
ใช้เงินวันหยุด
ใช้เงินวันหยุด : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
นั่งมองปฏิทินเพื่อพบว่า เดือนเมษายนที่อากาศร้อนระอุแบบนี้ มี "วันหยุด" เยอะเหลือเกิน และล้วนเป็นวันหยุดต่อเนื่อง แบบต่อเนื่องจริงๆ
เคยมีคนแชร์ผ่านเฟซบุ๊กต่อๆ กันมา ประมาณว่า ปีนี้เป็นปีที่มี "วันหยุดต่อเนื่อง" มากที่สุดปีหนึ่งเลยทีเดียว แต่ถึงหยุดต่อเนื่องขนาดนี้ แต่ล่าสุดมีผลสำรวจที่น่าสนใจซึ่งจัดทำขึ้นโดย Hotels.com ว่าด้วยเรื่องของจำนวนวันหยุดในแต่ละประเทศทั่วโลก และพบว่า “รัสเซีย” เป็นประเทศที่มีวันหยุดทั้งช่วงเทศกาลประจำปีและวันหยุดแบบลาพักร้อนรวมกันมากที่สุดในโลก โดยมีวันหยุดมากถึง 40 วัน
ผลสำรวจนี้เป็นการสำรวจ “วันหยุด” ของประเทศต่างๆ กว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยพบว่า จำนวนเฉลี่ยของวันหยุดรวมกันคือ 28 วัน ซึ่งมี “รัสเซีย” เป็นแชมป์วันหยุด ตามมาด้วยอิตาลีและสวีเดน ที่มีจำนวนวันหยุดเท่ากันที่ 36 วันต่อปี ขณะที่แคนาดาและเม็กซิโก กลายเป็น 2 ประเทศที่มีจำนวนวันหยุดน้อยที่สุดที่ 15 และ 13 วันต่อปีตามลำดับ
และเมื่อดูจำนวนวันหยุดประจำปีของธนาคารประเทศต่างๆ พบว่า อาร์เจนตินาขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้วยจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่มีมากถึง 19 วันต่อปี ซึ่งรวมถึงเทศกาลงานคาร์นิวัล ตามมาด้วยโคลัมเบีย ที่มีจำนวนวันหยุด นักขัตฤกษ์มากถึง 18 วันต่อปี ซึ่งรวมถึงวัน “Dia de San Jose” ส่วน บราซิล แคนาดา และอินเดีย เป็น 3 ประเทศที่มีจำนวนวันหยุดนักขัตฤกษ์น้อยที่สุดเพียง 5 วันต่อปีเท่านั้น
ส่วนประเทศไทย ที่เห็นว่า มีวันหยุดเยอะๆ นั้น Hotels.com ระบุว่า มีจำนวนวันหยุดอยู่ที่ 21 วันต่อปี หมายถึงวันหยุดของไทยยังต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยถึง 7 วัน (ทำให้แอบคิดว่า เรายังหยุดเพิ่มได้อีก)
แน่นอนว่า เมื่อพูดถึงวันหยุด ใครก็ๆ ชอบ เพราะไม่ต้องทำงาน ได้พักผ่อนอยู่กับครอบครัว ได้ทำกิจกรรมอะไรต่อมิอะไรที่อยากทำ รวมทั้งได้วางแผนท่องเที่ยว แต่ไม่ว่าจะพักผ่อน ท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ก็หนีไม่พ้นเรื่องของการใช้จ่ายเงิน
สำหรับบางคนแล้ว วันหยุดมากเท่าไหร่ ภาระใช้จ่ายก็มากขึ้นเท่านั้น เพราะอยู่บ้านแล้วร้อนเป็นไฟ ต้องหาเรื่องไปใช้เงินนอกบ้าน
จำได้คุ้นๆ ว่า มีอยู่ปีนึงที่รัฐบาลท่านแถมวันหยุดให้เยอะเชียว ทั้งช่วงปีใหม่และสงกรานต์ แทนที่จะเป็นเรื่องดี กลับทำให้บางคนหน้าเขียวหน้าเหลืองไปทั้งปี เพราะวางแผนใช้จ่ายเงินในช่วงวันหยุดยาว (เกิน) ต่อเนื่อง 2 เทศกาลติดกันไม่ได้ สุดท้ายทั้งปีที่เหลืออยู่กลายเป็นขัดสนเรื่องเงินทองไปเสียอย่างนั้น
เมื่อรู้ว่า มีวันหยุดยาวรออยู่ข้างหน้าอีกเพียบ ก็ต้องวางแผนการใช้จ่ายไว้ล่วงหน้า
จริงๆ แล้ว เรื่องของ “ค่าใช้จ่าย” ก็มีอยู่ 2 ประเภท คือ “ค่าใช้จ่ายคงที่” ซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนทุกเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถค่าเบี้ยประกัน ค่าผ่อนสินค้า รวมทั้งภาระเงินกู้ต่างๆ อีกประเภทหนึ่ง คือ “ค่าใช้จ่ายผันแปร” เป็นค่าใช้จ่ายที่มีจำนวนไม่เท่ากันในแต่ละเดือน หรือมีบ้างไม่มีบ้างขึ้นกับกิจกรรมของเดือนนั้นๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในวันหยุดก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายผันแปร รวมถึงค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และอื่นๆ
