ข่าว

เตือน!ห้ามดื่มแอลกอฮอล์บนรถทุกชนิด

เตือน!ห้ามดื่มแอลกอฮอล์บนรถทุกชนิด

05 เม.ย. 2556

เตือน! ห้ามดื่มแอลกอฮอล์บนรถทุกชนิด ย้ำแหกกฎเจอคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท พร้อมแจ้งปิดถนนสีลม 11-17 เม.ย. กำชับพบผู้กระทำผิดข้อห้ามให้จับทันที

 

                      5 เม.ย.56 พล.ต.ต.วรศศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รองผู้บังคับการตำรวจจราจร (รอง ผบก.จร.) พร้อมด้วย ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายละครรณรงค์ DDD จัดกิจกรรมรณรงค์ช่วงสงกรานต์ ห้ามดื่มเหล้าเบียร์บนรถ

                      พล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมรณรงค์ที่จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนรับรู้และปฏิบัติตามกฎหมายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถขณะอยู่บนทาง ซึ่งเป็นกฎหมายมาตรา 4 และ 31(7) ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. 2555 ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวยังครอบคลุมถึงทางร่วม ทางข้าม ทางแยก รวมถึงฟุตบาธ กฎหมายฉบับนี้ไม่ครอบคลุมไปถึงรถราง รถไฟ ส่วนรถอื่นๆถือว่าผิดหมด ในส่วนของรถรับจ้าง ถ้าคนขับไม่มีพฤติกรรมร่วมหรือสนับสนุนการดื่มไม่ต้องรับผิด

                      ด้าน ผอ.สคล. กล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยมีสูงถึง 13.49 ลิตรต่อคนต่อปี ทำให้ไทยติดอันดับ 3 ของเอเชีย การดื่มแอลกอฮอล์บนรถ ถือว่าเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่าการดื่มในรูปแบบอื่นๆ และตายครั้งละหลายคน เนื่องจากการเดินทางด้วยรถกระบะที่มีการบรรทุกคนนั่งท้ายกระบะ ซึ่งไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับขนคน โดยเฉพาะเมื่อดื่มน้ำเมาจะยืนหรือเต้นบนรถ จึงเป็นกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษและการใช้มอเตอร์ไซค์เล่นน้ำสงกรานต์ จะไม่ยอมสวมหมวกกันน๊อค ถนนลื่นเพราะน้ำและแป้ง ยิ่งถ้าดื่มเหล้าจะเสี่ยงมากขึ้น

                      "จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแก้ปัญหาเฉพาะประเด็นดื่มไม่ขับอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะยังไม่เพียงพอต่อการควบคุมปัญหาอื่นๆ ดังนั้นมาตรการห้ามดื่มแอลกอฮอล์บนรถจะช่วยให้ปัญหาต่างๆ ลดลง ซึ่งในต่างประเทศใช้ได้ผลมาแล้ว เทศการสงกรานต์ที่ใกล้ถึงนี้ อยากให้คนไทยตระหนักและปัฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนอกจากจะสร้างความเสียหายกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารบนรถแล้ว ยังอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ" ผอ.สคล. กล่าว

 

'บช.น.' ปิดถนนสีลมช่วงสงกรานต์

 

                      พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบชน. ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมจัดงานสงกรานต์ ถนนสีลม ณ ห้องประชุมใหญ่สน.เขตบางรัก พร้อมกับ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. และนาย เสือชนะ สุดเจริญ ผู้อำนวยการเขตบางรัก

                      พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร กล่าวว่า เนี่องจากในวันที่ 11-17 เม.ย.56 เทศกาลสงกรานต์ ช่วงถนนสีลมมีการปิดถนนเพื่อให้ประชาชนเล่นน้ำวันสงกรานต์ เริ่มปิดถนน ตั้งแต่เวลา 14.00 -21.00 น. โดยสั่งการให้ สน.ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 4 สน. ดังนี้ สน.บางรัก สน.ยานนานวา สน.ปทุมวัน สน.ทุ่งมหาเมฆ ให้ตรวจขันดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน และห้ามไม่ให้มีการจำหน่ายสุราในที่สาธารณะ ห้ามใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ห้ามเล่นแป้ง ห้ามรถติดเครื่องเสียงเข้าภายในบริเวณถนนสีลม และห้ามไม่ให้มีการรวมกลุ่มรถจักรยานยนต์ ส่วนสน.ทุ่งมหาเมฆ ให้ดูแลประชาชนเรื่องการคมนาคมของผู้มาร่วมเล่นสงกรานต์ถนนสีลม เนื่องจากปีที่แล้ว ผู้มาร่วมงานนั่งรถไฟฟ้าเข้ามาเล่นได้ แต่ขากลับร่างกายเปียกน้ำและเลอะแป้ง ทาง รถไฟฟ้า BTS ไม่อนุญาตให้ประชาชน ใช้บริการรถไฟฟ้า จึงทำให้ประชาชนไม่สามารถกลับบ้านได้ และ ฝูงชนได้แตกกลุ่มไปที่ถนน พระราม4 ก่อให้เกิดปัญหาตามมา ดังนั้น ให้สน.ทุ่งมหาเมฆประสานงานกับรถไฟฟ้าขอความอนุโลมให้ประชาชนที่เปียกน้ำเพียงเล็กน้อย สามารถใช้บริการได้ เพื่อเป็นการระบายคนออกนอกพื้นที่ ให้สะดวกต่อการคมนาคม

