ข่าว

'สุรพงษ์'แจงไร้เหตุปะทะในพม่า

'สุรพงษ์'แจงไร้เหตุปะทะในพม่า

06 เม.ย. 2556

'ปึ้ง' แจงไร้เหตุปะทะในพม่า ชี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด พร้อมวอนกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติชุมนุมสันติ เผย 'กต.-ทำเนียบฯ' ตั้งวอร์รูมติดตามสู้คดีพระวิหาร

 

                        6 เม.ย.56 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ปะทะของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายกับทหารพม่าบริเวณฝั่งพม่าด้านชายแดน จังหวัดระนองว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด เนื่องจากทหารของพม่าได้ลาดตระเวนไปแล้วเกิดไฟไหม้ขึ้น ทำให้เกิดการปะทุซึ่งมีเสียงจากเพลิงไหม้ออกมา

                        “ขณะนั้นพลทหารของพม่าได้วิทยุทหารสื่อสารเพื่อส่งข่าวซึ่งระหว่างนั้นเสียงที่ได้ยินจากการปะทุของเพลิงไหมจึงนึกว่าเป็นเสียงปืน นอกจากนั้นที่มีกระแสข่าวว่ามีการเสียชีวิตนั้นก็ไม่เป็นความจริง และทหารพม่าจำนวน 13 นายที่สูญหายก็เนื่องจากเกิดการพลัดลงกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังหาไม่พบ” นายสุรพงษ์ กล่าว

 

'สุรพงษ์' วอนกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติชุมนุมสันติ

 

                        นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติจะเดินทางไปยังบ้านภูมิซรอล อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีษะเกษ เพื่อปักหลักชุมนุมในช่วงที่มีการแถลงด้วยวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ระหว่างวันที่ 15-19 เม.ย.นี้ ในคดีที่ประเทศกัมพูชายื่นขอตีความคำพิพากษาของศาลโลกในคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี พ.ศ.2505 ว่า การชุมนุมดังกล่าวจะไม่มีผลต่อการพิจารณาของศาลโลกในคดีนี้ อย่างไรก็ตามแม้การชุมนุมเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ควรเป็นไปโดยสันติ และอย่าก่อเรื่องที่สร้างความเข้าใจผิดระหว่างกัน ขณะที่การที่ฝ่ายไทยชี้แจงด้วยวาจาต่อศาลโลกครั้งสุดท้ายนี้จะยังไม่มีการตัดสินใดๆ เพราะศาลโลกจะตัดสินเรื่องนี้ในเดือน ก.ย.หรือ ต.ค.นี้ ทั้งนี้ตนคิดว่าประชาชนควรรับฟังการถ่ายทอดสดการแถลงด้วยวาจาของฝ่ายไทยและกัมพูชาว่าแต่ละฝ่ายได้หยิบยกประเด็นใดมาบ้าง โดยตนเชื่อว่าถ้าประชาชนคนไทยได้ฟังการชี้แจงต่อสู้คดีในศาลโลกแล้ว ก็เข้าใจเรื่องต่างๆมากขึ้น ดังนั้นผู้ที่ไปชุมนุมควรระมัดระวัง ไม่ยุยง ไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด หรือทำให้เกิดความวุ่นวายตามแนวชายแดน เพราะประชาชนในพื้นที่นี้ก็อยู่อาศัยด้วยความสุข ตนจึงไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นมูลเหตุเหมือนน้ำผึ้งหยดเดียว

                        เมื่อถามว่าเป็นเพราะรัฐบาลยังประชาสัมพันธ์ข้อมูลไม่เข้าถึงประชาชนใช่หรือไม่ จึงยังมีประชาชนบางส่วนจะไปชุมนุมและแสดงออกในวิธีเช่นนี้ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ผู้ที่ไปประท้วงอย่างนั้น ไม่ว่าเราจะชี้แจงกับเขาอย่างไร เขาก็มีความเข้าใจที่แตกต่างกับคนอื่นอยู่แล้ว เพราะยึดความคิดของเขาเป็นหลัก ไม่ต้องการที่จะทำความเข้าใจอะไรเลย ซึ่งเราก็ห้ามเขาไม่ได้ แต่ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นไม่ถูกต้อง ก็ขอให้ช่วยกันแนะนำบอกกับเขาว่าควรคิดใหม่ เพราะคดีปราสาทพระวิหารได้จบสิ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2505 ไปแล้ว ซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยแล้วว่าตัวปราสาทฯเป็นของกัมพูชา แต่ในตอนนี้เป็นการต่อสู้ในกรณีที่เกิดความขัดแย้งกันในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งทำให้กัมพูชายื่นเรื่องต่อศาลโลกให้ตีความคำพิพากษาดังกล่าวใหม่อีกครั้ง

                        นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า เราเตรียมขั้นตอนการต่อสู้คดีนี้ไว้หมดแล้ว จึงขอให้ประชาชนรอรับฟังคำชี้แจงต่อศาลโลกในวันที่ 15, 17-18-19 เม.ย.นี้ ซึ่งเราให้มีการถ่ายทอดสดทุกคำพูดและทุกขั้นตอน โดยออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เป็นหลัก สำหรับประเด็นใดที่มีความอ่อนไหวและเรากังวลว่าประชาชนจะไม่เข้าใจนั้น เราได้จัดทนายความคณะพิเศษที่จะมาชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และนอกจากกระทรวงการต่างประเทศจะจัดตั้งศูนย์ข่าวเพื่อติดตามเรื่องนี้แล้ว ในส่วนของทำเนียบรัฐบาลก็จัดตั้งวอร์รูมที่มีนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลหลัก ในการติดตามและประสานงานกับศูนย์ของทางกระทรวงฯ ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเฝ้าติดตามการถ่ายทอดนี้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทีมงานของทั้ง 2 แห่งนี้จะมีการเก็บข้อมูลและพร้อมรับมือเตรียมการแก้ปัญหาหากเกิดปัญหาในการถ่ายทอดสด