ข่าว

สปอร์ตคมวีกเอนด์ : มาราโดนาVSเมสซี

สปอร์ตคมวีกเอนด์ : มาราโดนาVSเมสซี

06 เม.ย. 2556

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : มาราโดนา VS เมสซี : โดย...จิตติ

 

                         ในโลกลูกหนังยุคนี้คงไมมีใครปฏิเสธแล้วว่า ลิโอเนล เมสซี คือนักเตะเบอร์ 1 ของโลกยุคนี้ แต่หากจะเทียบว่าเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาลหรือไม่ คงต้องถกเถียงกันยาว เพราะโลกนี้ยังมี "ราชาลูกหนังโลก" อย่าง เปเล และ "เสือเตี้ย" ดิเอโก มาราโดนา อีก 2 คน หรือแม้กระทั่งในอาร์เจนตินาเอง ยังไม่สามารถบ่งบอกได้ว่า มาราโดนา หรือว่า เมสซี เป็นผู้เล่นที่ดีกว่ากัน แต่ที่แน่ๆ คือชาวอาร์เจนไตน์คงสุขใจที่มีทั้งคู่อยู่ในชาติ

                         ลักษณะการเล่นของทั้ง มาราโดนา มีบางอย่างที่คล้ายกัน และก็มีอีกหลายอย่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างการรับบอลจากระยะ 30 หลา ก่อนจะโซโลเดี่ยวเข้าไปทำประตู ชนิดที่ทำให้กองหลัง 2-3 คน รวมทั้งผู้รักษาประตูเป็นสุญญากาศ การเล่นแบบนี้ทั้งสองคนทำเหมือนกันซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้ง การยิงเข้าเสาไกลแบบเดิมๆ ทั้งคู่ทำให้เห็นอยู่เสมอ แต่ทั้งในอดีตและปัจจุบันก็ไม่สามารถหยุดยั้งการเล่นแบบนี้ได้

                         "เอล ดิเอโก" โด่งดังสุดขีดก็เมื่อพาทีมคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1986 ชาวอาร์เจนไตน์ทั้งชาติไม่มีใครไม่รู้จัก ดิเอโก มาราโดนา ตามท้องถนนก็มีรูปของ "เอล ดิเอโก" ทั่วประเทศ ในฟุตบอลโลกครั้งนั้นชัดเจนว่าหาก "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ไม่มี มาราโดนา ทีมชุดดังกล่าวไม่มีทางไปถึงแชมป์โลกสมัยที่ 2

                         ประตูที่เป็นที่จดจำจนถึงปัจจุบัน เป็น 2 ประตูที่เกิดขึ้นในเกมเดียวกันคือเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับ "สิงโตคำราม" อังกฤษ ประตูแรกเป็นการลากบอลจากกลางสนามผ่านกองหลังอังกฤษคนแล้วคนเล่า ก่อนจะยิงผ่าน ปีเตอร์ ชิลตัน เข้าไป และอีก 1 ประตูน่าจะเป็นคนเดียวในโลกที่ทำได้เมื่อกระโดดขึ้นใช้ "หัตถ์พระเจ้า" ปัดบอลข้ามมือ ชิลตัน

                         เกมกับอังกฤษ เป็นแค่ไฮไลท์หนึ่ง แต่สุดท้ายความยอดเยี่ยมของ มาราโดนา ทั้งทัวร์นาเมนต์ทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้ อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจให้นักกีฬาอาร์เจนตินาทั้งชาติมีความหวังที่จะประสบความสำเร็จ อย่างเช่น ลูเชียนา อายมาร์ นักฮอกกี้สาวทีมฟ้าขาว ยอมรับว่าประตูที่ มาราโดนา ยิงเบลเยียม ในรอบรองชนะเลิศ เม็กซิโก 86 คือแรงบรรดาลใจที่ทำให้เธอและเพี่อนร่วมทีมคว้าแชมป์ฮอกกี้หญิงโลกเมื่อปี 2010 รวมทั้งได้รับเลือกเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ เป็นการถอดแบบมาจากมาราโดนา ล้วนๆ