                      พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่จะไม่พกพาอาวุธเข้าไปในพื้นที่ โดยจะใช้เพียงไม้กระบองเป็นอาวุธประจำกาย เพื่อป้องกันปัญหาการก่อจราจลอ โดยจะมีการประสานงานกับเทศกิจเขตบางรักให้ช่วยกวดขันกับผู้จำหน่ายสุราริมฟุตบาท หากพบว่ามีผู้ฝ่าฝืนก็จะทำการจับกุม

                      พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร.กล่าวว่า ทางด้านตำรวจจราจรจะช่วยดูแลอำนวยความสะดวกกับผู้ที่มาร่วมงานหรือผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ถนนสีลม โดยมีการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ใช้ถนน มีการประชาสัมพันธ์การเปิด-ปิดถนนให้กับประชาชนย่านนั้นได้รับรู้ ขณะที่ในวันงานจะกวดขันการจราจรเพื่อไม่ให้การจราจรติดขัดเป็นวงกว้างลามออกไปถึงถนนพระราม4

                      ด้าน นายเสือชนะ สุดเจริญ ผอ.เขตบางรัก กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการรักษาความปลอดภัย จะมี 3 ปลอด คือ ข้อที่1.รักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน ป้องกันมิจฉาชีพ และอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมโดยรอบ ข้อที่2. เขตปลอดอาวุธ จะมีการวางจุดสกัด ตามจุดต่างๆ เพื่อตรวจสอบประชาชนที่น่าสงสัย ข้อสุดท้าย ปลอดแอลกอฮอล์ โดยส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจออกดูแลกระชับพื้นที่ กวดขันกับผู้มาร่วมงาน โดยเฉพาะรวมถึงพ่อค้า แม่ค้า ที่มาขายของ หากเป็นการจำหน่ายแอลกอฮอล์ พบเห็นจะจับกุมทันที และส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไป

 

พิษณุโลก-สร้างม่านน้ำตกสะพานนเรศวรรับสงกรานต์

 

                      ที่สะพานนเรศวร สะพานข้ามแม่น้ำน่าน อ.เมือง จ.พิษณุโลก ขณะนี้ทีมช่างกำลังดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ระบบสายไฟฟ้าและท่อน้ำ เพื่อสร้างม่านน้ำตก บนสะพานนเรศวร เป็นไปตามที่จังหวัดพิษณุโลก ได้มีโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ศูนย์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 โดยหนึ่งในโครงการเป็นการสร้างสีสันม่านน้ำตกที่บริเวณสะพานนเรศวร ทั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัด ให้เกิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับรองนักท่องเที่ยว รวมถึงส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย พร้อมทั้งเพิ่มจุดสนใจในพื้นที่เขตเมืองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในยามค่ำคืนที่สวยงาม

                      จังหวัดจึงได้มอบหมายให้วิทยาลัยเทคนิคสองแคว ร่วมกับ วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก เทศบาลนคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก โยธาธิการจังหวัด และแขวงการทาง รวมกันจัดสร้าง ม่านน้ำตกพร้อมประดับไฟ ทางด้านฝั่งของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ระยะทางยาว 70 เมตร โดยมีความสูงวัดจากระดับวางท่อ ถึงแม่น้ำน่าน ประมาณ 15 เมตร ใช้ท่อ พีวีซี ท่อนละ 12 เมตร หลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ แผงละ 3 - 5 หลอด จำนวน 60 แผง โดยใช้งบประมาณ 3,000,000 บาท