ในภาวะปกติ ถ้าชักหน้าไม่ถึงหลังจริงๆ สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรก ก็คือ การลดรายจ่ายผันแปรที่ไม่จำเป็นต่างๆ ก่อน แต่คงใช้ไม่ได้ในกรณีวางแผนใช้เงินวันหยุด เนื่องจากงานนี้มุ่งมั่นตั้งใจที่จะใช้จ่ายอยู่แล้ว จะให้ไปหั่นทิ้งเสียก็คงไม่ถูกเรื่อง หรือถ้าอยากเที่ยวจริงๆ แต่ดูยังไง้ยังไง เงินก็ไม่พอใช้แน่ๆ เมื่อลดรายจ่ายไม่ได้ ก็ต้องหันไปเพิ่มรายได้ด้วยการหางานพิเศษทำเพิ่มเป็นทางออก
แต่ทางที่ดีที่สุด ก็คือ เตรียมตัวตามที่ตลาดหลักทรัพย์แนะนำไว้ดังนี้
เริ่มต้นที่ “วางแผนและเก็บเงินล่วงหน้า” โดยก่อนตัดสินใจเดินทางไปพักผ่อนที่ใด ควรเลือกสถานที่และกำหนดงบที่ต้องใช้ไว้ล่วงหน้า เพราะหากตอนนี้มีเงินไม่พอ อย่างน้อยก็จะได้หาทางประหยัดเงินในกระเป๋าได้ทัน
ลองวางแผน “เที่ยววันธรรมดา” ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการเที่ยวในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ แถมยังมีความสุขในการพักผ่อนอย่างแท้จริง ไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยวอีกด้วย
จากนั้น “เปรียบเทียบราคาอย่างถี่ถ้วน” หากจะไปกับบริษัททัวร์ ก็ควรเปรียบเทียบราคาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อทัวร์ เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีทีสุด และอย่าลืม “ศึกษาแหล่งท่องเที่ยวที่จะไป” วางแผนท่องเที่ยวอย่างรอบคอบ ศึกษาทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่จะไป แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง ร้านอาหารพื้นเมืองที่แนะนำ พร้อมสำรวจเส้นทางให้ครบถ้วน เพื่อให้ใช้เวลาและเงินได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
สุดท้าย คือ “จัดสรรงบประมาณในการช็อปปิ้ง” ด้วยการลิสต์รายชื่อคนที่จะซื้อของไปฝาก และจัดสรรงบประมาณขึ้นมาก้อนหนึ่ง เพื่อบังคับตัวเองไม่ให้ใช้จ่ายเกินกว่าที่ควรจะเป็น
เพียงเท่านี้ วันหยุดยาวๆ ในช่วงเทศกาลก็จะเป็นวันหยุดที่มีคุณภาพ และไม่สร้างภาระให้เราในระยะยาวอีกต่อไป
ไหนๆ ก็เริ่มต้นด้วย “ผลสำรวจเรื่องวันหยุด” ก็ขอปิดท้ายด้วย “ผลสำรวจเรื่องการใช้จ่ายและการบริโภคของคนไทย” ที่จัดทำขึ้นโดยบริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด ซึ่งระบุว่า พฤติกรรมที่คนไทยโดยส่วนใหญ่ หรือเกือบครึ่งหนึ่ง คิดเป็น 43.05% นิยมทำในวันหยุด คือ การรับประทานอาหารนอกบ้าน นอกจากนี้ ยังนิยมไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้ออาหารสำเร็จรูป อาหารสด หรืออาหารพร้อมปรุงมาปรุงรับประทานเองที่บ้าน ดังนั้น บัตรเครดิตกรุงศรีอยุธยาจึงจัดแคมเปญเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการกินใช้นอกบ้านในวันหยุด
เรียกว่า ตามกระแสได้อย่างทันท่วงที แบบไม่มีตกหล่นจริงๆ
.......................................
(ใช้เงินวันหยุด : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



