ข่าว

ชลประทานกักน้ำทำถนนทรุด

ชลประทานกักน้ำทำถนนทรุด

07 เม.ย. 2556

"ชลประทาน" กักน้ำทำถนนแตกแยกทรุดตัว ชาวนาเร่งขุดร่องน้ำกลัวนาข้าวเสียหาย

 

          วันที่ 7 เม.ย.56 ชาวบ้านอำเภอหนองเสือ จ.ปทุมธานี ทั้งเจ็ดตำบลในเขตพื้นที่ตั้งแต่คลองเจ็ดไปถึงคลองสิบสอง ชาวนาชาวสวนส้ม และผู้ปลูกหญ้านวลน้อยต่างๆ ได้รับผลกระทบจากชลประทานรังสิตเหนือหยุดจ่ายน้ำเข้าคลองส่งน้ำต่างๆ ในพื้นที่อำเภอหนองเสือ ทั้งเจ็ดตำบล เป็นเหตุให้น้ำในคลองลดลงเหลือเพียงก้นคลอง ทำให้ชาวบ้านที่ได้ปลูกข้าวทำนาไปแล้วนับหมื่นไร่ ต้องใช้พลั่วขุดดินริมคลองเปิดร่องน้ำเพื่อที่จะวางท่อสูบน้ำที่เหลือก้นคลองเข้าแปลงนา ซึ่งตลอดทั้งคลองน้ำแห้งขอดหมดแล้ว
 
          ชาวนารายหนึ่ง ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ที่ปลูกไว้ก่อนที่จะมีการประกาศห้ามทำนา เปิดเผยว่าขณะข้าวเริ่มออกรวงแล้วแต่ไม่มีน้ำที่จะไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวซึ่งจะส่งผลกระทบให้เมล็ดข้าวหลีบและเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างต่อชาวนาจึงอยากวอนให้ทางชลประทานส่งน้ำเข้ามาเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังจะตาย  ซึ่งในการประกาศห้ามทำนาในช่วงฤดูเลี้ยงของทางราชการ  พวกตนเข้าใจดีเพราะชาวนาส่วนใหญ่เช่าที่ทำนา  เมื่อไม่ทำก็ไม่มีเงินให้ค่าเช่านา เพราะเจ้าของนาเขาไม่ได้หยุดเก็บค่าเช่าพวกตนจึงต้องดิ้นรนอย่างที่เห็น ช่วงนี้ถ้ามีฝนฟ้าตกลงมาบ้างก็ถือว่าเป็นความโชคดีของชาวนา  ส่วนชาวนารายอื่นที่พอมีเงินก็หยุดทำเพรากลัวไม่มีน้ำ
 
          ส่วนที่ถนนเลียบคลองสิบเอ็ดฝั่งตะวันออก มุ่งหน้าไปหนองแค  บริเวณ ม.12 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี กม.ที่ 8 ถนนแตกร้าว และแยกออกกลางถนนเป็นที่น่ากลัวมากหากผู้ที่ขับรถผ่านไปมาไม่เคยเส้นทางอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งมีความลึกกว่า 1.50 เมตร ระยะทางยาวกว่า 200 เมตร และถนนจะทรุดตัวแตกแยกเป็นจุดๆตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะที่คลองแปด ต.บึงบอน คลองเก้า ต.บึงกาสาม คลองสิบเอ็ด ต.หนองสามวัง ถนนเลียบคลองที่สองฝั่งถนนเริ่มทรุดตัวเพิ่มมากขึ้น
 
          ทางด้านนายอนุกูล สุริยะสวัสดิ์ นายก อบต.หนองสามวัง กล่าวว่าเมื่อวานนี้ตนตรวจดูถนนมีเพียงรอยร้าวเท่านั้น แต่วันนี้รอยร้าวกับแตกแยกเป็นร่องกว้างขึ้นกว่า 30 ซม.ลึกลงไปเกือบสองเมตร ส่วนสาเหตุมาจากทางกรมชลประทานรังสิตเหนือได้สั่งหยุดปล่อยน้ำจากคลองระพีพัฒน์ เข้าคลองซอยต่างๆ ตั้งแต่คลองเจ็ดไปถึงคลองสิบสอง เมื่อวันจันทร์ที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงทำให้ชาวนา และชาวสวน ที่ต้องใช้น้ำได้ตั้งเครื่องสูบน้ำเข้าไร่จึงทำให้น้ำแห้งคลองและบางคลองคนเดินข้ามได้ด้วย และหากชลประทานรังสิตเหนือไม่ปล่อยน้ำเข้าคลองถนนทุกสายในพื้นที่จะทรุดตัวไหลลงคลองไปทั้งหมดและจะเสียหายมากกว่านี้อีกหลายร้อยเท่า
 
          ขณะที่นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้รับรายงานจากนายวรณัฎฐ หนูรอด นายอำเภอหนองเสือ ถึงปัญหาชลประทานไม่ยอมปล่อยน้ำเข้าคลอง ทำให้ถนนสายเลียบคลองทั้งสองฝั่งตั้งแต่คลองเจ็ดไปถึงคลองสิบสอง ได้รับความเสียหายจากถนนทรุดตัวลงไปในคลอง ซึ่งหากไม่ปล่อยน้ำเข้าจะต้องหางบประมาณจำนวนมหาศาลมาทำถนนใหม่ทุกเส้นทาง ซึ่งในวันที่ 8 เม.ย.56 จะประสานชลประทานจังหวัดช่วยปล่อยน้ำเข้าไปช่วยอุ้มถนนไม่ให้พังไปมากกว่านี้
ชาวสวนกล้วยหอมได้รับผลกระทบอย่างหนักวอนชลประทานปล่อยน้ำเข้าคลองด้วย
 
          นายบรรจง อินศิริ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ม.6 ต.ศาลาครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เกษตรกร ผู้ปลูกกล้วยหอมได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ทางกรมชลประทานได้งดจ่ายน้ำเข้าคลอง ทำให้ชาวสวนกล้วยหอมนับพันไร่ประสบปัญหา สวนกล้วยขาดน้ำต้นไม่สมบูรณ์ออกลูกมาแล้วขายไม่ได้ราคา จะต้องชั่งกิโลขายเพียง กิโลละ 5 บาทเท่านั้น และหากเครือกล้วยหอมสมบูรณ์พ่อค้าจะรับซื้อในราคาเครือละ 140 บาท จึงทำให้ชาวสวนกล้วยหอมต้องขาดทุนกันจำนวนมาก
 
          ซึ่งขณะนี้พวกตนและชาวสวนกล้วยหอม ต้องช่วยกันลงขันว่าจ้างรถแบคโฮจำนวนหลายหมื่นบาทมาขุดลอกคูคลองกันเองเพื่อให้น้ำในคลองไหลเข้าคลองย่อยเพื่อนำน้ำไปใช้ในสวนกล้วยหอม และหากน้ำในคลองยังไม่มีการปล่อยน้ำมาชาวสวนกล้วยหอมคงจะหมดตัวแน่ และถ้าชลประทานยังไม่ปล่อยน้ำมาก่อนกลางเดือนเมษานี้ ชาวอำเภอหนองเสือจะรวมตัวกันไปเรียกร้องที่หน้ารัฐสภาแน่นอน  เพราะทุกๆ ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีประกาศให้ชาวสวนกล้วยงดทำการปลูกเนื่องจากจะไม่มีน้ำส่งมาในคลอง  มาทราบว่าทุกวันนี้กรมชลประทานบริหารจัดการแบบไหนจึงเดือดร้อนกันทั้งประเทศ