็นผู้ให้ข่าว ถ้าให้เขาต้องแก้แค้นจึงต้องเตือนกำลังพลให้ระวังตัวเวลากลับบ้าน ถ้าไม่จำเป็นก็ไปพักที่อื่น ซึ่งผบ.ทร. และผบ.นย.รับทราบเรื่องนี้แล้วและได้กำชับไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา ขอบอกว่า เหตุการณ์ต่างๆยังไม่ยุติ ตราบใดไม่มีคน มารับผิดชอบและเขายังไม่บรรลุข้อตกลงหรือสิ่งที่ต้องการ

                         "การเจรจายังไม่ถึงไหนจะให้มาจบวันนี้พรุ่งนี้ไม่ได้ เขารบกันมาเป็น 100 ปีแล้ว อย่ามากดดันกัน หากทุกคนมากดดันและคาดหวังว่า มีการเจรจาปุ๊ปแล้วจะต้องเลิก เจ้าหน้าที่ก็ลำบากใจ อย่าไปวิเคราะห์อะไรในสิ่งที่ตัวเองไม่มีพื้นฐาน สำหรับการเจรจายังไม่กรอบกำหนดเวลาว่า ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ อาจต้องใช้เวลา1-2 ปีจึงจะมีแนวโน้มว่า ดีหรือไม่ แต่นี่ยังไม่ถึงสองเดือนจะให้ข้อสรุปได้อย่างไร อย่าเพิ่งไปคาดหวังการเจรจาอะไรเพราะลูกน้องผมเสี่ยงตายในพื้นที่ทุกวัน ใครน่าห่วงใยมากกว่ากัน มาวิจารณ์ว่า ผมส่งลูกน้องลงไปตาย ผมไม่ห่วงลูกน้องหรือ ถ้าพูดแบบนี้อย่าพูดดีกว่า อย่ามาวิเคราะห์อะไร ผมทำมาทุกมาตรการแล้ว ไม่ต้องมาบอก คนไม่มีพื้นฐานเลยมาเขียนข่าวด้านมั่นคง ได้อย่างไร ผมคิดเป็นร้อยอย่าง ทำไปแล้วอาจจะยังไม่ครบ ตรงไหนมีบกพร่องก็ต้องทำต่อไป"

 

อ้างไม่รู้นายกฯคนต่อไปชื่อย่อ ป.

 

                         พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ที่ ขส.ทบ.ก่อนเดินทางไปเป็นประธานพิธีรับมอบอาคารประกอบศาสนากิจจากอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช. ที่จ.เชียงใหม่

                         "ผมไม่ทราบว่า ท่านจะเป็นโหรอะไรหรือไม่ ปกติแล้วท่านเป็นโหรมาก่อนหน้านี้แล้ว อย่าไปโทษว่า ท่านเป็นโหรคมช. เพราะที่ผ่านมามีประชาชนไปหาท่านมาโดยตลอด ผมเห็นใครถามอะไร ท่านก็ตอบหมด ส่วนกรณีที่ อาจารย์วารินทร์ เคยทำนายว่า นายกรัฐมนตรีคนต่อไปมีชื่อ ย่อ ป.นั้น ผมไม่รู้ และไม่ได้ฟัง เพราะตอนนี้ยังไม่ได้มีการเลือกตั้ง สำหรับตัวย่อ ป.มีเยอะแยะไป คงไม่ใช่ผมหรอก เพราะนายกรัฐมนตรี ต้องมาจากกระบวนการเลือกตั้งและคัดสรรของรัฐสภา เป็นเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตย ตอนนี้สภายังอยู่แล้วจะมีนายกฯใหม่ได้อย่างไร"

 

วอนทุกฝ่ายหยุดตีกันเอง รอฟังศาลโลกตัดสินคดี 'พระวิหาร'

 

                         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ จำนวน 100 กว่าคนจะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร บริเวณเขาพระวิหารในช่วงที่มีการชี้แจงต่อศาลโลกในวันที่ 15 เม.ย.นี้ ว่า ตนได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 เข้าไปดูแลกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติแล้วและเข้าไปทำความเข้าใจคนในพื้นที่ว่า ระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนการขึ้นศาลโลก ซึ่งต้องทำตามกติกาของศาลโลก ในโลก ปัจจุบันที่ทุกประเทศยอมรับกัน ส่วนการตัดสินจะผิด หรือถูกอย่างไร ก็ว่ากันไปตอนนี้ต้องรอคำตัดสินของศาลโลก แล้วจะทำอย่างไรกันต่อต้องไปว่ากันอย่าไปเอาสิ่งเลวร้ายมาพูดกันในวันนี้ เรื่ิองที่ยังไม่เกิดขึ้นก็ยังไม่สามารถไปทำอะไรได้ มันก็ทะเลาะกันอย่างนี้

                         เมื่อถามว่า หากมีเหตุการณ์คนประท้วงกับคนในพื้นที่มาปะทะกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันมีกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แล้วอยากให้เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าไม่อยากให้คนไทยชนกันเอง อย่านำเสนอข่าวแบบให้เสี้ยมมาชนกัน วันนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ และคนนอกพื้นที่ ให้ชี้แจงให้หยุดอยู่กับที่ ทุกฝ่ายต้องหยุดกัน เพราะตอนนี้ยังไม่เกิดอะไรขึ้นจะไปตีกันเองทำไม ยังไม่ได้เสียอะไรเลย ตอนนี้ส่งเจ้าหน้าที่กั้นทุกด่าน ทุกพื้นที่ ตนถามว่าจะกันได้มากแค่ไหน ท้ายสุดแล้วก็จะหาว่าใช้ความรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่ก็ทำเต็มที่แล้ว ทางกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามขอขึ้นไปบนเขาพระวิหาร หากกลุ่มผุ้ชุมนุมขึ้นไปแล้วไม่ลงมาจะทำอย่างไร ตนถามว่าแล้วทหารจะไม่รักพื้นที่หรืออย่าไร

                         "ถ้าหากเขาไม่รักเขาจะอยู่เขาพระวิหารทำไม กลับกลายเป็นว่าคนที่ชุมนุมเรียกร้องกลับเป็นคนที่รักดินแดนไทย แต่ทหารที่ไปกินนอนที่เขาพระวิหาร ทุกวันทุกคืน 24 ชั่วโมง กลายเป็นพวกไม่รักชาติ ถ้าคิดไม่เป็นก็ช่วยอะไรไม่ได้"