
หัวอกพ่อ3ขวบ!'เอาชีวิตผมไปแทนดีกว่า'
แพทย์เผยอาการเด็ก 3 ขวบยังไม่ดีขึ้น -สแกนสมองรอผล หัวอกพ่อ!บอก 'ถ้าเกิดคุณเอาชีวิตเขาไป มาเอาชีวิตผมไปแทนดีกว่า'ด้าน'ปวีณา'บี้โรงเรียนต้องรับผิดชอบ
5 เม.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณหน้าห้องไอซียู ซึ่ง ด.ญ.มนัสนันท์ ทองภู่ หรือน้องเอย อายุ 3 ขวบนักเรียนเตรียมอนุบาล 1 โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ ที่ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ โดยน้องเอยนอนอยู่ในสภาพที่มีสายยางระโยงระยาง โดยแพทย์ยังคงต้องให้ออกซิเจน และน้องเอยยังไม่รู้สึกตัว
จากการสอบถาม นายเอกชัย ทองภู่ บิดาของน้องเอย อาชีพ รับเหมาก่อสร้าง ที่เฝ้าดูอาการของลูกสาวอย่างใกล้ชิดที่บริเวณหน้าห้อง กล่าวว่า เมื่อเช้าได้พูดคุยกับ พญ.เสาวนีย์ ชัยศุภรัศมีกุล กุมารแพทย์ ด้านทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตเด็ก แพทย์ที่เป็นเจ้าของไข้ของลูกสาว โดยทางแพทย์บอกว่า ลูกสาวอาการดีขึ้นเล็กน้อย เกร็ดเลือดเพิ่มขึ้น และหัวใจยังคงเต้นเป็นปกติ โดยเมื่อเช้าแพทย์ได้นำตัวลูกสาวไปทำการสแกนสมอง ซึ่งผลการสแกนยังไม่ออก จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าทางคณะแพทย์จะต้องทำการรักษาอย่างไรต่อไป
"ผมเป็นห่วงลูกสาวมาก เมื่อเห็นสภาพของลูกสาว ลูกยังไม่รู้สึกตัว แต่เวลาที่ผมเข้าไปใกล้ๆลูก ลูกมีอาการตอบสนองกับผม แต่ก็ไม่แน่ใจว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า จริงๆ แล้วผมไม่อยากให้ลูกผ่าตัด แต่ก็อยากจะให้ลูกหาย ผมเคยเข้าไปกระซิบข้างๆหูลูกสาว และพูดว่า ถ้าเกิดคุณเอาชีวิตเขาไป มาเอาชีวิตผมไปแทนดีกว่า ตอนนี้ผมอยากจะบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรให้ลูกรอดชีวิต สำหรับตัวเองจะเป็นอย่างไรก็ไม่เป็นไร" นายเอกชัย กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนได้พูดคุยกับทางโรงเรียน ทางโรงเรียนก็ยังบอกว่า ลูกสาวของผมลืมกระเป๋าบนรถ แล้วขึ้นไปหยิบเอง ซึ่งยังไม่รู้แน่ชัดว่าลูกสาวลืมได้อย่างไร สำหรับรถโรงเรียนคันดังกล่าวจะเป็นประตูล็อคอัตโนมัติ เมื่อเด็กลงจากรถประตูรถจะปิดทันที จึงไม่รู้ว่าเด็กขึ้นไปได้อย่างไร ส่วนกระเป๋าของลูกสาวนั้นเป็นกระเป๋าใบเล็ก และเป็นกระเป๋าที่สะพายติดตัว จึงไม่น่าที่จะลืมบนรถได้
"เรื่องนี้้ผมตั้งข้อสังเกตว่า ปกติแล้วคนที่ขับรถโรงเรียนนั้น ก่อนที่จะปิดประตูรถหรือจอดรถจะต้องตรวจสอบว่ามีใครหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่ รวมถึงเวลาที่จอดรถแต่ละครั้งจะต้องมีการทำความสะอาด คนที่ทำความสะอาดก็จะต้องพบเห็นว่ามีเด็กติดอยู่หรือไม่อย่างไร ผมนั่งคิดไม่อออกว่าลูกติดอยู่บนรถได้อย่างไร " นายเอกชัย กล่าว
"ปวีณา"บี้โรงเรียนต้องรับผิดชอบ
นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิเด็กและสตรี กล่าวว่า ตอนที่ได้รับเรื่องร้องเรียนนั้นทางมารดาของน้องเอย บอกว่า ปกติลูกสาวจะนั่งโรงเรียนตอนเช้าในช่วงเวลา 07.00 น.และจะกลับบ้านตอน 14.00 น. แต่วันที่เกิดเหตุ 16.00 น.ทางโรงเรียนโทรศัพท์มาแจ้งว่า ลูกสาวนอนพักอยู่ในห้องไอซียู ทางแม่เด็กจึงรีบเดินทางไปดู พบว่า ลูกสาวนอนอยู่ในสภาพที่ไม่รู้สึกตัว ตนจึงเข้าไปประสานกับทางรพ.เพื่อทำการย้ายเด็กให้มารักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพ ซึ่งแพทย์ระบุว่า เด็กอยู่ในอาการวิกฤต ขาดน้ำ แพทย์จะต้องดูอาการกันแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง ซึ่งหลังจากนี้อาจจะต้องมีการเปิดกะโหลก แต่เด็กยังมีเกร็ดเลือดต่ำอยู่ จึงไม่สามารถทำได้
ส่วนเรื่องคดี นางปวีณา กล่าวว่า ได้ประสานไปทาง ผกก.สภ.บางปู และทาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางโรงเรียนจะต้องมีความผิดและจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปยังโรงเรียนเพื่อตรวจดูสภาพรถโรงเรียนคันเกิดเหตุ พบว่ายังอยู่ที่เดิม จอดตากแดดเหมือนเดิม
"เรื่องคดีก็จะต้องว่ากันไปทางโรงเรียนจะต้องออกมารับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น จะปฏิเสธไม่ได้ เพราะเหตุเกิดภายในโรงเรียน เรื่องนี้อยากให้หลาย ๆหน่วยงานเข้ามารับผิดชอบ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการเอง ควรจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของการจัดอบรมคนขับรถ ขึ้นทะเบียนคนขับรถ ดูแลในเรื่องการขับขี่ และการตรวจสอบรถ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาตลอด และไม่อยากจะให้เกิดขึ้นอีก จะต้องมีมาตรการในการดูแล และที่สำคัญคนที่เป็นครูจะต้องตรวจสอบ จะต้องผ่านการอบรมมาอย่างดี" นางปวีณา กล่าว



