ข่าว

คุมเข้ม'ลดอุบัติเหตุ'7วันแห่งสุขสงกรานต์

คุมเข้ม'ลดอุบัติเหตุ'7วันแห่งสุขสงกรานต์

07 เม.ย. 2556

คุมเข้ม'ลดอุบัติเหตุ' 7วันแห่งสุข..สงกรานต์ : สัมภาษณ์พิเศษ : พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ

 

                เทศกาลสงกรานต์ทุกปีเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนต่างเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเพื่อไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ตามประเพณีกันแบบไทยๆ โดยที่ทุกหน่วยงานพยายามหามาตรการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วง 7 วันอันตรายกันอย่างเข้มข้น ในปีนี้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. จะมีมาตรการลดอุบัติเหตุในเทศกาลแห่งความสุขนี้อย่างไร

-แนวทางการลดอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ปีนี้

                เรานำบทเรียนในปีก่อนๆ มาศึกษาทบทวนถึงแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุ ช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งสงกรานต์ปี 2555 และปีใหม่ 2556 ศึกษาจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด เสียชีวิตน้อยที่สุด บาดเจ็บน้อยที่สุด อย่าง จ.ตราด จ.นครนายก จ.หนองคาย จ.อุตรดิตถ์ ที่การเสียชีวิตเป็นศูนย์ มาเป็นแนวทางในการศึกษา และไม่ละเลยที่จะศึกษาในจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เสียชีวิตมากที่สุด บาดเจ็บมากที่สุด

                ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ปัจจัยหลักมาจาก "ความเมา" มาเป็นอันดับแรก "ความเร็ว" มาเป็นอันดับที่สอง รองมาเป็น "จักรยานยนต์" ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งมักจะเกิดเหตุในช่วงหลังสี่โมงเย็นไปต้นไป และเกิดขึ้นในถนนสายรอง ถนนที่ชาวบ้านขับด้วยความสะดวกสบาย ไม่ระมัดระวัง และพาหนะที่เกิดเยอะที่สุดคือ รถจักรยานยนต์ จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากโรงพักทั้ง 1,465 สถานี ก็นำแนวคิดนี้มาขยาย ปรับสภาพมาเป็นมาตรการในช่วงสงกรานต์เพื่อลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นให้ได้ โดยประมวลจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 3,124 ครั้ง (เฉลี่ย 447 ครั้งต่อวัน) ผู้เสียชีวิต 320 คน (เฉลี่ย 46 คนต่อวัน) และผู้บาดเจ็บ 3,320 คน (เฉลี่ย 474 คนต่อวัน)

-ปีนี้จะเข้มงวดกว่าปีที่ผ่านมาอย่างไร

                สงกรานต์ปีนี้จะอยู่ภายใต้แนวคิด "สงกรานต์เป็นสุข ทุกคนปลอดภัย ร่วมใจรักษาวัฒนธรรม" เริ่มกันตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ออกเป็น "มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2556" ขึ้น มีการประชุมเตรียมความพร้อม การปฏิบัติซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ 1.ช่วงเตรียมความพร้อมระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2.ช่วงการรณรงค์ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม-10 เมษายน และ 3.ช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน เพื่อรองรับการอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้ทุกหน่วย เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ แผนการปฏิบัติ ข้อมูลเส้นทางการจราจร

                โดยให้บูรณาการความร่วมมือกับเครือข่าย ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งทางภาครัฐและเอกชน และอาสาสมัครภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่ทำงานรณรงค์ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนเข้ามามีส่วนร่วม และให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ตั้งแต่ บช., บก.ภ.จว. และระดับหัวหน้าสถานี เป็นผู้บริหารจัดการ กำชับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความอบอุ่นใจ โดยจะเน้นย้ำตำรวจว่า เราต้องมีจิตอาสาในการให้บริการประชาชน ให้เกิดความสะดวกและปลอดภัย และต้องเสียสละอดทน เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็ต้องทน และหัวหน้าสถานีทั่วประเทศต้องอยู่พื้นที่เพื่อคอยแก้ไขปัญหานี้ด้วยและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้

