
'น้องเอย'ยังโคม่า!ก้านสมองทำงานลดลง
แพทย์เผย'น้องเอย'ยังโคม่า การทำงานก้านสมองลดลง อวัยวะหลายระบบเริ่มทำงานล้มเหลว ด้านตร.จ่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องลืมหนูน้อย3ขวบในรถตู้
6 เม.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการของ ด.ญ.มนัสนันท์ ทองภู่ หรือ "น้องเอย" อายุ 3 ขวบ นักเรียนโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ ที่ถูกลืมทิ้งไว้ในรถตู้ จนเกิดอาการสมองบวมเนื่องจากขาดออกซิเจนเป็นเวลานานนั้น ทางคณะแพทย์ รพ.กรุงเทพ แถลงความคืบหน้าอาการล่าสุดของน้องเอย ว่า อาการเบื้องต้นยังวิกฤติ ต้องพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูต่อไป โดยการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตยังต้องใช้ยากระตุ้นปริมาณมาก การทำงานของก้านสมองลดลง ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น ที่สำคัญที่สุด อวัยวะหลายระบบเริ่มทำงานล้มเหลว เช่น หัวใจ ตับ และระบบประสาทส่วนกลาง ภาวะการทำงานของอวัยวะล้มเหลวดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากการขาดออกซิเจนอย่างรุนแรงตั้งแต่เริ่มต้น ทีมแพทย์ในห้องไอซียูยังคงดูแลและทำการรักษาอย่างสุดความสามารถ และติดตามสัญญาณชีพจรอย่างใกล้ชิด
ตร.จ่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องลืม"น้องเอย"ในรถตู้
คืบหน้าคดีน้องเอย หนูน้อยวัย 3 ขวบที่ถูกลืมอยู่ภายในตู้รับส่งนักเรียนนานกว่า 4 ชั่วโมง จนหมดสติสมองบวม ตับทำงานผิดปกติ ม่านตาขยายเพิ่มขึ้น อาการยังโคม่า แพทย์ระบุการผ่าตัดสมองเป็นหนทางสุดท้ายที่ต้องทำส่วนทางด้านคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบปากคำ แต่ก็สอบได้เพียงคนเดียว คือครูพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นคนปิดประตูรถ ส่วนอาจารย์สอนคอมพิวเตอร์ ลูกเขยเจ้าของโรงเรียนยังล่องหล ไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันทางด้านนางปวีณา หงส์กุล ประธานมูลนิธิ ปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางมาเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของน้องเอย ที่ยังเป็นเจ้าหญิงนิทรา อยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลกรุงเทพ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบโรงเรียนที่เกิดเหตุเข้าไปนั่งรถตู้ด้วยตัวเอง ด้านผู้การปากน้ำสั่งให้เจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าทำการเก็บหลักฐานเพิ่มเติมภายในรถตู้ แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของโรงเรียนแต่อย่างใด ไม่ยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ
พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางปู สมุทรปราการ กล่าวว่า สำหรับในคดีนี้ ในตอนแรก ๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เหมือนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่มาพอระยะหลัง ๆ กลับไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เท่าที่ควรแม้ว่าจะทางเจ้าหน้าที่จะได้เรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบปากคำ ซึ่งตอนแรกก็รับปากแต่มาตอนหลังกลับขอเลื่อนนัดไปเรื่อย ๆ และไม่ยอมมาพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด แม้กระทั้งเจ้าของโรงเรียนที่อ้างว่าป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบางนา 5 แต่มาถึงตอนนี้จะติดต่อกับใครก็แล้วแต่ไม่มีใครให้ความร่วมมือแต่อย่างไรโทรศัพท์เข้ามือถือก็ไม่รับ ในวันนี้จึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีออกหมายเรียก ให้เจ้าหน้าที่สายตรวจนำไปส่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 ด้วยตัวเองหากไม่มีใครรับหมายเรียกให้ทำการปิดหมายไว้หน้าบ้านและถ่ายรูปกลับมาเป็นหลักฐาน โดยในหมายเรียกได้ระบุให้บุคคลทั้ง 3 เข้าพบพนักงานสอบสวนที่โรงพัก สภ.บางปู ในเวลา 10.00 น. ซึ่งในขณะนี้ยังเป็นเพียงคดีแพ่ง เราสามารถออกหมายเรียกได้ 2 ครั้ง หากยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนอีกก็จะขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ และถึงว่าเป็นการจงใจหลีกเลี่ยงที่จะไม่มาพบพนักงานสอบสวน