                         ขณะที่ เมสซี มีเป็นนักกีฬาอาร์เจนไตน์ที่แตกต่างจากทั้งคู่อยู่มาก เนื่องจากไปเติบโตในถิ่นคัมป์นู ของ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ที่มาเอาตัวไปตั้งแต่เด็ก แต่ชื่อเสียงของเด็กคนนี้ค่อยๆ สั่งสมมาเรื่อยๆ การลากเดี่ยวเข้าไปทำประตูในลักษณะเดียวกับมาราโดนา เมสซี ทำเอาไว้ในเกมกับเกตาเฟ ตั้งแต่เมื่อปี 2007 และจากนั้นชาว อาร์เจนไตน์ ก็เริ่มรู้จักดาวรุ่งรายนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันคงไม่มีชาวอาร์เจนไตน์คนไหนแล้วที่ไม่รู้จัก เมสซี

                         เมื่อปี 2011 ออสวัลโด อาร์ดิเลส อดีตเพื่อนร่วมทีมของมาราโดนา บอกเอาไว้ว่า เมสซี ทำผลงานเกินหน้าเกินตา "เอล ดิเอโก" ไปเรียบร้อยแล้ว และอีก 1 ปีหลังจากนั้นตำนานกุนซืออย่าง คาร์ลอส เบียงคี ออกมาแสดงความเห็นด้วย และมองว่า เมสซี คือนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา และอีก 1 เสียงคือ "เจ้าชายลูกหนัง" เอนโซ ฟรานเชสโคลี อดีตกองหน้าทีมชาติอุรุกวัยก็ออกมาหนุนความคิดของ เบียงคี ต่ออีกที

                         ขณะที่อีกมุมมองนั้นมาจาก ไบรอัน แกรนวิลล์ ผู้สื่อข่าวที่ได้ชื่อว่าเป็นคัมภีร์ฟุตบอล ซึ่งได้เห็นการเล่นของทั้งคู่ รวมทั้งบรรดาตำนานนักเตะอีกหลายคนยืนยืนในมุมของตัวเองเมื่อปีที่แล้ว มาราโดนา ยังเป็นนักเตะที่ดีที่สุด ในขณะที่เมสซี ยังเป็นรองพวก มาราโดนา, เปเล หรือแม้กระทั่ง อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน

                         เรื่องของฟอร์มการเล่น รวมทั้งสถิติหากจะวัดกันนัดต่อนัดแล้ว ไม่ว่าอย่างไร เมสซี ก็ย่อมเหนือกว่า อย่างล่าสุดในศึกลาลีกา เมสซี เพิ่งทำสถิติยิง 19 นัดติดต่อกัน นั่นหมายความว่า 19 ทีมที่เหลือในลาลีกา ฤดูกาลนี้ถูก เมสซี ส่องประตูได้ทั้งหมด

                         เรื่องของความสำเร็จหรือว่าเกียรติประวัติยังเป็น "เอล ดิเอโก" ที่ดูจะทำได้ดีกว่าในเรื่องของระดับชาติ แต่กับระดับสโมสร เมสซี ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองใดๆ อีกแล้ว จากการได้แชมป์ลาลีกามา 5 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 3 สมัย

                         เหลือเชื่อเหมือนกันที่นักเตะชั้นยอดอย่าง มาราโดนา เคยคว้าแชมป์ลีกกับสโมสรต้นสังกัดเพียงแค่ 3 ครั้ง โดยเป็นการได้กับ โบคา จูเนียร์ ทีมในบ้านเกิด 1 ครั้ง ก่อนจะมาได้แชมป์กัลโช ซีรีส์ เอ กับ นาโปลี 2 ครั้ง พ่วงกับ โคปปา อิตาลี 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่า คัพ 1 สมัย ในชีวิตของมาราโดนา ไม่เคยได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หรือว่ายูโรเปี้ยนคัพ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

                         สิ่งที่เหมือนกันอีกอย่างคือทั้งสองต่างก็ผ่านการเล่นให้บาร์เซโลนามาแล้วทั้งคู่ แต่เป็นบาร์เซโลนา ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ในช่วงที่ มาราโดนา อยู่ในถิ่นคาตาลันแบบสั้นๆ ทีมชุดดังกล่าวก็ไม่ได้ดีขนาดทีมชุดปัจจุบัน หลายคนมองว่าถึงบาร์เซโลนา ไม่มี เมสซี ก็ยังเป็นทีมชั้นยอดของโลกอยู่ดี แต่เมื่อมี เมสซี อยู่ในทีมแล้วเหมือนว่า บาร์เซโลนา ชุดปัจจุบัน เป็นทีมที่มาจากนอกโลก