-จัดพื้นที่โซนนิ่งหรือไม่

                ก็จะมีการกำหนดเขตพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ (โซนนิ่ง) ที่ชัดเจน ใช้พื้นที่ที่มีอยู่แล้วตามท้องที่ โดยเดิมคือจุดที่เล่นกันได้อยู่แล้ว จะจัดเป็นโซนนิ่งขึ้น หรืออาจจะหาพื้นที่ใหม่ที่เป็นพื้นที่ว่าง และส่วนที่เล่นตามธรรมชาติเล่นตามตรอกซอกซอย ก็ไม่ได้ห้าม แต่ขอให้เล่นให้สุภาพ เราก็มีข้อเสนอที่จะจัดโซนนิ่งให้ปราศจากแอลกอฮอล์ในบริเวณนั้น ถ้ามีการฝ่าฝืนเราก็มีการจับกุม และภายในโซนนิ่งนี้จะไม่มีการนำรถเข้ามา แต่จะมีที่จอดรถเพื่อความสะดวกแก่คนที่มาเล่นสงกรานต์ จะได้ไม่โดนรถเฉี่ยวชน การจัดโซนนิ่งคือสะดวกปลอดภัย และความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรกเลย เราจึงมีการจัดโซนนิ่งขึ้น แต่ละจังหวัดเขาก็จะมีโซนนิ่งที่จัดขึ้น และเล่นน้ำตามประเพณีที่ดีงาม คือ สุภาพ ห้ามใช้แป้งที่ผสมสี น้ำแข็ง หรือปืนฉีดน้ำแรงดันสูง รวมทั้งแต่งกายไม่โป๊ ไม่เปลือย ไม่ยั่วยวน

-ประเมินอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตรายไว้อย่างไร

                ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นการป้องกันและลดอุบัติเหตุ เน้นป้องกันมากกว่าให้เหตุมันเกิด โดยการร่วมมือกับทุกภาคส่วน เราตั้งเป้าว่าให้เกิดอุบัติเหตุ หรือมี "ผู้เสียชีวิตให้น้อยที่สุด" จะเอาห้วง 7 วันอันตรายที่หลายคนเรียก แต่เราอยากเรียกว่า "7 วันแห่งความปลอดภัย" สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะมอบความปลอดภัยและความอุ่นใจให้แก่พี่น้องประชาชน ท่าน ผบ.ตร.ก็ย้ำต้องให้ความสะดวกและความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนในการที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา เดินทางไปและกลับอย่างปลอดภัย เชื่อว่าน่าจะมีคนเดินทางกลับเป็นจำนวนหลักล้านคน เพราะปีนี้จะหยุดหลายวัน เท่าที่ประเมินบางส่วนจะเดินทางตั้งแต่สัปดาห์หน้า บางคนก็ลาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แต่ที่คาดคะเนว่าจะเยอะมากที่สุดคือวันที่ 11 เมษายน น่าจะเริ่มกันตั้งแต่ตอนบ่าย ถนนพหลโยธิน สายมิตรภาพ สายเอเชีย สายสุขุมวิท สายเพชรเกษม จะหนาแน่นมาก ตอนออกจะทยอยกันออก แต่ตอนกลับน่าห่วงเพราะจะกลับพร้อมๆ กัน เสร็จจากการเยี่ยมญาติพี่น้อง การไปท่องเที่ยว คนก็จะกลับมาวันที่ 17 เมษายน การจราจรก็น่าจะติดขัดมากกว่าวันที่ไป

                มีการเตรียมตำรวจด้านจราจรไว้ 8 หมื่นนาย ที่รวมทั้งจราจร สายตรวจ และธุรการ มาคอยอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน และได้อาสาสมัครมาอีก 4 หมื่นคน รวมกันแล้วเป็น 120,000 นาย มาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อตั้งด่านจุดตรวจ จุดสกัด และจุดบริการประชาชน โดยเรามีจุดเสี่ยงจากการให้ทุกพื้นที่สำรวจในภาวะปกติ หรือเหตุการณ์ช่วงปีใหม่จากสภาพการจราจร และกายภาพของถนน เข้าข่ายเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ทั่วประเทศรายงานมา 2,222 จุด เมื่อสำรวจเสร็จแล้วก็มาประมวลเหตุการณ์และให้ตำรวจทางหลวงไปสำรวจ พบว่า จาก 2,222 จุดนั้น มีจุดเสี่ยงจุดอันตรายที่ควรจะรับทราบเพื่อหลีกเลี่ยง ก่อนจะนำไปดำเนินการติดป้ายเตือนและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนดูแลประจำหยุด มีการเปิดไฟวับวาบให้ระวัง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุด้วย

-เข้มงวดกับความเมา-ความเร็ว ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างไร

                แอลกอฮอล์เรามีการรณรงค์ในภาวะปกติ ให้ความตระหนักความสูญเสียที่เกิดขึ้น หรือการขับรถเร็ว และเราจะมีมาตรการเข้มข้น จะมี "ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วทั่วประเทศ" จะตรวจแอลกอฮอล์ ใช้ทั้งสุ่มตรวจและตรวจทั่วไปด้วย จะออกตรวจทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร โทษคือจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ รวมทั้งการขับขี่ การเล่นสาดน้ำในลักษณะที่อันตรายในช่วงวันที่ 13-14 เมษายน นอกจากนี้ให้ตระเวนสอดส่องไม่ให้มีการใช้ความเร็วสูง นอกจากกล้องตรวจจับความเร็วโดยเฉพาะรถกระบะที่บรรทุกคนเล่นน้ำตระเวนสาดน้ำตามท้องถนนด้วย มีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้สูง รวมทั้งยังสุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันการลักลอบจำหน่ายสุราด้วย ซึ่งเรื่องแอลกอฮอล์นั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากจะที่ให้เขาเชื่อ ต้องยอมรับว่า คนไทยดื่มสุราเป็นจำนวนมาก และเป็นประเพณีในการสังสรรค์ร่วมกันในการพบปะ คือดื่มได้ แต่ควรจะอยู่ในที่ตั้ง อย่าออกมาขับรถ ถึงแม้ว่าเป็นสิ่งที่ยาก แต่เราก็ต้องทำความเข้าใจกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้ตระหนักถึงพิษภัยว่า ปีที่ผ่านมาเราเกิดการสูญเสียอย่างไร ใครห่วงใยกันก็ต้องช่วยกันเตือน ตำรวจฝ่ายเดียวก็คงห้ามไม่อยู่