                      ขณะนี้กำลังดำเนินการติดตั้ง คาดว่าจะแล้วเสร็จทันช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอนโดยในค่ำคืนตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2556 เป็นต้นไปทางจังหวัดพิษณุโลกจะทำการทดลองระบบทั้งหมด จากนั้นในค่ำของคืนวันที่ 13 เมษายน 2556 เวลา 19.29 น. โดยจะเปิดให้ประชาชนได้ชมอย่างเป็นทางการ โดยมีนายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิด

 

เชียงใหม่-คาดนทท.แห่เล่นสงกรานต์ไม่ต่ำกว่า 2.5 แสนคน

 

                      นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการประสานงานว่า จะมีคาราวานรถยนต์ของนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 2,000 คัน เดินทางผ่านถนนอาร์ 3 เอ เข้ามาเที่ยวยังจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ร่วมกันหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนรับนักท่องเที่ยว ในเบื้องต้นพบว่าทางเทศบาลได้มีการดำเนินการในเรื่องของการจัดทำป้ายภาษาจีนบอกเส้นทางให้กับนักท่องเที่ยว ด้านตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ได้มีการประสานไปยังต้นทางที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ให้มีการจัดรถเจ้าหน้าที่นำขบวน เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 9 -16เมษายน 2556

                      นอกจากนี้ทางททท.จะได้มีการจัดเตรียมเอกสารเรื่องราวของวัฒนธรรมประเพณี และวิธีการปฏิบัติตนเบื้องต้น และบอกเส้นทางตลอดจนกฏจราจรเบื้องต้น ในรูปแบบ 3 ภาษาคือภาษไทย จีน และภาษาอังกฤษ ไปไว้ตามร้านเช่ารถ โรงแรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าใจประเพณีวัฒนธรรมในพื้นที่ ลดปัญหาในเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุ

                      นายวิสูตร กล่าวต่อว่า ปีนี้คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทย, ชาวยุโรป และชาวจีน เข้ามาในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 250,000 คน ขณะที่อัตราการจองห้องพักในขณะนี้อยู่ที่ 80% เบื้องต้นยังพบว่าสายการบินบินตรงทั้งใน และต่างประเทศมีการเพิ่มเที่ยวบิน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ส่วนการคาดการณ์รายได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาท และปีนี้ยังกิจกรรมพิเศษเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีทั้งการจัดงาน "เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ “สงกรานต์อุษาอาคเนย์” ขึ้น ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2556 ณ บริเวณสวนสาธารณะหนองบวกหาด โดยภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้ชมขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ ของกลุ่มประเทศในอาเซียน คือ ลาว พม่า จีนยูนาน กัมพูชาและไทยด้วย

                      ด้านนายภูณัช ธนาเหล่าพานิช นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือ) กล่าวว่า ในส่วนของทางสมาคมโรงแรมฯได้มีการประสานไปยังกลุ่มสมาชิกในการจัดเตรียมของพักเพื่อรองรับคาราวานนักท่องเที่ยวชาวจีน กว่า 30,000 คนที่จะเข้ามาในพื้นที่ และส่งผลให้ยอดจองห้องพักในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนตอนนี้อยู่ที่ 50% และคาดว่าการจองห้องพักจะขยับไปสูงขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและยุโรปและทำให้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์การจองห้องพักปีนี้จะอยู่ที่ 95% เทียบกับช่วงเดียวกับปีก่อนที่มีอัตรการการจองห้องพักอยู่ที่ 75% และสมาคมโรงแรมฯได้มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่เพื่อทำการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วย โดยคาดว่าต่อไปกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเป็นกลุ่มตลาดหลักของธุรกิจโรงแรม เนื่องจากมีกำลังซื้อสูง

                      ด้าน พ.ต.อ.สิทธิชัย ทนันไชย ผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า กลุ่มงานจราจรได้มีการวางแผน และเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย ในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมวางมาตรการในการดำเนินการ 2มาตรการหลักคือ 1. อำนวยความสะดวก และ จัดการจราจร ให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยว ชาวไทย ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ด้วยการจัดช่องทางพิเศษ (Fast Track Lane)  สำหรับระบายรถแก่ประชาชนผู้ไม่ประสงค์ จะเล่นน้ำสงกรานต์ และ2.มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุ โดยจะใช้ยุทธศาสตร์ การประชาสัมพันธ์ การรณรงค์ ควบคู่ ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย และใช้มาตรการ 3ม 2ข 1ร 1ท 1ย พร้อมจัดทีมชุดเคลื่อนที่เร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร  ออกไปทำหน้าที่ อย่างเข้มงวด เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่