                         เซซาร์ หลุยส์ เมนอตติ อดีตกุนซือทีมชาติที่เมิน ดิเอโก มาราโดนา ขณะที่อายุ 17 ปี ในทีมชุดแชมป์โลก 1978 ให้อีก 1 มุมมองถึงความแตกต่างของทั้งคู่เอาไว้ว่า การเล่นของทั้งคู่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มาราโดนา จะมีความรับผิดชอบต่อทีมมากกว่า เป็นผู้เล่นที่ถือว่าแบกทีม ขณะที่ เมสซี เป็นเพียงแค่ส่วนสำคัญของทีมที่ให้ ทำบาร์เซโลนา ยอดเยี่ยมในปัจจุบัน

                         สิ่งที่มาราโดนา ทำได้ และเมสซี ยังทำไม่ได้คือฟอร์มการเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย มาราโดนา คือหัวใจของทีมอย่างแท้จริงในชุดแชมป์โลก 1986 จากนั้นยังต่อยอดเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีมชุด 1990 ซึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนั้นชัดเจนว่า อาร์เจนตินา คงเป็นทีมธรรมดาๆ หากไม่มี มาราโดนา เป็นการพิสูจน์ว่าเป็นนักเตะชั้นยอดของโลก หลังจากที่ผิดหวังหลุดจากทีมชุด 1978 และสร้างเรื่องโดนไล่ออกจากสนามในฟุตบอลโลก 1982 แต่ผลงานในฟุตบอลโลก 1986 และ 1990 เป็นความยอดเยี่ยมต่อเนื่องเหมือนอย่างที่ เปเล ทำได้กับทีมชาติบราซิล

                         ในฟุตบอลโลก 2010 เมื่อถึงคราวที่จะต้องเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในทีม เมสซี ค่อนข้างล้มเหลว แม้ว่ากุนซืออย่าง มาราโดนา จะจัดให้ทีมเล่นเกมรุกอย่างเต็มที่ แต่สุดท้าย เมสซี ไม่สามารถแสดงความแตกต่างจากผู้เล่นคนอื่นๆ ได้ในเกมกับ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี แต่ทีม "กระทิงดุ" สเปน ที่ยึดโยงการเล่นแบบบาร์ซา แสดงให้เห็นแล้วว่าถึงจะไม่มี เมสซี แต่พวกเขาก็ยังผ่าน เยอรมนี มาแล้ว 2 ครั้ง 2 ครา ในยูโร 2008 และฟุตบอลโลก 2010

                         อย่างไรก็ตามเมื่อ อาร์เจนตินา ชุดนี้มี เมสซี อยู่ในทีมก็ย่อมจะดีกว่าไม่มี แต่ก็ยังต้องรอกันว่าเมื่อไร เมสซี จะขึ้นมาเป็นผู้นำเพื่อการคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 ซึ่งเป็นเรื่องเดียว แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่ตัวเองยังเป็นรองมาราโดนา อยู่

                         เซบาสเตียน การ์เซีย บรรณาธิการศูนย์ข้อมูลของฟุตบอลอาร์เจนตินาชุดปัจจุบัน ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า "ตอนที่ผมอายุ 9 ขวบ เราได้แชมป์โลก 1986 และผมยังจำได้สนิทใจว่าตอนนั้นผมได้ติดตามครบทั้ง 7 นัด ผมจำได้ว่าผมกอดกับใครร้องไห้ ผมจำได้ว่ารู้สึกอย่างไรก่อนเกมแต่ละนัด และผมจำได้ว่ามันเป็นวันพิเศษอย่างไรในการออกมาฉลองตามท้องถนน มันไม่มีชาติไหนที่ดีกว่าพวกเราในเรื่องของฟุตบอล และไม่มีใครเหมาะสมกับการเชิดชูเท่า ดิเอโก และเมื่อถึงตอนนี้ เมื่อผมเห็นยุคของเมสซี ผมรู้สึกเหมือนตอน 9 ขวบอีกครั้ง"

                         ถึงตอนนี้ ลิโอเนล เมสซี มีอายุได้ 25 ปี โอกาสการเป็นแชมป์โลกรออยู่ในปีหน้ากับฟุตบอลโลก 2014 แต่หากว่าพลาดโอกาสก็ยังจะมีอีก 5 ถึง 7 ปี และเมื่อใดที่ เมสซี ได้แชมป์โลก เมื่อนั้นจะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมาทันที

 

 

---------------------

(สปอร์ต คม วีกเอนด์ : มาราโดนา VS เมสซี : โดย...จิตติ)