-ฝากเตือนประชาชนให้เตรียมตัวเดินทางอย่างไร

                ตัวคนขับเองต้องเตรียมความพร้อม ร่างกายต้องสดชื่น ช่วงนี้อากาศร้อนจัด จะเพลียง่าย เมื่อง่วงแล้วก็ควรจะหาจุดพักตามสถานีบริการทางหลวง หรือปั๊มน้ำมันที่ปลอดภัย ต้องพัก อย่าฝืน หรือระยะเส้นทางไกลควรจะมีคนขับสำรอง คนที่นั่งไปด้วยต้องคอยดูว่าคนขับมีอาการเพลีย มีอาการง่วงหรือไม่ ต้องช่วยกัน คนขับต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายและต้องมีสมาธิ และต้องรู้เส้นทาง มีการวางแผนการเดินทาง หลีกเลี่ยงจุดที่เป็นอันตราย และในเวลาพลบค่ำหรือเวลากลางคืนไม่ควรจะขับรถ ส่วนของตัวรถควรจะเตรียมรถให้ดี ตรวจเช็กสภาพรถ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ระบบไฟตอนนี้มีอาสาสมัครส่งมาช่วยตามริมทางตามสถานีตำรวจต่างๆ หรือสอบถามได้ที่ 1193 เบอร์ของตำรวจทางหลวง และสุดท้ายบริบทสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เวลาการเดินทาง สภาพเส้นทาง พบเห็นอะไรก็สามารถแจ้งได้ที่ 1193 ตำรวจทางหลวง

หวังว่าสงกรานต์ปีนี้ทุกคนจะเดินทางกันอย่างปลอดภัย ไม่ให้เป็น 7 วันอันตราย แต่ขอให้เป็น 7 วันแห่งความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ครับ!!

ระวัง 10 ถนนเสี่ยง!!

                 1.กม.77-78 ทล.1 ถ.พหลโยธิน ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเป็นทางโค้ง

                2.กม.27-30 ทล.2 ถ.มิตรภาพ ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เป็นทางลงเขาลาดชันคดโค้งหักมุมต่อเนื่อง

                 3.บริเวณจุดก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ทางหลวงหมายเลข 35 ถ.พระราม 2 ระหว่าง กม.18-18 (ขาเข้าและขาออก) เป็นช่องทางเบี่ยงอยู่ในระหว่างก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ

                4.โค้งหัวสะพาน (ขาล่องใต้) ทล.4 กม.151-152 ต.หัวสะพาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นทางโค้ง

                5.ทางหลวงหมายเลข 331 กม.125-126 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นทางลงเนินและมีทางแยกซับซ้อนทำให้รถที่วิ่งลงเนินมาเมื่อเจอกับรถที่ออกจากทางแยก ซอย ไม่สามารถหยุดรถได้ทันจึงเกิดเหตุชนกัน

                6.ทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์-ปักธงชัย ระหว่าง กม.42-46 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี สภาพเป็นทางขึ้นลงเขาลาดชัน โค้งตัวเอส มี 2 ช่องจราจร

                7.ทางหลวงหมายเลข 12 กม.14-15 (เนินห้วยหินฝน) ต.แม่ปัก อ.แม่สวด จ.ตาก เป็นทางโค้งลงเนิน ชันและหักศอก

                8.ทางหลวงหมายเลข 11 พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ระหว่าง กม.30-40 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เป็นทางลงเขา ไม่มีแสงสว่าง ผู้ใช้รถมักจะหลับในทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

                9.ทางหลวงหมายเลข 125 เสี่ยงเมืองสุโขทัย-ตาก ระหว่าง กม.26-27 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย เป็นทางโค้งมีเกาะกลางถนน

                10.ทางหลวงหมายเลข 348 กม.42-43 ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เป็นทางโค้งซ้ายและโค้งขวา รูปตัวเอส มีเส้นปะให้แซงในช่วงกลางตัวเอส

.............................

(หมายหตุ  : คุมเข้ม'ลดอุบัติเหตุ' 7วันแห่งสุข..สงกรานต์  : สัมภาษณ์พิเศษ : พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร.  โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)